วิธีที่ชายคนนี้ ทำรายได้ 7,500,000 บาทใน 1 ปี จากธุรกิจ ที่ปรึกษา “แต้มบัตรเครดิต”

วิธีที่ชายคนนี้ ทำรายได้ 7,500,000 บาทใน 1 ปี จากธุรกิจ ที่ปรึกษา “แต้มบัตรเครดิต”

30 พ.ค. 2026
- คนชอบสะสมแต้มบัตรเครดิต แต่ไม่รู้วิธีใช้ให้คุ้ม
- ช่วยหาดีลตั๋วเครื่องบิน 
- เน้นเจาะกลุ่มเจ้าของกิจการขนาดเล็ก 
นี่คือเรื่องราวของชายหนุ่มวัย 26 ปีคนหนึ่งชื่อ Colin Stroud ที่ค้นพบเหมืองทองคำ ในอุตสาหกรรมที่หลายคนมองข้าม นั่นคือ การบริหารและใช้แต้มบัตรเครดิต
จากคนที่แทบไม่มีความรู้เกี่ยวกับแต้มบัตรเครดิตเลย เขาสามารถปั้นธุรกิจที่ชื่อว่า “Go Somewhere” จนทำรายได้รวม สูงถึง 7,540,000 บาท ในปี 2025 ที่ผ่านมา 
โดยมีต้นทุนต่ำมากจนแทบจะเป็นกำไรล้วน ๆ
แล้วคุณ Colin ทำได้อย่างไร ? 
โมเดลธุรกิจของเขา เป็นอย่างไร ? 
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ 
จุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้เกิดจาก Insight ง่าย ๆ ที่คุณ Colin ค้นพบ นั่นก็คือ คนชอบสะสมแต้มบัตรเครดิต แต่ไม่มีใครรู้วิธีใช้ให้คุ้มค่าที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก เช่น ผู้รับเหมาก่อสร้าง เจ้าของคลินิกแพทย์ 
คนกลุ่มนี้มีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตสูงมาก บางรายสูงถึง 650,000-2,000,000 บาท ต่อเดือน 
แต่พวกเขากลับปล่อยให้แต้มเหล่านั้นนอนนิ่ง ๆ หรือนำไปแลกรางวัลที่ได้มูลค่าต่ำเพราะไม่มีเวลาศึกษา   
เมื่อเห็นโอกาสและเจอต้นแบบที่กำลังเป็นไวรัลบน LinkedIn เขาจึงตัดสินใจคัดลอกโมเดลนั้นมาลุยทำเป็นอาชีพเสริมทันที 
แล้วโมเดลธุรกิจของเขาเป็นอย่างไร ? 
ลองมาดู 3 ช่องทางทำเงินของ Go Somewhere กัน 
1. แพ็กเกจให้คำปรึกษาสำหรับเจ้าของธุรกิจ 
ค่าบริการ 28,560 บาท ต่อแพ็กเกจ 
นี่คือบริการหลักที่เป็นรายได้ก้อนใหญ่ของเขา โดยคุณ Colin จะใช้เวลา 75 นาทีในการโทรศัพท์พูดคุยกับลูกค้าเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายส่วนตัวและธุรกิจอย่างละเอียด 
จากนั้นจะเขียนแผนกลยุทธ์บัตรเครดิตที่คุ้มค่าและให้ผลตอบแทนสูงสุด พร้อมซัปพอร์ตตอบคำถามต่อผ่านอีเมลหรือข้อความ  
โดยจุดเด่นของแพ็กเกจนี้คือ ฟรีค่าบริการวางแผนและหาดีลทริปใหญ่ให้ 1 ทริป ซึ่งปกติบริการนี้ต้องเสียเงินจ้างแยกต่างหาก หมายความว่า เมื่อลูกค้าสะสมแต้มบัตรเครดิตได้ตามเป้าแล้ว คุณ Colin จะใช้ทักษะและเครื่องมือ AI ของเขา เข้าไปนั่งล่าดีลและกดจองตั๋ว Business Class หรือโรงแรมหรูให้ฟรี โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม 
2. บริการค้นหาและรับจองทริปด้วยแต้ม 
ราคาให้บริการ 11,400-21,200 บาท ต่อทริป
บริการสำหรับคนทั่วไปที่มีแต้มสะสมจำนวนมากอยู่แล้ว แต่ไม่รู้จะแลกอย่างไรให้คุ้มค่า ลูกค้าสามารถเข้ามากรอกฟอร์มบนเว็บไซต์ได้ฟรีเพื่อแจ้งความประสงค์ เช่น อยากบินชั้นธุรกิจไปอิตาลี 
เมื่อรับงาน ลูกค้าจะต้องแบ่งจ่ายเป็น 2 งวด
งวดแรกเป็นค่ามัดจำเริ่มต้น 1,630 บาท และงวดที่สองจ่ายเมื่อจองสำเร็จอีกประมาณ 9,800-19,600 บาท ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของทริป
ปัจจุบัน บริการนี้ฮอตมาก จนเขาต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านแต้ม 2 คนเข้ามาช่วยทำงานค้นหาข้อมูลแทนเขาถึง 90% 
3. ค่านายหน้าจากการแนะนำบัตรเครดิต (Affiliate) 
คิดเป็น 13,000 บาท ต่อบัตร 1 ใบ
นอกเหนือจากค่าบริการโดยตรงแล้ว เมื่อเขาวางแผนกลยุทธ์ และแนะนำให้ลูกค้าเปิดบัตรเครดิตใบใหม่ที่เหมาะสม เขาจะส่งลิงก์ Affiliate ของธนาคารให้ลูกค้าสมัคร 
รวมถึงมีการแปะลิงก์แนะนำเหล่านี้ลงในจดหมายข่าว และโซเชียลมีเดียของเขาด้วย 
การเป็นพันธมิตรกับธนาคารให้ผลตอบแทนที่สูงมาก เพราะเขาสามารถได้ค่าคอมมิชชันสูงถึงประมาณ 13,000 บาท ต่อการให้คนกดสมัครบัตรระดับพรีเมียมเพียง 1 ใบ
ซึ่งรายได้ทั้งหมด จาก 3 ช่องทางนี้ก็เป็นเหมือนเส้นเลือดหลัก ที่สามารถทำเงินให้เขามากถึง 7,540,000 บาทใน 1 ปี  
แล้วคุณ Colin มีกลยุทธ์อย่างไร ในการปั้นธุรกิจของเขาจนสามารถเติบโตได้ขนาดนี้ ? 
1. ทำการตลาดแบบ Inbound 100% ไม่เสียเงินยิงแอดสักบาท
คุณ Colin ไม่เคยทำ Outbound Sales หรือโทรตื๊อลูกค้าเลย เขาใช้พลังของ LinkedIn ในการสร้างตัวตน
โดยเขาจะใช้วิธีโพสต์คอนเทนต์วันละ 1-2 โพสต์ 6 วันต่อสัปดาห์
เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ กระบวนการเรียนรู้และลองหาดีลยาก ๆ ของตัวเอง จนเมื่อเริ่มมีลูกค้าจริง เขาก็เปลี่ยนมาเล่าเคสความสำเร็จของลูกค้าจริง ซึ่งทรงพลังมากในการดึงดูดให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายทัก Inbox เข้ามาหาเขาเองทุกวัน
2. ใช้ AI และระบบหลังบ้านสเกลงาน
แม้จะขายความเป็นบริการจากมนุษย์ ที่ลูกค้าไว้วางใจ แต่เบื้องหลังคุณ Colin ใช้เทคโนโลยีทุ่นแรงอย่างมหาศาลเพื่อให้ทำงานได้เร็วขึ้น
- ใช้เครื่องมือ AI สแกนตั๋วรางวัลจาก 25 สายการบินพร้อมกันในไม่กี่วินาที แทนที่จะต้องไปนั่งไล่หาทีละเว็บเหมือนสมัยก่อน
- สร้างระบบ CRM และ Dashboard หลังบ้านเพื่อจัดการทริปของลูกค้าพร้อม ๆ กันได้มากกว่า 35 ทริป ก่อนจะจ้างฟรีแลนซ์ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยรันงานแทนเขาถึง 90% ในพาร์ตค้นหาข้อมูล
3. ใช้หลักจิตวิทยาในการปิดการขาย 
เทคนิคการกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจคือการชี้ให้เห็นว่า แต้มบัตรเครดิตคือสินทรัพย์ที่มูลค่าลดลงเรื่อย ๆ 
คุณ Colin จะบอกลูกค้าเสมอว่า พวกโรงแรมและสายการบินต่างพากันปรับจำนวนแต้ม ที่ต้องใช้แลกขึ้นทุกปี ดังนั้น การเก็บแต้มไว้เฉย ๆ คือการขาดทุน ต้องรีบให้เขามาวางแผน หาและใช้ หรือ Earn & Burn ให้เร็วที่สุด
ทั้งหมดนี้ก็คือ ความสำเร็จของคุณ Colin ที่เริ่มมาจากการจับ Pain Point ถูกจุด เลือกกลุ่มเป้าหมายที่กระเป๋าหนัก วางโมเดลรายได้เฉียบขาด และใช้ Content Marketing เป็นเครื่องจักรผลิตลูกค้าแทนการวิ่งไล่ล่านั่นเอง.. 
Reference
© 2026 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.