
กลยุทธ์ ชาตราสามม้า แบรนด์ชาคู่ร้านอาหาร ที่อยู่มานานกว่า 90 ปี
5 เม.ย. 2026
ถ้าถามว่า มีใครรู้จักแบรนด์ “ชาตราสามม้า” บ้าง ?
หลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อ
แต่รู้ไหมว่า จริง ๆ แล้วชาสามม้าเป็นแบรนด์ชา ที่หลาย ๆ ร้านอาหารเก่าแก่เลือกใช้ และหลาย ๆ คนก็น่าจะเคยมีโอกาสได้ลองกันมาบ้างแบบไม่รู้ตัว
ที่น่าสนใจคือแบรนด์ชาแบรนด์นี้อยู่มานาน กว่า 90 ปีแล้ว
จนตอนนี้ก็มีทายาทรุ่นที่ 3 มาช่วยสืบทอดดูแลกิจการต่อ
แล้วชาสามม้า มีกลยุทธ์อย่างไร ถึงอยู่มาได้ถึง 90 ปี ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
1. ขายให้ได้ก่อน แล้วค่อยสร้างแบรนด์
จุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้ ย้อนไปถึงปี พ.ศ. 2480 หรือราว 89 ปีก่อน โดยมี นายเซ็ง แซ่อุ่ย ชาวจีน ที่เข้ามาเริ่มต้นชีวิตในไทย ด้วยการรับจ้างทำงานทั่วไป ก่อนจะลองนำใบชามาแบ่งขาย
สิ่งที่น่าสนใจคือ วิธีปิดการขายในยุคนั้น คือ ทำให้ลูกค้าได้ลองจริง
ในช่วงแรก เขาใช้วิธีปั่นจักรยานตระเวนขายตามชุมชน พร้อมกับชงชาให้ลูกค้าลองดื่มตรงหน้า เพื่อให้ลูกค้าได้ลองดื่มรสชาติจริง ก่อนตัดสินใจซื้อ
จากการขายเองแบบวันต่อวัน ค่อย ๆ ขยับไปสู่การฝากขายตามร้านโชห่วย และขยายออกไปต่างจังหวัด
ก่อนจะพัฒนามาเป็นแบรนด์ “ชาตราสามม้า” ที่มีการสั่งใบชาจากแหล่งผลิต และนำมาผสมสูตรเอง เพื่อควบคุมคุณภาพและรสชาติในแบบของตัวเอง
2. ทำสินค้าให้ตรงกับยุค ไม่ใช่ตามสูตรเดิม
ชาในยุคแรกของชาตราสามม้า มีจุดเด่นคือ รสเข้มมาก
เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคในเวลานั้น คนจำนวนมากสูบฝิ่นและยาสูบ
ทำให้การรับรสลดลง รสชาติชาเลยต้องเข้มพอให้รู้สึกได้
หลังจากนั้น ธุรกิจค่อย ๆ เติบโต ผ่านการขยายช่องทางขาย ตั้งแต่ร้านโชห่วย ไปจนถึงห้างสรรพสินค้า
ขณะเดียวกัน แบรนด์ก็ปรับสูตรชาให้เบาลง ตามรสนิยมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ชา ที่อยู่คู่ตลาดไทยมาอย่างยาวนาน
เช่น ชาเบอร์ 1, 2, 3 ที่หลายคนคงคุ้นหูคุ้นตา ซึ่งจะมีความเข้มของสีชา และกลิ่นที่ต่างกัน
รวมถึงชาพันธุ์พิเศษ หรือ Specialty ของวงการชา ก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วย
3. เปิดแบรนด์ใหม่ ต่อยอดธุรกิจเดิม
เมื่อเข้าสู่การบริหารของรุ่นที่ 3 ชาตราสามม้า ก็เริ่มขยับเข้าหาคนรุ่นใหม่มากขึ้น
หนึ่งในนั้นคือการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ในชื่อ Chalong (ชาฉลอง)
ร้านชาที่มีเมนูเครื่องดื่มครบมากขึ้น คล้ายคาเฟ
ร้านชาที่มีเมนูเครื่องดื่มครบมากขึ้น คล้ายคาเฟ
ความต่างของแบรนด์นี้ อยู่ที่การวางตำแหน่งให้เป็นชาไทยในระดับพรีเมียม
มีการพัฒนาเบลนด์ใบชา และนำสินค้าเข้าร่วมประกวดในเวทีต่างประเทศ อย่าง Superior Taste Award
ซึ่งเป็นการตัดสินแบบ Blind Test หรือการชิมโดยที่กรรมการไม่เห็นแบรนด์
ทำให้การให้คะแนนอิงจากรสชาติจริงเป็นหลัก
ก่อนจะนำสูตรชาที่ใช้ประกวด มาต่อยอดเป็นเมนูเครื่องดื่ม
และทดลองเปิดเป็น Pop-Up Store บริเวณหน้าร้านเดิมในเยาวราช
ซึ่งแบรนด์นี้ก็ได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างดี เพราะล่าสุดเพจออฟฟิเชียลของแบรนด์ Chalong (ชาฉลอง) ได้ประกาศเตรียมเปิดร้านแบบ Flagship Store แห่งแรกที่ย่านบรรทัดทอง
อ่านมาถึงตรงนี้คงเห็นแล้วว่า เรื่องของ ชาตราสามม้า จึงอาจไม่ใช่แค่เรื่องของแบรนด์ชาเก่าแก่
แต่เป็นภาพของธุรกิจครอบครัว ที่ค่อย ๆ ปรับตัวไปตามแต่ละยุค
จากการขายใบชา สู่การทดลองรูปแบบใหม่ของธุรกิจ
และในวันที่ตลาดชา ไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องคุณภาพ แต่แข่งไปถึงภาพลักษณ์และประสบการณ์
การมาของแบรนด์ชาใหม่ อย่าง Chalong (ชาฉลอง) ก็เป็นเหมือนอีกคำตอบหนึ่งของโจทย์นี้..
References