
วิธีสร้างธุรกิจ SUITCUBE จากตัดสูทไม่เป็น ใช้เวลา 12 ปี สร้างเชนร้านสูท 100 ล้าน
19 มี.ค. 2026
ในวันแรกเจ้าของ SUITCUBE ไม่ได้มีความรู้เรื่องการตัดสูท เริ่มต้นจาก 0 แต่ใช้เวลา 12 ปี เป็นเชนร้านสูทที่มีสาขามากสุดในไทย
โดยได้ไอเดียเริ่มธุรกิจนี้ มาจากตัว Pain Point ของเจ้าของเอง
คุณสน จันทร์ศุภฤกษ์ เจ้าของ SUITCUBE จะมาเล่าให้ฟังที่งาน The Entrepreneur Forum 2026 รีบจองก่อนเต็ม ตอนนี้เหลือ 100 ที่นั่งสุดท้าย https://www.zipeventapp.com/e/The-Entrepreneur-Forum-2026
12 ปีที่แล้ว คุณสน จันทร์ศุภฤกษ์ ผู้ก่อตั้ง SUITCUBE จะแต่งงาน แล้วต้องหาร้านตัดสูท เห็นโฆษณาสูทสองตัวราคา 5,000 บาท
แต่พอไปถึงจริง กลับโดนขู่ว่าราคา 5,000 บาท เป็นสูทของ รปภ. จะตัดสูทแบบนี้ไปแต่งงานจริงเหรอ
คือเหมือนบอกราคาถูก ๆ หลอกให้เข้าไปในร้าน แต่พอไปถึงก็ไม่ได้ขายให้ในราคานั้น แถมคุณภาพก็ไม่ได้ดีอะไร
จึงเกิดคำถามว่า จะมีร้านไหนในประเทศไทยไหม ? ที่จ่ายราคาไม่แพงแล้วจบ ได้คุณภาพที่ดี ไม่ต้องโดนเหลี่ยมใส่เหมือนที่ตัวเองโดนมา
และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นไอเดีย ให้เอามาคิดจนเป็นธุรกิจร้านสูท
คุณสนเริ่มต้นจากการไปหาผ้าเองที่พาหุรัด ตามหาช่างตัดเย็บ ไปซื้อหนังสือมาเรียนรู้วิธีตัดสูทเอง เรียกว่าทำทุกอย่างจากศูนย์ จนเกิดเป็น SUITCUBE สาขาแรกที่ถนนพระราม 3
แล้วขยับขยายเข้าไปเปิดในห้าง เช่น ใน Terminal 21 อโศก จนวันนี้มี 15 สาขา มีรายได้กว่า 130 ล้านบาท
สรุป 4 วิธีทำธุรกิจแบบคุณสน ที่ใช้สร้าง SUITCUBE
1. วิเคราะห์จุดอ่อนของตลาดเดิม แล้วสร้างความแตกต่างที่คู่แข่งรายใหญ่ ขยับตัวตามยาก
เมื่อก่อนวงการสูทมีแค่ 2 ทางเลือก คือ
- สูทสำเร็จรูป ที่ราคาจับต้องได้แต่ใส่แล้วไม่พอดีกับสรีระ เหมือนซื้อเสื้อยืดไซซ์ S M L
- กับร้านตัดสูทเทเลอร์ คือสั่งตัดเฉพาะคน ที่ราคาจะแพงมาก และบางครั้งต้องแก้หลายรอบ แก้จนคนซื้อคนตัดเหนื่อย
SUITCUBE เห็นช่องว่างนี้ จึงเจาะตลาดด้วยสูทสำเร็จรูป ที่สามารถนำมาปรับแก้ให้พอดีตัวได้
2. อุดรอยรั่วเรื่องคน ด้วย SOP และ KM
SOP (Standard Operating Procedure) = ขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐาน
KM (Knowledge Management) = การจัดการองค์ความรู้
SME ส่วนใหญ่ที่ขยายสาขาไม่ได้ เพราะแก้ปัญหา “พนักงานเข้าออกบ่อย” ได้ไม่ดี เทรนเสร็จกำลังเก่ง ก็ลาออก วิธีแก้คือต้องสร้างระบบที่ทำให้ความรู้ไม่ยึดติดกับตัวบุคคล
วิธีของ SUITCUBE คือสร้าง SUITCUBE Academy ขึ้นมาเป็นมาตรฐาน
โดยมีหลักสูตรออนไลน์ปรับ Mindset และอธิบายเรื่องคู่มือปฏิบัติงาน SOP
พนักงานใหม่ต้องผ่านการเทรน 2 สัปดาห์ เพื่อให้เข้าใจวิธีรับมือลูกค้าและการอ่านใจลูกค้าก่อนลงสนามจริง
นอกจากนี้ยังมีการทำ KM หรือ Knowledge Management เป็นประจำทุกเดือน เพื่อแชร์วิธีการแก้ปัญหาข้ามสาขา เอาองค์ความรู้ที่ได้จากสาขาหนึ่ง มาแชร์ให้ทั้งองค์กร
เช่น สมมติสาขาที่ 1 เจอปัญหาและแก้ได้สำเร็จ ความรู้นี้จะถูกส่งต่อให้พนักงานทุกสาขารับรู้ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเดิมเกิดซ้ำรอย
3. ก้าวข้ามกับดักความ “งก” ลงทุนใน Data & Tech เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
ธุรกิจจะกระโดดจากไซซ์ S ไปไซซ์ M ได้ เจ้าของต้องก้าวข้ามความเสียดายเงิน แล้วกล้าลงทุนในระบบเทคโนโลยีที่คุ้มค่า แม้จะไม่ได้ถูกที่สุดก็ตาม
เคสของ SUITCUBE คุณสนเล่าว่า เมื่อเริ่มขยายเป็น 2-3 สาขา การเก็บข้อมูลลูกค้าด้วย LINE พิมพ์คุยกัน หรือลง Google Sheets/Excel เริ่มสร้างปัญหาคอขวด
ไฟล์โหลดช้าบ้าง
คนหนึ่งลบข้อมูลคนหนึ่งมองไม่เห็นบ้าง
ลูกค้าโทรมาตามงานก็ต้องรอสายเก้อนานหลายนาทีบ้าง
คุณสนจึงตัดสินใจลงทุนระดับมหาชน ควักเงินก้อนใหญ่ใช้ซอฟต์แวร์จัดการข้อมูลธุรกิจอย่าง Salesforce เข้ามาจัดการ Data ลูกค้า
ผลลัพธ์คือ ระบบหลังบ้านเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์แบบ ข้อมูลการวัดตัวของลูกค้าถูกเก็บอย่างเป็นระบบ ลดการใช้แรงงานคนและลดข้อผิดพลาด
ซึ่งคุณสนบอกว่า นี่คือเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ CEO สามารถปล่อยมือจาก Operation รายวันได้จริง
4. บริหารการเงินบริษัทแบบ “เตรียมกางร่มไว้ ในวันที่แดดออก”
อย่ารอให้บริษัทขาดสภาพคล่องแล้วค่อยวิ่งหาเงิน เพราะในวันที่วิกฤติมาเยือน ธนาคารมักจะไม่ปล่อยกู้ให้คุณ
ก่อนวิกฤติโรคระบาด SUITCUBE เป็นธุรกิจที่แข็งแรงมาก ยอดขายเติบโตได้เรื่อย ๆ
คุณสนได้เข้าไปเจรจาขอเปิดวงเงินกู้กับธนาคารเตรียมไว้ตั้งแต่ช่วงที่บริษัทยังเฟื่องฟู และยังไม่ได้ต้องการใช้เงิน
เมื่อเกิดวิกฤติสั่งปิดห้างยาวเป็นปี วงเงินที่เตรียมไว้ก้อนนี้ กลายเป็นสายป่านสำคัญ ช่วยให้บริษัทมีกระแสเงินสดหล่อเลี้ยง จ่ายเงินเดือนพนักงานได้
ยังมีเทคนิคและวิธีทำธุรกิจที่น่าสนใจอีกเยอะ
คุณสน จันทร์ศุภฤกษ์ เจ้าของ SUITCUBE จะมาเล่าให้ฟังที่งาน The Entrepreneur Forum 2026 รีบจองก่อนเต็ม ตอนนี้เหลือ 100 ที่นั่งสุดท้าย https://www.zipeventapp.com/e/The-Entrepreneur-Forum-2026