
สรุป 5 วิธีปั้นแบรนด์สไตล์ Homeboy เริ่มจากทุน 10,000 บาท ผ่านไป 8 ปี ตอนนี้รายได้ 255 ล้าน
18 มิ.ย. 2026
- บริษัท เดอะ 31 สตูดิโอ จำกัด เจ้าของ Homeboy แบรนด์เสื้อผ้าสตรีตสัญชาติไทย
ปี 2564 รายได้ 13 ล้านบาท ขาดทุน 5.9 ล้านบาท
ปี 2565 รายได้ 33 ล้านบาท กำไร 0.5 ล้านบาท
ปี 2566 รายได้ 140 ล้านบาท กำไร 5.0 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 198 ล้านบาท กำไร 3.0 ล้านบาท
ปี 2568 รายได้ 255 ล้านบาท กำไร 6.4 ล้านบาท
จะเห็นว่า รายได้ของบริษัทเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
โดย Homeboy เริ่มต้นธุรกิจในปี 2561 ด้วยทุนเพียง 10,000 บาทเท่านั้น
พูดง่าย ๆ คือ จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ Homeboy ใช้เวลาเพียง 8 ปี ในการปั้นแบรนด์ให้เติบโต จนมีรายได้แตะระดับ 200 กว่าล้านบาท
แล้วเบื้องหลังการเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้ Homeboy ทำได้อย่างไร ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
ก่อนหน้านี้ BrandCase มีโอกาสได้คุยกับ คุณแบงค์-อัมพรชัย มณีแสงสาคร เจ้าของแบรนด์ Homeboy เกี่ยวกับวิธีปั้นแบรนด์ สไตล์ Homeboy จนเติบโตระดับนี้ ซึ่งสรุปได้ 5 ข้อหลัก ๆ คือ
1. อ่านคาแรกเตอร์ลูกค้าให้ออก และวางคาแรกเตอร์ตัวเองให้ชัด
เรื่องที่ Homeboy ชัดเจนตั้งแต่วันแรก คือการวาง Brand Persona หรือหน้าและบุคลิกของแบรนด์
คอนเซปต์ของ Homeboy ไม่เหมือนกับร้านทั่ว ๆ ไป ไม่มีคำว่าลูกค้า หรือ พ่อค้า มีแค่คำว่าเพื่อน
ในช่วงแรก ที่คุณแบงค์เป็นแอดมินตอบแช็ตเอง ก็ใช้ความกวน ๆ มาตอบลูกค้า
เช่น ลูกค้าทักมาสั่งของตอนตี 2 แทนที่จะรีบปิดการขาย
คุณแบงค์กลับตอบว่า “ไม่นอนเหรอ ? สั่งพรุ่งนี้ก็ได้ กูจะนอน !”
บางคนเห็นแบบนี้ อาจจะคิดว่าตอบกวนแบบนี้ ลูกค้าคงจะไม่พอใจและไปซื้อร้านอื่นหรือเปล่า ?
แต่ผลลัพธ์กลายเป็นว่าลูกค้ากลับชอบ แชร์ต่อ จนเกิดเป็นกระแสบนโซเชียลมีเดีย
คุณแบงค์เล่าว่า “เพราะคาแรกเตอร์แบรนด์ Homeboy ชัดกับกลุ่มคนใส่อยู่แล้ว”
แปลว่า การตอบกวน คือความตั้งใจของ Homeboy ที่อยากวางคาแรกเตอร์แบรนด์ ให้แมตช์กับคาแรกเตอร์คนใส่อยู่แล้ว
คนที่ชอบเสื้อผ้าแนวนี้ ก็เหมือนคัดมาแล้ว ว่ามักจะมีบุคลิกที่เป็นคนนอกกรอบ มีความกวนเล็ก ๆ เหมือนกัน และลูกค้าก็โอเคกับคาแรกเตอร์แบบนี้
2. ยิ่งมองแคบ ๆ แบรนด์ยิ่งชัด
Homeboy วางกลุ่มลูกค้าเป้าหมายไว้แคบมาก แค่ช่วงอายุ 27-35 ปีเท่านั้น
คุณแบงค์เล่าว่า ที่ต้องเป็นคนกลุ่มนี้เพราะอายุ 21-25 ปีคือกลุ่ม First Jobber
ยังแต่งตัวเรียบร้อย ไม่ค่อยกล้าเฟี้ยวในออฟฟิศ
แต่พออายุ 27 ปีขึ้นไป จะเริ่มมั่นใจ อยากแต่งตัวเฟี้ยว ๆ ในออฟฟิศ ซึ่งคนกลุ่มนี้แหละคือลูกค้าตัวจริง
และก็ไม่ใช่แค่อายุ เพราะ Homeboy เจาะจงไปถึงอาชีพ
เช่น Digital Marketing, Creative และ Production คนทำงานฝั่งครีเอทิฟ
พอได้กลุ่มลูกค้าที่แคบและชัด การออกแบบเสื้อผ้า วิธีสื่อสารกับลูกค้า รวมถึงการทำอะไรของแบรนด์ ก็จะทำได้ตรงจุดมาก ๆ
3. ตั้งราคาด้วยกฎ 10%
คุณแบงค์เล่าว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ของ Homeboy คาดว่ามีเงินเดือนประมาณ 2-3 หมื่นกว่าบาท
จากเงินจำนวนนั้น ก็คิดไปต่อว่า เขาจะแบ่งงบช็อปปิงประมาณ 10% ตีกลม ๆ ก็ประมาณ 2,500-3,000 บาท
คุณแบงค์ใช้ตัวเลข 2,500 บาท นี้เพื่อคิดย้อนกลับไปเป็นราคาขายเสื้อผ้า
“ถ้าผมขายราคา 690 บาท คนซื้อผมได้ 3 ตัว แต่ถ้าเกิดผมขาย 1,390 บาท คนซื้อผมได้แค่ 2 ตัว
เพราะฉะนั้น เวลาผมตั้งราคา ผมตั้งให้คนซื้อแล้ว ยังมีเงินไปใช้ชีวิตต่อได้
ผมอยากให้คนที่ซื้อ Homeboy แล้วตังค์ไม่หมด มีตังค์ไปซื้อบัตรคอนเสิร์ต ไปกินเหล้าได้”
ถ้ามองแบบง่าย ๆ การตั้งราคาแบบนี้ ทำให้ลูกค้าไม่รู้สึกว่าการซื้อของแบรนด์นี้จะสร้างภาระให้กับชีวิตมากเกินไป แถมเพิ่มโอกาสให้ลูกค้ามีแนวโน้มที่จะซื้อซ้ำมากขึ้นด้วย
4. เดาทางไม่ถูก คือหัวใจของความสดใหม่
ถ้าใครเคยเห็นเพื่อน หรือคนที่ใส่เสื้อ Homeboy เราจะสังเกตได้ว่าลายบนเสื้อ มีหลากหลาย และอาจจะพูดได้ว่าค่อนข้างแปลกด้วย เช่น
- ลายยาแก้ไอตราเสือดาว
- ลายปั๊มน้ำมัน Susco
- ลายยาดมหงส์ไทย
- ลายไก่ย่าง 5 ดาว
คำถามก็คือ ทำไมเสื้อผ้าต้องไปออกลายเหล่านี้มา ?
คุณแบงค์เล่าว่า อยากให้ Homeboy มีความใหม่อยู่ตลอด เลยไปคอลแลบกับแบรนด์อื่น
แต่สิ่งสำคัญคือต้องทำสิ่งที่คนคิดไม่ถึงว่าจะมาคอลแลบกันได้
“ผมเป็นคนเลือกแบรนด์พวกนี้เอง เพราะรู้สึกว่ามันแปลกดี ถ้าคอลแลบกับแบรนด์เสื้อผ้าด้วยกัน คนก็เดาทางถูก”
ซึ่งผลลัพธ์ก็พิสูจน์แล้วว่าคอลเลกชันที่คอลแลบแบบแปลก ๆ งง ๆ กลับ Sold Out หมด
5. ทำแบรนด์ให้สนุก อย่าไปมองคู่แข่งเยอะ
ในโลกธุรกิจ เรามักจะได้ยิน หรือได้คำแนะนำว่าต้องวิเคราะห์คู่แข่ง ให้รู้ว่าใครทำอะไร อย่างไร
แต่ในมุมมองของคุณแบงค์ คิดต่างออกไป
คุณแบงค์มองว่า การหันดูซ้ายทีขวาที จะทำให้แบรนด์ไขว้เขว จนอาจเสียคาแรกเตอร์ของตัวเองและความชัดเจนของแบรนด์ได้
“เราแทบไม่ดูคู่แข่งเลย ไม่เคยดูเพจ ไม่เคยดูไอจีใครทั้งนั้น ผมรู้สึกว่าการทำแบรนด์ ก็แค่ทุกแบรนด์สนุกในสิ่งที่ตัวเองเป็น แล้วชัดเจนก็โอเคแล้ว ผมก็ชัดเจนของผม”
ถ้าจะสรุปง่าย ๆ Homeboy หา Winning Zone ของตัวเองเจอจากการทำ 3 ข้อ
- รู้จักตัวเอง : รู้ว่าตัวเองคือใคร ชอบอะไร และกล้าที่จะเป็นตัวเองให้สุด
- รู้จักลูกค้า : รู้ว่าลูกค้าทำงานอะไร มีคาแรกเตอร์แบบไหน เงินในกระเป๋าเท่าไร
- ทำซ้ำ ๆ สม่ำเสมอ : คุณแบงค์ทำแบบเดิมมาตลอด 8 ปี ไม่เคยเปลี่ยนทิศทางตามคนอื่น
และทั้งหมดนี้ก็คือ วิธีปั้นแบรนด์ สไตล์ Homeboy ที่เริ่มจากทุน 10,000 บาท ผ่านไป 8 ปี ตอนนี้รายได้ 255 ล้านบาทแล้วนั่นเอง..