
วิธีที่ชายคนนี้ ทำเว็บหางาน ที่ไม่ได้ประกาศใน LinkedIn จนสร้างรายได้เดือนละเกือบ 1,000,000 บาท
16 ต.ค. 2026
ในยุคที่หลายคนกำลังพยายามสร้างแอป AI หรือคิด Product ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน
ชายที่ชื่อว่า Roman Lakhnyuk กลับเลือกสร้างธุรกิจจากสิ่งที่มีอยู่มานานแล้ว นั่นคือ เว็บไซต์หางาน
เว็บไซต์ของเขามีชื่อว่า CareerHound เป็น Job Board สำหรับคนหางานในสหรัฐอเมริกา โดยรวบรวมตำแหน่งงานจากหน้าเว็บไซต์ของบริษัทต่าง ๆ มาไว้ในที่เดียว
ปัจจุบัน CareerHound มีผู้ใช้งานมากกว่า 8,000 คน มีสมาชิกที่ยังจ่ายเงินอยู่ 779 คน และเดือนล่าสุดสร้างรายได้รวมประมาณ 940,000 บาท
ที่น่าสนใจคือ คุณ Roman ไม่ได้มีพื้นฐานด้าน Programming แต่เรียนจบด้าน Psychology และเคยใช้เวลาถึง 5 ช่วงฤดูร้อน ขายระบบ Alarm แบบ Door-to-Door รวมถึงเคยบริหารทีม Sales มาก่อน
แล้วคุณ Roman ทำอย่างไรให้เว็บไซต์หางานธรรมดา ๆ ในตลาดที่มีคู่แข่งอยู่เต็มไปหมด สามารถสร้างรายได้เกือบ 1,000,000 บาทต่อเดือน ได้ ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
1. ไม่ต้องสร้างไอเดียใหม่ แต่แก้ปัญหาเดิมให้ดีขึ้น
จุดเริ่มต้นของ CareerHound มาจากเพื่อนของคุณ Roman ที่กำลังหางาน และสร้าง Web Scraper ขึ้นมาเพื่อดึงตำแหน่งงานจากหน้า Careers ของบริษัทต่าง ๆ โดยตรง
เพราะปัญหาหนึ่งของคนหางานคือ ตำแหน่งงานจำนวนหนึ่งถูกประกาศอยู่บนเว็บไซต์ของบริษัท แต่ไม่ได้ถูกนำไปลงบนเว็บไซต์หางานขนาดใหญ่อย่าง LinkedIn เสมอไป
คุณ Roman จึงมองว่า ถ้านำข้อมูลเหล่านี้มารวมไว้ในเว็บไซต์เดียว ก็น่าจะช่วยให้คนหางานสามารถค้นหาโอกาสใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น
จนกลายมาเป็น CareerHound ซึ่งมี Business Model ค่อนข้างตรงไปตรงมา คือ รวบรวมงานจากเว็บไซต์บริษัท แล้วเก็บค่าสมาชิกจากคนที่ต้องการเข้าถึงข้อมูล
คุณ Roman เลือกใช้ระบบ Hard Paywall หรือไม่มีแพ็กเกจให้ใช้ฟรี โดยคิดค่าสมาชิกประมาณ 235 บาทต่อสัปดาห์, 673 บาทต่อเดือน หรือ 1,682 บาทต่อปี
ปัจจุบัน CareerHound มีผู้ใช้งานสะสมมากกว่า 8,000 คน และมีสมาชิกที่ยังจ่ายเงินอยู่ 779 คน
2. Product ไม่ต้องซับซ้อน แต่ต้องมีเหตุผลให้คนยอมจ่าย
คุณ Roman มองว่า CareerHound ไม่ได้เป็น Product ที่มีความซับซ้อน หรือเป็นไอเดียที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน
สิ่งที่ทำให้คนยอมจ่ายเงิน คือ CareerHound พยายามดึงตำแหน่งงานจากเว็บไซต์ของบริษัทโดยตรง แทนที่จะรวบรวมเฉพาะงานจาก Job Board รายใหญ่อื่น ๆ
ทำให้ Value Proposition ของเว็บไซต์ค่อนข้างเข้าใจง่าย คือ ช่วยให้คนหางานค้นพบตำแหน่งงานที่ตัวเองอาจหาไม่เจอจากช่องทางปกติ
โดยผู้ใช้งาน CareerHound หนึ่งคน มี Lifetime Value หรือมูลค่ารายได้เฉลี่ยตลอดช่วงที่เป็นลูกค้าอยู่ที่ประมาณ 1,682 บาท
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจนี้ก็มีข้อจำกัด เพราะเมื่อผู้ใช้งานหางานได้แล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องจ่ายเงินต่อ
ทำให้ CareerHound มี Churn Rate หรืออัตราการยกเลิกสมาชิกค่อนข้างสูง อยู่ที่ประมาณ 31%
ดังนั้น การเติบโตของ CareerHound จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการรักษาลูกค้าเดิมอย่างเดียว แต่ต้องสามารถ หาลูกค้าใหม่เข้ามาได้อย่างต่อเนื่อง
3. ใช้ Content เป็นเครื่องมือหาลูกค้าใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
อย่างที่บอกไปว่า CareerHound เป็นธุรกิจที่มี Churn Rate ค่อนข้างสูง เพราะเมื่อลูกค้าหางานได้แล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องจ่ายค่าสมาชิกต่อ
นั่นหมายความว่า ถ้า CareerHound ต้องการเติบโต ธุรกิจก็จำเป็นต้องหาลูกค้าใหม่เข้ามาทดแทนลูกค้าที่เลิกใช้บริการอยู่ตลอด
คุณ Roman จึงให้ความสำคัญกับการทำ Content Marketing เพื่อดึงคนที่กำลังหางานเข้ามายัง CareerHound
คุณ Roman แบ่ง Content ออกเป็น 2 ประเภท คือ Timely Content และ Timeless Content
Timely Content คือคอนเทนต์ที่อิงกับกระแสหรือเหตุการณ์ในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจสร้างยอดวิวได้ดีในตอนนั้น แต่เมื่อกระแสหมด ความสนใจก็ลดลงตามไปด้วย
ส่วน Timeless Content คือคอนเทนต์ที่ตอบความต้องการพื้นฐานของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งสามารถนำแนวคิดเดิมกลับมาทำซ้ำได้เรื่อย ๆ
สำหรับ CareerHound ความต้องการพื้นฐานของกลุ่มเป้าหมายก็คือ ตอนนี้มีบริษัทไหนกำลังเปิดรับสมัครงานอยู่บ้าง ?
คุณ Roman จึงนำคำถามนี้มาพัฒนาเป็น Content Format ที่สามารถทำซ้ำได้ เช่น วิดีโอแนะนำ บริษัทที่กำลังเปิดรับพนักงาน Remote และรับสมัครคนจากทั่วโลก ก่อนจะขึ้นรายชื่อบริษัทต่าง ๆ และปิดท้ายด้วยการพาคนเข้าไปค้นหางานเพิ่มเติมบน CareerHound
ดังนั้นคุณ Roman จึงหา Format ที่พิสูจน์แล้วว่าคนสนใจ แล้วเปลี่ยนรายชื่อบริษัท ตำแหน่งงาน หรือรายละเอียดภายใน เพื่อผลิต Content รูปแบบเดิมซ้ำได้เรื่อย ๆ
และเมื่อรู้แล้วว่า Content แบบไหนดึงคนเข้า CareerHound ได้ ขั้นต่อไปก็คือ ทำอย่างไรให้สามารถผลิต Content แบบนี้ออกมาได้จำนวนมาก โดยที่คุณ Roman ไม่ต้องทำเองทั้งหมด
4. ใช้ Creator ผลิต Content ซ้ำ ๆ จนกลายเป็นระบบหาลูกค้า
เมื่อเจอ Format ที่ได้ผล คุณ Roman ก็ไม่ได้ผลิต Content ทั้งหมดด้วยตัวเอง
แต่จ้าง Creator มาทำวิดีโอแทน โดยต้นทุนต่อวิดีโออยู่ที่ประมาณ 673 บาท
หนึ่งในรายละเอียดที่น่าสนใจคือ คุณ Roman ตั้งใจเลือก Creator ที่มีอายุมากขึ้นสำหรับ Content บางประเภท เพราะเขามองว่าคนเหล่านี้สามารถสร้างภาพลักษณ์เรื่องประสบการณ์และความน่าเชื่อถือได้ดีกว่า เมื่อพูดถึงเรื่องงานหรือ Career
สิ่งสำคัญคือ คุณ Roman จะเขียน Brief และ Script ให้ละเอียดมาก เพื่อให้ Creator ไม่ต้องคิดเองตั้งแต่ต้น แต่เพียงทำตาม Format ที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผล
วิธีนี้ทำให้ CareerHound สามารถผลิต Content จำนวนมาก โดยยังควบคุมต้นทุนและรูปแบบของวิดีโอได้
ผลคือในช่วง 30 วัน CareerHound สามารถสร้างยอดวิวบน Social Media ได้ประมาณ 11.7 ล้านวิว
และ Traffic เหล่านี้ก็ถูกส่งต่อมายังเว็บไซต์ ก่อนเปลี่ยนผู้ชมบางส่วนให้กลายเป็นสมาชิกแบบเสียเงิน
ปัจจุบัน CareerHound มีสมาชิกที่ยังจ่ายเงินอยู่ 779 คน
โดยเดือนล่าสุดธุรกิจสร้างรายได้รวมประมาณ 941,920 บาท ขณะที่ Monthly Recurring Revenue หรือ MRR อยู่ที่ประมาณ 403,680 บาท
สาเหตุที่รายได้รวมต่อเดือนสูงกว่า MRR เพราะลูกค้าของ CareerHound มีทั้งคนที่จ่ายแบบรายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี ทำให้เงินที่รับเข้ามาในแต่ละเดือนไม่ได้เท่ากับรายได้ประจำแบบรายเดือนทั้งหมด
อ่านมาถึงตรงนี้ คงเห็นแล้วว่า บางครั้งไอเดียการสร้างธุรกิจ อาจจะเริ่มจากจุดเล็ก ๆ อย่างปัญหาอะไรที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข
แล้วเราก็แค่สร้าง Product ขึ้นมาตอบโจทย์นั้น ก่อนจะหาวิธีทำให้คนรู้จัก ผ่านการสร้าง Content ที่สามารถทำซ้ำและขยายต่อได้นั่นเอง..
References