โมเดลธุรกิจ ลูกกลม ๆ ลูกนี้ ทำรายได้ปีละ 25,000 ล้าน

โมเดลธุรกิจ ลูกกลม ๆ ลูกนี้ ทำรายได้ปีละ 25,000 ล้าน

19 พ.ค. 2026
ในภาพที่เห็นนี้ คือโครงการที่ชื่อว่า Sphere ที่แปลเป็นไทยว่า “ทรงกลม”
ที่น่าสนใจคือลูกกลม ๆ ลูกนี้ลูกเดียว ที่ตั้งอยู่เมืองลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา 
สามารถสร้างรายได้ ให้กับบริษัทเจ้าของถึงปีละกว่า 25,000 ล้านบาท
เรื่องราวของลูกกลม ๆ ลูกนี้เป็นอย่างไร ? 
และมันมีวิธีสร้างรายได้มหาศาลขนาดนี้อย่างไร ? 
BrandCase จะสรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
หลายคนที่มองเข้ามาน่าจะเข้าใจว่ามันเป็นลูกกลม ๆ ที่มีจอ LED ขี้เล่น ธรรมดาลูกหนึ่ง แต่นี่อาจจะเป็นแค่เพียงเปลือกนอกเท่านั้น
เพราะว่าความจริงแล้ว ความน่าสนใจของมันนั้นอยู่ข้างใน 
โดยภายในลูกทรงกลมนี้มีหน้าจอโค้ง สูงกว่า 112 เมตร กว้าง 157 เมตร 
หรือเทียบง่าย ๆ คือ สูงกว่าเทพีเสรีภาพเสียอีก 
โดยจอนี้มีความชัดในระดับ 16Kx16K ถือเป็นหน้าจอ LED ที่มีความละเอียดสูงที่สุดในโลก 
ซึ่งที่มาของโครงการนี้นั้นต้องย้อนกลับไปถึงผู้คิดโปรเจกต์นี้อย่างคุณ James Dolan
ที่เป็นทายาทของตระกูล Dolan เจ้าของสนามกีฬาในร่มชื่อดังอย่าง Madison Square Garden สนามกีฬาเก่าแก่ของเมืองนิวยอร์ก ที่เป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ต แข่งบาสเกตบอล หรือทอร์กโชว์ต่าง ๆ 
โดยไอเดียของ Sphere มันเกิดมาจากว่าคุณ James อยากสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในจอสี่เหลี่ยมธรรมดา จึงเกิดเป็นไอเดียในการสร้างโปรเจกต์ Sphere นี้ขึ้น
แน่นอนว่าพอชื่อของมันคือ Sphere รูปทรงของมันก็ต้องเป็นทรงกลม แต่เรากำลังพูดถึงจอที่มีสเกลระดับ 2 สนามฟุตบอล และเป็นจอโค้ง ที่สูงพอ ๆ กับเทพีเสรีภาพ 
รวมถึงจอ LED ด้านนอกที่เรียกว่า Exosphere ที่ห่อหุ้มพื้นผิวด้านนอกทั้งหมดของอาคาร Sphere อีกที
ซึ่งงบประมาณการสร้างนั้นก็ต้องใช้เงินมหาศาล 
โดยในปี 2019 บริษัทบอกว่าค่าใช้จ่ายในการสร้างโปรเจกต์นี้ อยู่ที่ 39,000 ล้านบาท 
แต่เนื่องจากเป็นโปรเจกต์ที่มีความซับซ้อนสูง ทำให้ต้องปรับเพิ่มงบประมาณหลายครั้ง และในท้ายที่สุดมูลค่าการก่อสร้างจริงก็สูงกว่าที่ประเมินไว้ในตอนแรกอย่างมาก
อ้างอิงจากรายงานประจำปี 2024 ซึ่งเป็นปีที่เปิดให้บริการครั้งแรก มูลค่าของโครงการนี้ขึ้นไปสูงถึง 100,000 ล้านบาท 
โดยโปรเจกต์ Sphere นั้นอยู่ภายใต้บริษัท ที่ชื่อ Sphere Entertainment Co. ที่มีตระกูล Dolan เป็นผู้ถือหุ้นอยู่ ซึ่งในบริษัทนี้จะแบ่งธุรกิจหลัก ๆ ออกเป็น 2 กลุ่มคือ 
- ธุรกิจ Sphere 
- ธุรกิจสื่อ MSG Networks ที่เป็น ผู้ถือสิทธิ์และถ่ายทอดสดกีฬาทีมดังแบบเอกซ์คลูซิฟ และเป็นผู้ให้บริการช่องโทรทัศน์และสตรีมมิงกีฬา
มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะสงสัยแล้วว่า Sphere มีโมเดลในการทำเงินอย่างไร ? 
หากดูจากรายงานประจำปี 2025 
บริษัท Sphere Entertainment Co. มีรายได้รวมทั้งหมด 39,453 ล้านบาท 
ซึ่งสัดส่วนรายได้ของธุรกิจ Sphere ถือเป็นท่อน้ำเลี้ยงหลักของบริษัท โดยคิดเป็นสัดส่วนถึง 64% ของรายได้รวมทั้งหมด ส่วนอีก 36% ที่เหลือมาจากธุรกิจสื่อ MSG Networks
โดยหากเจาะลึกเฉพาะก้อนรายได้ของ Sphere อย่างเดียวจำนวน 25,000 ล้านบาท 
จะสามารถแบ่งสัดส่วนตามที่มาได้ดังนี้
1. รายได้จากการขายตั๋วและค่าเช่าสถานที่  71.8%
โดยรายได้ส่วนนี้ถือเป็นขุมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของ Sphere ซึ่งมาจากการขายตั๋วโชว์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น 
- ค่าตั๋วเข้าชมโชว์ออริจินัลของตัวเองหรือที่เรียกว่า The Sphere Experience 
เช่น The Wizard of Oz at Sphere, Postcard from Earth, V-U2 An Immersive Concert Film 
- ค่าตั๋วคอนเสิร์ตหรืองานอีเวนต์ต่างๆ
เช่น U2, Eagle, Metallica, Backstreet Boy 
รวมถึงดีเจแนว EDM ต่าง ๆ เช่น Anyma, UNITY, Illenium
- ค่าตั๋วและค่าเช่าจากงานกีฬาระดับโลกและอีเวนต์ขององค์กร 
เช่น UFC 306, NHL Draft 2024, Formula 1 Las Vegas Grand Prix, งานคีย์โน้ตและอีเวนต์ของแบรนด์ใหญ่อย่าง Google Lenovo 
โดยค่าตั๋วของการแสดงแต่ละประเภทก็มีตั้งแต่ราคาหลักพันถึงหลักหมื่น 
2. รายได้จากการขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าที่ระลึก 12.8%
3. รายได้จากสปอนเซอร์ ป้ายโฆษณา และค่าเช่าห้องสวีต 12.3%
โดยรายได้ส่วนนี้ คือรายได้จากการขายโฆษณาบน “Exosphere” หรือหน้าจอ LED ขนาดยักษ์ด้านนอกตัวอาคาร
4. รายได้อื่น ๆ และการให้เช่าช่วง 3.1%
เช่น การทำสัญญาให้เช่าช่วงในส่วนของพื้นที่สำนักงาน และพื้นที่จัดเก็บของ
จะเห็นว่าอีกจุดเด่นที่น่าสนใจของ Sphere คือเขาเป็นคนทำคอนเทนต์เอง 
จึงทำให้นอกจากจะมีรายได้จากการให้เช่าจอแล้ว ก็ยังสามารถหารายได้จากคอนเทนต์ของตัวเองที่ทำมาเพื่อฉายบนจอยักษ์นี้ด้วย 
สำหรับแผนในอนาคตของ Sphere นั้นก็ต้องบอกว่าน่าสนใจ 
เพราะในอนาคตเราอาจจะเคลมไม่ได้แล้วว่า ลูกกลม ๆ ลูกนี้ลูกเดียวสร้างรายได้ 25,000 ล้านบาท  
เพราะ Sphere กำลังจะมีเพื่อนเพิ่มอีกหลายแห่ง 
โดยที่ชัวร์แล้วตอนนี้ก็คือที่ เมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ ที่เนชันแนล ฮาร์เบอร์ รัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา 
สำหรับเมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 
เป็นการร่วมมือกับกรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวอาบูดาบี (DCT Abu Dhabi) เพื่อสร้าง Sphere สาขาใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีขนาดใหญ่สเกลเดียวกับสาขาที่ลาสเวกัสความจุ 20,000 คน
โดยสาขานี้จะใช้โมเดลแฟรนไชส์ที่ทางอาบูดาบีจะเป็นผู้ออกทุนสร้างทั้งหมด ในขณะที่บริษัทจะให้คำปรึกษา ให้บริการด้านการปฏิบัติการ และได้รับค่าธรรมเนียมรวมถึงค่าลิขสิทธิ์ต่าง ๆ 
ส่วนที่เนชันแนล ฮาร์เบอร์ รัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา 
เพิ่งมีการประกาศความตั้งใจในการพัฒนาโครงการนี้เมื่อเดือนมกราคม ปี 2026 ที่ผ่านมา โดยเป็นการร่วมมือกับทางรัฐแมริแลนด์, เขตพรินซ์จอร์จ และบริษัท Peterson Companies
ความน่าสนใจคือสาขานี้จะเป็น Sphere แห่งที่สองในสหรัฐอเมริกา แต่จะเป็นแห่งแรกที่ประเดิมใช้โมเดลการออกแบบขนาดเล็ก โดยจะมีความจุอยู่ที่ 6,000 ที่นั่ง
นอกจาก 2 พื้นที่ที่ประกาศออกมาชัดเจนแล้ว บริษัทยังคงเปิดกว้างและอยู่ระหว่างการเจรจากับอีกหลายตลาดทั่วโลก ทั้งสำหรับการสร้าง Sphere ขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เพื่อขยายให้เกิดเป็นเครือข่ายให้ใหญ่ขึ้น
ทั้งหมดนี้คือความน่าสนใจของ Sphere อีกหนึ่งธุรกิจที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในตอนนี้ และไม่แน่ว่าในอนาคตเราน่าจะได้เห็นลูกกลม ๆ เหล่านี้ อีกหลาย ๆ แห่งทั่วโลก จนกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กประจำเมืองนั้น ๆ ก็เป็นได้.. 
References
- รายงานประจำปี (Form 10-K) ประจำปี 2025 บริษัท Sphere Entertainment Co.
- รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 ของ Sphere Entertainment Co.
© 2026 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.