
3 กลยุทธ์ SUITCUBE วิธีสร้างธุรกิจ ที่ทุกคนเอาไปปรับใช้ได้
26 มี.ค. 2026
ในวันแรกเจ้าของ SUITCUBE ไม่ได้มีความรู้เรื่องการตัดสูท เริ่มต้นจาก 0 แต่ใช้เวลา 12 ปี เป็นเชนร้านสูทที่มีสาขามากสุดในไทย โดยได้ไอเดียเริ่มธุรกิจนี้ มาจากตัว Pain Point ของเจ้าของเอง
ในตอนนั้น คุณสน จันทร์ศุภฤกษ์ เจ้าของ SUITCUBE จะแต่งงาน แล้วต้องหาร้านตัดสูท เห็นโฆษณาสูทสองตัวราคา 5,000 บาท
แต่พอไปถึงจริง เหมือนถูกหลอก บอกราคาถูก ๆ หลอกให้เข้าไปในร้าน แต่พอไปถึงก็ไม่ได้ขายให้ในราคานั้น แถมคุณภาพก็ไม่ได้ดีอะไร
และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นไอเดีย ให้เอามาคิดต่อ จนเป็นธุรกิจร้านสูทที่วันนี้มี 15 สาขา และมีรายได้กว่า 165 ล้านบาท
คุณสน จันทร์ศุภฤกษ์ เจ้าของ SUITCUBE จะมาเล่าวิธีสร้างธุรกิจให้ฟังที่งาน The Entrepreneur Forum 2026 รีบจองก่อนเต็ม ตอนนี้เหลือ 20 ที่นั่งสุดท้าย https://www.zipeventapp.com/e/The-Entrepreneur-Forum-2026
1. ถ้าไอเดียตอนแรกไม่เวิร์ก รีบยอมรับความผิดพลาด แล้วปรับโมเดลธุรกิจให้ไว
หลายธุรกิจมักยึดติดกับไอเดียตั้งต้น ที่บางทีไม่เวิร์ก แต่ SUITCUBE เลือกที่จะฟังตลาดและปรับตัว
ในวันแรก SUITCUBE ตั้งใจทำโมเดล “Suit in the box” เน้นขายออนไลน์อย่างเดียว เพื่อลดต้นทุนค่าเช่าที่และค่าบริหารจัดการ
แต่ปรากฏว่า ขายไม่ออก เพราะลูกค้ายังต้องการประสบการณ์หน้าร้าน ต้องมาลองกับตัว และขาดความมั่นใจในแบรนด์
แทนที่จะดันทุรังขายออนไลน์ต่อไป คุณสนเลยลองเปิดหน้าร้านขึ้นมา และเริ่มจากการขายสูทแบบ Ready-to-wear ที่ลูกค้าสามารถมาลองไซส์แล้วหิ้วกลับบ้านได้เลย เปิดสาขาแรกที่แถวพระราม 3
เมื่อเริ่มขายได้ เริ่มมีลูกค้า ลูกค้าหลายคนก็เรียกร้องให้ไปเปิดในห้างเพื่อความสะดวกในการเดินทาง ก็ไปเปิดที่ Terminal 21 อโศก
และเมื่อลูกค้าต่างชาติเดินเข้ามาถามหางานสั่งตัด หรือ Tailor-made ก็เริ่มเพิ่มบริการนี้เข้าไป
จนปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของ SUITCUBE แบ่งเป็นสูทสำเร็จรูปครึ่งหนึ่ง และงานสั่งตัดอีกครึ่งหนึ่ง
-บทเรียนจากตรงนี้ของ SUITCUBE ที่เอาไปปรับใช้ได้
ธุรกิจที่ดีต้องยืดหยุ่นและปรับตัวตามฟีดแบ็กของลูกค้าเสมอ และต้องยอมรับความผิดพลาด ถ้าทำอะไรแล้วไม่ได้ดีตามที่คิดไว้ แล้วปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจให้ไว เพื่อให้ธุรกิจไปข้างหน้าได้ต่อ
2. คุมต้นทุนหลังบ้านให้ได้ ถ้าอยากขายราคาที่เป็นมิตร
โดยปกติแล้ว ธุรกิจแฟชั่นทั่วไป ควรจะได้กำไร 5-10 เท่า ของต้นทุน เช่น ถ้าต้นทุน 100 บาท ก็ควรจะตั้งราคาขายสัก 500-1,000 บาท
แต่สำหรับ SUITCUBE คุณสนบอกว่า “เราตั้งราคาผิดตั้งแต่แรก” โดยตั้งราคาสูทเริ่มต้นไว้ที่ 3,900 บาท ซึ่งราคานี้ เป็นราคาที่ออกแบบมาสำหรับการขายออนไลน์ ยังไม่ได้คิดค่าเช่าที่ ค่าจ้างพนักงาน อื่น ๆ บวกเข้าไป
พอต้องมาเปิดหน้าร้าน แต่ยังขายราคานี้เหมือนเดิม เลยต้องงัดกลยุทธ์ลดต้นทุนด้านอื่นมาใช้แทนการขึ้นราคา
SUITCUBE เลือกที่จะจัดการพนักงานหน้าร้านให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้พนักงานเฉลี่ยเพียงสาขาละ 4 คน ซึ่งน้อยกว่าร้านเสื้อผ้าทั่วไปราว 3 เท่า
นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนพัฒนาระบบหลังบ้านที่แข็งแกร่ง ทำให้เวลาขยายสาขาใหม่ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานแทบจะไม่เพิ่มขึ้นตาม
-บทเรียนจากตรงนี้ของ SUITCUBE ที่เอาไปปรับใช้ได้
หากคุณต้องการแข่งขันด้วยราคา ต้องหันกลับมาดูโครงสร้างต้นทุนของตัวเอง ว่ามีส่วนไหนที่สามารถรีดออกได้บ้าง โดยที่ไม่กระทบกับคุณภาพของสินค้าและบริการ
ซึ่ง SUITCUBE เลือกทำแบบนี้ คือไม่ขึ้นราคา แต่คุมต้นทุนให้ได้ แล้วเน้นขยายสาขาไปเรื่อย ๆ เพิ่ม Volume ยอดขาย เพื่อให้ได้กำไรเพิ่มขึ้นตาม
3. ทำลาย Pain Point เรื่องสต็อกบวม ด้วยความยืดหยุ่นของสายการผลิต
ปัญหาคลาสสิกของธุรกิจเสื้อผ้าคือ สินค้าไซส์ยอดฮิตอย่าง M และ L มักจะขาดสต็อก ในขณะที่ไซส์อื่นขายไม่ออกจนกลายเป็น Dead Stock ที่ต้องเอามาลดราคาระบายออก
SUITCUBE แก้เกมนี้ด้วยการประสานรอยต่อระหว่างสินค้าสำเร็จรูป หรือ Ready-to-wear กับสินค้าสั่งตัด หรือ Tailor-made
โดยหากสูทสำเร็จรูปไซส์ไหนหมด ก็จะโยกโควตาผ้าจากฝั่งงานมาผลิตเติมสต็อกให้ทันภายใน 3-5 วัน ทำให้ร้านมีสินค้าขายต่อเนื่องในราคาเต็ม ไม่ต้องสต็อกของเผื่อ จนกลายเป็นต้นทุนจม
-บทเรียนจากตรงนี้ของ SUITCUBE ที่เอาไปปรับใช้ได้
มองหา Synergy ในสายการผลิตของตัวเอง หากคุณมีสินค้าหลายประเภท ลองหาทางเชื่อมโยงทรัพยากร เช่น วัตถุดิบ หรือ เวลาของพนักงาน ให้สามารถสลับมาซัปพอร์ตสินค้าที่กำลังขายดีได้ทันที
คุณสน จันทร์ศุภฤกษ์ เจ้าของ SUITCUBE จะมาเล่าวิธีสร้างธุรกิจ เจาะลึกมากกว่านี้ให้ฟังที่งาน The Entrepreneur Forum 2026 รีบจองก่อนเต็ม ตอนนี้เหลือ 20 ที่นั่งสุดท้าย https://www.zipeventapp.com/e/The-Entrepreneur-Forum-2026