สรุป 5 ไฮไลต์ ICONPHUKET เมกะโปรเจกต์ 10,000 ล้าน สยามพิวรรธน์ เตรียมเปิดปี 2572

สรุป 5 ไฮไลต์ ICONPHUKET เมกะโปรเจกต์ 10,000 ล้าน สยามพิวรรธน์ เตรียมเปิดปี 2572

5 ต.ค. 2026
นี่คือการเดิมพันครั้งใหญ่ของสยามพิวรรธน์ นอกกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก..
ถ้าพูดถึงโครงการของสยามพิวรรธน์ หลายคนน่าจะนึกถึง สยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์, สยามดิสคัฟเวอรี่ รวมถึง ICONSIAM ที่บริษัทเป็นหนึ่งในพันธมิตรเจ้าของโครงการ
แต่ที่น่าสนใจคือ ตลอดระยะเวลากว่า 67 ปี โครงการหลักของสยามพิวรรธน์แทบทั้งหมดกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพมหานคร
ล่าสุด บริษัทกำลังเดินออกจากกรุงเทพฯ ครั้งสำคัญ ด้วยการประกาศลงทุน 10,000 ล้านบาท พัฒนา ICONPHUKET ที่จังหวัดภูเก็ต และตั้งเป้าเปิดให้บริการในปี 2572
แล้ว ICONPHUKET มีไฮไลต์อะไรน่าสนใจบ้าง ?
BrandCase สรุปให้ เป็นข้อ ๆ แบบเข้าใจง่าย ๆ
1.โมเดล Global Destination นอกกรุงเทพฯ แห่งแรก
ที่ผ่านมา สยามพิวรรธน์มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการที่วางตัวเองเป็น Destination มากกว่าการเป็นเพียงศูนย์การค้า
ตัวอย่างชัดเจนคือ ICONSIAM ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนระหว่างสยามพิวรรธน์, MQDC และเครือเจริญโภคภัณฑ์ มูลค่า 50,000 ล้านบาท
ที่เข้ามาพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรีให้กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของกรุงเทพฯ
โมเดลลักษณะนี้กำลังถูกนำมาใช้กับภูเก็ต
โดยสยามพิวรรธน์มองว่า ภูเก็ตเป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่มีทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ กลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง ชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาว และการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก
ด้วยเหตุนี้เอง สยามพิวรรธน์จึงเลือกภูเก็ตเป็นพื้นที่แรกในการนำโมเดล Global Destination ออกจากกรุงเทพฯ
2. ผสมระหว่าง Hybrid Retail-Attraction และ Entertainment Destination ไม่เหมือนกับศูนย์การค้าทั่ว ๆ ไป
หัวใจของโครงการคือ การผสม Retail, Attraction และ Entertainment เข้าด้วยกัน
โดยสยามพิวรรธน์ระบุว่า ภายใน ICONPHUKET จะมี World-Class Attractions จำนวน 12 แห่ง
ขณะที่พื้นที่ประมาณ 1 ใน 3 ของโครงการ จะถูกใช้สำหรับ Entertainment และ Attraction โดยเฉพาะ
นั่นหมายความว่า แนวคิดของโครงการคือต้องการสร้างเหตุผลอื่นให้คนเข้ามาใช้เวลาในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว ความบันเทิง หรือประสบการณ์รูปแบบใหม่
ซึ่งคล้ายกับแนวคิดที่เราเห็นจาก Destination Retail ทั่วโลก ซึ่งตัว Attraction กลายเป็นแม่เหล็กดึง Traffic ก่อนที่ Traffic เหล่านั้นจะถูกส่งต่อไปยังร้านค้า ร้านอาหาร และธุรกิจอื่นภายในโครงการ
สยามพิวรรธน์ตั้งเป้าว่า หลัง ICONPHUKET เปิดดำเนินการ จะมีผู้เข้าใช้โครงการประมาณ 80,000-100,000 คนต่อวัน
3. เป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่ใหญ่กว่า
นอกจากนี้ ICONPHUKET เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเมกะโปรเจกต์มูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท ที่ชื่อ Synthesis Ark Phuket ซึ่งเป็น Integrated Mixed-use Development 
โครงการนี้พัฒนาโดยกลุ่มบริษัทซีวี บนพื้นที่กว่า 500 ไร่ บริเวณตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
ภายในพื้นที่จะประกอบด้วย
- ที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี
- อาคารสำนักงาน
- โรงแรม
- เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์
- โรงเรียนนานาชาติ
- ศูนย์สุขภาพและความงาม
- รวมถึง ICONPHUKET
ทำให้พื้นที่นี้ถูกวางให้เป็นเมืองขนาดย่อม ที่รวมการอยู่อาศัย การทำงาน การท่องเที่ยว และการพักผ่อนไว้ด้วยกัน
โดย Synthesis Ark Phuket วางเป้าหมายเป็น Smart City แห่งแรกของภูเก็ต และมีกำหนดพัฒนาเฟสแรกเสร็จภายในปี 2575
4. Gateway ของภาคใต้ ที่จะส่งนักท่องเที่ยวไปอีก 13 จังหวัดที่เหลือ
บริษัทได้ร่วมมือกับทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน หอการค้าไทย กลุ่ม YEC รวมถึงเครือข่ายจาก 14 จังหวัดภาคใต้ เพื่อรวบรวมองค์ความรู้และอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่มาพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ
เป้าหมายคือ เมื่อคนเดินทางมายัง ICONPHUKET แล้ว ไม่ได้จบเพียงการใช้จ่ายภายในโครงการ แต่สามารถต่อยอดไปสู่การเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดอื่นของภาคใต้
พูดง่าย ๆ คือ พยายามเปลี่ยนภูเก็ตจาก Destination เดี่ยว ให้กลายเป็น Gateway ที่ส่งนักท่องเที่ยวต่อไปยังพื้นที่อื่น และสร้างสิ่งที่สยามพิวรรธน์เรียกว่า Cluster Economy ของภาคใต้
5. พื้นที่สีเขียวและสวนกลางแจ้งมากกว่า 40% ของโครงการ
รวมถึงนำเทคโนโลยีมาใช้บริหารจัดการพลังงาน น้ำ ขยะ และระบบคมนาคม พร้อมนำวัสดุก่อสร้างรีไซเคิลมาใช้บางส่วน
ด้านการออกแบบ สถาปัตยกรรมจะนำองค์ประกอบจากธรรมชาติของภาคใต้ เช่น อ่าวพังงา ทะเลภูเก็ต ภูเขา และหน้าผาหิน มาผสมกับวัฒนธรรมท้องถิ่น
อีกด้านหนึ่ง สยามพิวรรธน์ประเมินว่า การพัฒนาโครงการจะสามารถสร้างงานและกระจายรายได้ ตั้งแต่ช่วงก่อสร้างจนถึงช่วงดำเนินงานเต็มรูปแบบ รวมกว่า 50,000-80,000 อัตรา
ทั้งหมดนี้ทำให้ ICONPHUKET เป็นโปรเจกต์ที่น่าสนใจมาก
เพราะถ้ามองในเชิงกลยุทธ์ นี่คือการเดิมพันครั้งสำคัญของสยามพิวรรธน์ ในการนำโมเดลที่บริษัทใช้สร้างย่านสยามและ ICONSIAM ออกจากกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก
แต่คราวนี้โจทย์แตกต่างออกไป เพราะภูเก็ตเป็นเมืองที่มีฐานลูกค้าระดับโลกอยู่แล้ว
สิ่งที่ ICONPHUKET ต้องทำคือการสร้าง Destination ใหม่ที่แข็งแรงพอจะแข่งขันแย่งเวลา และการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจาก Destination ระดับโลกแห่งอื่น
พร้อมกับทำหน้าที่เป็นประตูที่ส่งต่อเม็ดเงินและนักท่องเที่ยวจากภูเก็ต ไปยังอีก 13 จังหวัดภาคใต้
ถ้าทำได้สำเร็จ ICONPHUKET ก็อาจไม่ได้เป็นเพียงแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของภูเก็ต
แต่อาจกลายเป็นอีกโมเดลหนึ่งของสยามพิวรรธน์ ในการนำธุรกิจ Destination Development ขยายออกจากกรุงเทพฯ ไปยังเมืองศักยภาพอื่นในอนาคต..
Reference
- ข่าวประชาสัมพันธ์จากสยามพิวรรธน์
© 2026 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.