ถอดโมเดล “โค้ชปลดหนี้” ของ ttb โครงการแก้หนี้มนุษย์เงินเดือน ที่ไม่ได้แค่ขายเครื่องมือทางการเงิน

ถอดโมเดล “โค้ชปลดหนี้” ของ ttb โครงการแก้หนี้มนุษย์เงินเดือน ที่ไม่ได้แค่ขายเครื่องมือทางการเงิน

20 ก.ค. 2026
ถ้าถามว่าสถาบันการเงินไหนที่พยายามผลักดันเรื่องการแก้หนี้ครัวเรือนอย่างจริงจังในช่วงนี้
ชื่อของธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ ทีทีบี คงเป็นชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง
เบื้องหลังวิธีคิดของโครงการนี้น่าสนใจอย่างไร ?
ทำไมธนาคารระดับประเทศถึงมองว่า “การให้เงินกู้เพิ่ม หรือการลดดอกเบี้ยอย่างเดียว อาจไม่ช่วยให้คนหายเป็นหนี้ได้จริง”
BrandCase จะสรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
โครงการโค้ชปลดหนี้คืออะไร ?
จุดเริ่มต้นของโครงการนี้นั้นมาจากการที่ทางทีทีบี ต้องการ Make REAL Change ช่วยประชาชน แก้ไขปัญหาหนี้สินมาโดยตลอดตามพันธกิจของธนาคารในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้คนไทยมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น
- การทำโครงการ “รวบหนี้” ที่เป็นการเอาหนี้ดอกเบี้ยสูงมารวมไว้ในหนี้บ้านหรือหนี้รถที่ดอกเบี้ยถูกกว่า โดยที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวช่วยเซฟดอกเบี้ยไปได้กว่า 3,100 ล้านบาท จาก 77,000 บัญชี
- การทำ “สินเชื่อสวัสดิการอเนกประสงค์” สำหรับพนักงานเงินเดือนที่สังกัดหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และบริษัทเอกชนที่มีการลงนามในสัญญาให้บริการสินเชื่อกับทีทีบี
หลังจากที่เริ่มทำสินเชื่อสวัสดิการ ทางทีทีบีก็ค้นพบมุมมองที่น่าแปลกใจคือ
คนทั่วไปมักคิดว่าพนักงานธนาคารน่าจะบริหารเงินเก่งและไม่น่ามีปัญหาหนี้สิน
แต่เมื่อทีทีบีทำการตรวจสุขภาพทางการเงินพนักงานของตัวเอง กลับพบว่าพนักงานแบงก์ก็มีปัญหาหนี้สินไม่ต่างจากคนอาชีพอื่น ทีทีบีจึงคิดว่า “ก่อนจะไปช่วยแก้ปัญหาหนี้สินให้คนอื่น เราต้องช่วยแก้ปัญหาหนี้สินให้คนของเราเองก่อน”
โดยจากการให้พนักงานมาทำการคัดกรองสุขภาพทางการเงินของทีทีบีเองนั้น สามารถแบ่งคนออกเป็น 4 กลุ่มตามอาการ คือ
1. สีเขียว - ดี มีสถานะทางการเงินแข็งแรง
2. สีเหลือง - มีไข้ เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง
3. สีส้ม – อาการหนัก กำลังเผชิญภาระหนี้และสภาพคล่องติดลบ
4. สีแดง - โคม่า อยู่ในภาวะวิกฤตทางการเงินและไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามปกติ
ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วในแต่ละองค์กรที่ทำการตรวจสุขภาพทางการเงินจะมีเคสสีแดงอยู่ที่ประมาณ 2-5%
แล้วโครงการ “โค้ชปลดหนี้” ที่ว่านี้น่าสนใจอย่างไร ?
ตลอดระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจ ทีทีบีค้นพบอินไซต์สำคัญว่า คนที่จมกองหนี้ ไม่สามารถซ่อมชีวิตตัวเองได้ด้วยการเรียนออนไลน์ หรือฟังรายการออนไลน์ เท่านั้น และการเอาเงินก้อนใหม่ไปเทให้ ก็แค่การยืดเวลาตาย
เพราะปัญหาที่แท้จริงคือพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการขาดคนจับมือทำ
นี่จึงเป็นที่มาของการสร้าง “ทีมโค้ชปลดหนี้” ซึ่งปัจจุบันมีกว่า 110 คน มีตั้งแต่ระดับพนักงานทั่วไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง รวมถึงพนักงานที่เกษียณอายุไปแล้วของทีทีบี ที่มาทำงานนี้ด้วยใจเป็นจิตอาสา
ใช้เวลาเย็นและเสาร์-อาทิตย์มาช่วยเพื่อนพนักงาน
กว่าจะมาเป็นโค้ชปลดหนี้ได้นั้น มี 4 ขั้นด้วยกันคือ
1) ขั้นตอนคัดเลือก โดยต้องมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น มีสถานะการเงินดี (กลุ่มสีเขียว)
2) ผ่านการทดสอบความรู้พื้นฐานทางการเงิน
3) ผ่านการอบรมและเทรน 4 วันเต็ม
4) ผ่านการสอบขั้นสุดท้าย โดยการทำเคสแก้หนี้และนำเสนอเคสเสมือนจริง
ทั้งหมดนี้ ใช้เวลาทั้งสิ้นรวม 3 เดือน โดยประมาณ ก่อนลงสนามให้คำแนะนำ
ส่วนพนักงานที่เข้ารับคำปรึกษาจากโค้ชปลดหนี้ คือ กลุ่มอาการหนัก (สีส้ม) และกลุ่มโคม่า (สีแดง) โดยจะได้พบโค้ชปลดหนี้ทั้งหมด 3 ครั้ง ในระยะเวลาประมาณ 2 เดือน
• ครั้งที่ 1 เพื่อทำความรู้จักและเข้าใจคนไข้ (ประเมินสถานการณ์รวมถึงข้อมูลทางการเงิน และหนี้สิน) นัดนี้เป็นนัดสำคัญที่โค้ชมารับฟังเรื่องราวของพนักงาน และทำความเข้าใจสาเหตุการเป็นหนี้ที่แท้จริง และสร้างความไว้วางใจก่อนเริ่มให้คำปรึกษาและวางแผนแก้หนี้
• ครั้งที่ 2 เพื่อติดตามและวางแผนแก้หนี้ โดยโค้ชจะให้แนวทางการแก้ไขจัดการหนี้ เช่น ลองไปเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ หาวิธีลดรายจ่าย หรือหารายได้เพิ่ม รวมถึงให้ความรู้ทางการเงิน ปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินเพื่อการแก้หนี้อย่างยั่งยืน
• ครั้งที่ 3 เพื่อติดตาม ต่อยอด และสรุปผล และรับสมุดพก ซึ่งโค้ชจะทำการสรุปแผนการแก้ไขจัดการหนี้ทั้งหมดร่วมกับพนักงานเป็นครั้งสุดท้ายรวมถึงสรุปงบการเงินก่อนออก “สมุดพกการเงิน” ให้กับพนักงานซึ่งจะทำหน้าที่เสมือนแผนที่นำทางในการดำเนินการแก้ไขจัดการหนี้สินต่อไปได้ด้วยตัวเอง
นับตั้งแต่เริ่มโครงการนี้มา ก็มีผลลัพธ์ที่พิสูจน์แล้วว่า “ทำได้จริง”
โดยในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา โครงการนี้ซ่อมชีวิตคนไปแล้ว 560 เคส
โดยกว่า 56% ของคนที่เข้าโครงการ สามารถเปลี่ยนกระแสเงินสดจากที่เคยติดลบให้กลับมาเป็นบวกได้สำเร็จจากการติดตามผล 3 เดือนหลังจากที่พนักงานได้รับสมุดพกการเงินไป
ซึ่งหลังจากที่ประสบความสำเร็จในการช่วยแก้หนี้ให้กับพนักงานไปได้หลายรายแล้ว
ปี 2569 นี้ ทีทีบีตั้งเป้าหมายจะช่วยแก้หนี้ให้กับมนุษย์เงินเดือนให้ได้ 1,000 รายทั่วประเทศ โดยเริ่มต้นกับบริษัทพันธมิตรที่ใช้บัญชีเงินเดือนกับทีทีบี
ซึ่งโมเดลนี้ได้ถูกเริ่มนำไปใช้กับองค์กรอื่นมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น โรงพยาบาลวิภาราม บริษัทในเครือสยามพิวรรธน์ และล่าสุดอย่างกลุ่มธนชาต เอ็มบีเค และราชธานี ลิสซิ่ง โดยในอนาคตตั้งเป้าหมายขยายให้ได้ถึง 10 องค์กรภายในสิ้นปีนี้
นอกจากนี้ ทีทีบียังได้จัด Train the Trainer ให้กับกองทัพในการสร้างพี่เลี้ยงแก้หนี้เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับกำลังพลกลุ่มสีแดง (กลุ่มโคม่า)
Risk-based Pricing แนวคิดที่สนับสนุนคนผ่อนดี เครดิตดี
เมื่อการโค้ชชิ่งช่วยให้คนปรับพฤติกรรม ให้ลูกหนี้สามารถหายใจและกลับมาสู้ต่อได้แล้ว ทีทีบียังไม่ลืมดูแลกลุ่มลูกค้าที่มีพฤติกรรมดี เพื่อตอบแทนให้กับคนที่มีวินัยทางการเงิน ด้วยแนวคิด Risk-based Pricing ที่มอบอัตราดอกเบี้ยเรตพิเศษให้กับลูกหนี้ที่มีประวัติการชำระเงินดี โดยใช้ “คะแนนเครดิต” พิจารณาอัตราดอกเบี้ย ทำให้ดอกเบี้ยถูกลงเฉลี่ยถึง 5% กับคนที่มีเครดิตดี ผ่านสินเชื่อบุคคลทีทีบี แคชทูโก โดยตั้งแต่เปิดตัวเมื่อต้นปี มีอัตราการอนุมัติดีขึ้น 15% และดึงดูดลูกค้าเกรดดีกลับมาเพิ่มถึง 20% ปัจจุบันอนุมัติไปแล้วกว่า 23,000 ราย ช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยแก่ลูกค้ากว่า 650 ล้านบาท และเตรียมขยายผลไปยังสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ และบัตรกดเงินสดทีทีบีแฟลช ในช่วงปลายปี 2569
เป้าหมายสูงสุดของทางทีทีบีไม่ใช่แค่การทำ CSR แต่ต้องการช่วยให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง ด้วยแพลตฟอร์มโค้ชปลดหนี้ให้กลายเป็น Open Framework ทุกองค์กรในประเทศไทยสามารถหยิบแนวคิดนี้ไปใช้ดูแลพนักงานของตัวเองได้ฟรี ๆ และใช้แนวคิด Risk-based Pricing ในการพิจารณาการให้สินเชื่อ เพื่อสร้างวินัยทางการเงินที่ยั่งยืนให้กับคนไทยในระยะยาว
เรื่องนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่ง Case Study ที่น่าสนใจในวงการสถาบันการเงินไทย ที่บอกว่าการแก้หนี้ที่ยั่งยืนไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเจ้าหนี้หรือการหาเงินมาโปะ แต่คือการเปลี่ยนพฤติกรรม
และหัวใจสำคัญคือการมีเพื่อนคู่คิดที่คอยรับฟัง และจับมือเดินออกจากอุโมงค์ที่มืดมิดไปด้วยกัน
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคล ทีทีบี แคชทูโก 13.99% - 25% ต่อปี
เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ทีทีบี คลิก https://www.ttbbank.com/th/personal/loans/personal-loan/cash-2-go?ref=realchange
© 2026 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.