
วิธีทำ A/B Testing แบบเจ้าของ “โทฟุซัง” ดูว่าทำสินค้าแบบไหน แล้วขายดี เอาไปปรับใช้ สร้างธุรกิจได้ | BrandCase
23 มี.ค. 2026
ในมุมมองของ คุณนาม-สุรนาม พานิชการ เจ้าของ โทฟุซัง เขาก็มีมุมมองว่า “สิ่งที่ลูกค้าพูด อาจไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าทำเสมอไป” โดยเฉพาะในบริบทของคนไทยที่มีความขี้เกรงใจ
หลายธุรกิจเวลาจะขอฟีดแบ็กจากลูกค้า หรือลองสินค้าใหม่ จะใช้วิธีแจกแบบสอบถาม หรือทำ Focus Group
แต่การทำแบบนี้ ก็จะมีจุดอ่อน คือลูกค้าจะอยู่ในสถานการณ์ที่รู้อยู่แล้ว ว่ากำลังถูกทดสอบอะไรบางอย่างอยู่
ทำให้ถ้าเกิดออกแบบคำถามไม่ดีจริง คำตอบที่ได้อาจดูดีเกินไป หรือฟีดแบ็กที่ได้ ไม่ได้สะท้อนภาพความจริงเลยก็ได้
คุณนามเลยชอบใช้วิธี “A/B Testing” หรือการทดลองสองตัวเลือกในสนามจริง บนเชลฟ์สินค้าจริง แล้วดูว่าตัวเลือกไหน ขายดีกว่า
คุณนาม เจ้าของ โทฟุซัง จะมาเล่าวิธีทำธุรกิจแบบเจาะลึกให้ฟัง ที่งานผู้ประกอบการ บัตร 50 ที่นั่งสุดท้าย รีบจองก่อนเต็ม https://www.zipeventapp.com/e/The-Entrepreneur-Forum-2026
เรื่องนี้เกิดขึ้นในตอนที่ โทฟุซัง กำลังจะออกสินค้าใหม่ ที่คุณนามมีความเห็นไม่ตรงกันกับ Buyer ที่เป็นห้างสรรพสินค้า ที่เอา โทฟุซัง ไปวางขาย
โดยฝ่าย Buyer เป็นผู้มีประสบการณ์ในตลาด ได้แนะนำคุณนามว่า
แพ็กเกจจิงที่ดีควรเป็นรูปถั่วเหลืองพุ่ง ๆ เข้าสู่แก้ว มีน้ำนมฟุ้งกระจาย และไม่ควรมีโลโกแบรนด์เกะกะอยู่หน้าขวด
แต่ในมุมของคุณนาม มองว่าสินค้าของ SME ถ้าทำแพ็กเกจจิงกลืนไปกับเจ้าตลาด โอกาสเกิดแทบจะเป็นศูนย์ จึงอยากให้มีโลโกเด็กผู้ชายโดดเด่นอยู่ด้านหน้า เพื่อสร้างความต่างให้แบรนด์ที่ยังใหม่
แต่แทนที่จะเถียงกันบนหน้ากระดาษ คุณนามเลือกที่จะขอพิสูจน์สมมติฐานนี้ ด้วยการทดลองในสนามจริง
โดยวิธีการทำ A/B Testing หน้าเชลฟ์แบบโทฟุซัง คือ
- จำลองสถานการณ์จริง
คุณนาม เจรจาขอวางสินค้าทดลองบนเชลฟ์จริงในห้าง โดยผลิตแพ็กเกจจิงออกมา 2 แบบ คือแบบที่ Buyer แนะนำ 20 ขวด
และแบบที่คุณนามคิดว่าเวิร์ก อีก 20 ขวด
เสร็จแล้วนำไปวางคู่กันพร้อมติดป้ายราคาจริงทั้งหมด (แต่ในระบบจะยังสแกนบาร์โคดจ่ายเงินจริงไม่ได้)
โดยมีทีมงาน โทฟุซัง คอยดูพฤติกรรมลูกค้า หากลูกค้าหยิบขวดไหนและตั้งใจเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ ทีมงานจะเข้าไปแจ้งว่า นี่คือสินค้าตัวอย่างและมอบให้ทานฟรี
- วัดผลจากการ “ควักกระเป๋าจ่าย” ไม่ใช่คำชม
สาเหตุที่ต้องไปเทสต์ที่หน้าเชลฟ์ เพราะการทำรีเซิร์ชแบบให้ชิมฟรีหรือดูรูป มักได้ผลลัพธ์ที่บิดเบือน
คนไทยมีความน่ารักและขี้เกรงใจ ต่อให้สินค้าแย่แค่ไหน (สมมติคะแนน 0-10) คนไทยก็มักจะให้คะแนนที่ 6-7 เป็นอย่างต่ำ
และต่อให้อร่อยมากก็มักจะให้ 9 ซึ่งช่วงคะแนนที่กระจุกตัวอยู่แค่ 6-10 อาจไม่สามารถบอกความจริงได้แม่นยำ
- ผลลัพธ์ที่ Data ชนะความเชื่อ
ผลปรากฏว่า จำนวนลูกค้าที่เลือกหยิบขวดดิไซน์ของคุณนาม ชนะจำนวนลูกค้าที่เลือกหยิบดิไซน์ที่ Buyer แนะนำมา ด้วยอัตราส่วน 19:1
ทำให้คุณนามเลือกวางขายจริงด้วยดิไซน์ขวดโทฟุซัง แบบที่มีโลโกเด็กผู้ชาย แบบที่เราเห็นทุกวันนี้
ลองมาวิเคราะห์ถอดรหัสกลยุทธ์ ทำไมแนวคิดนี้ถึงสำคัญกับทุกธุรกิจ ?
- การเปิดใจลองซื้อครั้งแรกของลูกค้า มักจะมาจาก แพ็กเกจจิง
ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม การที่ลูกค้าจะยอมเปิดใจซื้อสินค้าของคุณครั้งแรก แพ็กเกจจิง คือด่านหน้าสุดที่จะดึงดูดสายตา
ส่วนการที่ลูกค้าจะซื้อซ้ำ ถึงจะมาจากรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการที่ตอบโจทย์
หากแพ็กเกจจิงไม่เตะตาตั้งแต่แรก สินค้าดีแค่ไหนก็จบ
- ลองแข่งในบริบทจริง ถึงจะรู้ผลจริง
แนวคิดนี้คล้ายกับผู้เขียนหนังสือระดับโลกอย่าง The 4-Hour Workweek ที่ไม่ยอมทำแบบสอบถามเลือกปกหนังสือบนอินเทอร์เน็ต
แต่ใช้วิธีพิมพ์ปกหนังสือ 4 แบบ แล้วเอาไปวางเนียน ๆ บนชั้นหนังสือหมวดพัฒนาตัวเองในร้านหนังสือจริง เพื่อดูว่าเล่มไหนถูกลูกค้าหยิบไปจ่ายเงินมากที่สุด
เพราะเวลาขายจริง สินค้าของคุณไม่ได้ยืนเด่นอยู่ตัวเดียว แต่ต้องสู้กับคู่แข่งอีกนับร้อยนับพัน
- ไอเดียสำหรับการนำไปปรับใช้ ในการสร้างธุรกิจอื่น ๆ หรือใช้ในธุรกิจที่หลายคนทำอยู่
เช่น หากคุณขายของออนไลน์ ลองยิงแอดด้วยภาพโฆษณาหรือแพ็กเกจจิง 2 รูปแบบด้วยงบเท่า ๆ กัน
แล้วดูว่าภาพไหนสร้าง Conversion หรือปิดการขายได้มากกว่า
หรือหากคุณขายของหน้าร้าน ลองจัดเรียงสินค้าหรือทำป้ายโปรโมชัน 2 แบบสลับวันกัน แล้ววัดผลจากยอดขายจริง
เพราะการทำรีเซิร์ชกับคนที่ยอมจ่ายเงินจริง ในบริบทการซื้อขายจริง Data หรือยอดขายที่เกิดขึ้น จะไม่เคยโกหก..
คุณนาม เจ้าของ โทฟุซัง จะมาเล่าวิธีทำธุรกิจแบบเจาะลึกให้ฟัง ที่งานผู้ประกอบการ บัตร 50 ที่นั่งสุดท้าย รีบจองก่อนเต็ม https://www.zipeventapp.com/e/The-Entrepreneur-Forum-2026