โมเดลธุรกิจ Double A ธุรกิจ รายได้ปีละ 20,000 กว่าล้าน

โมเดลธุรกิจ Double A ธุรกิจ รายได้ปีละ 20,000 กว่าล้าน

19 มี.ค. 2026
ในยุคดิจิทัล ที่คนใช้กระดาษน้อยลง แต่ตอนนี้ก็ยังมีบริษัทผู้ผลิตกระดาษแบรนด์หนึ่งที่ยังสามารถเติบโตได้ แบรนด์นี้ก็คือ Double A แบรนด์กระดาษอายุ 37 ปี 
ที่ตอนนี้มีรายได้ 24,106 ล้านบาทและยังโตได้ทุกปี
แล้ว Double A ทำอย่างไรถึงยังโตได้ ในวันที่คนใช้กระดาษน้อยลง ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ 
ลองมาดูผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี ของบริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) เจ้าของแบรนด์ Double A 
ปี 2565 รายได้ 23,426 ล้านบาท กำไร 936 ล้านบาท
ปี 2566 รายได้ 23,642 ล้านบาท กำไร 1,722 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 24,106 ล้านบาท กำไร 2,111 ล้านบาท
สัดส่วนรายได้ปี 2567
- กระดาษรีมเล็ก (Cut-Size Grades) 79.15%
- เยื่อกระดาษ 8.37%
- กระดาษรีมใหญ่ (Folio Sheet & Reels) 5.59%
- สินค้าอื่น ๆ (เช่น เครื่องเขียน, ผลิตภัณฑ์สุขอนามัย) 1.75%
- ไม้สับ 0.43%
- รายได้จากการให้บริการ 1.21%
- รายได้อื่น ๆ 3.50%
สัดส่วนรายได้ตามภูมิภาคปี 2567
- ต่างประเทศ (ส่งออก) 71.25%
- ในประเทศ 28.75%
จะเห็นว่า รายได้และกำไรยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีผลิตภัณฑ์หลักคือกระดาษรีมเล็ก และมีสัดส่วนการส่งออกไปต่างประเทศที่สูงมากเมื่อเทียบกับตลาดในประเทศ
แล้วทำไมถึงเป็นแบบนั้น ?
1. โรงงานกระดาษในตลาดโลก ทยอยปิดตัวลง ทำให้ Supply น้อยลง 
ในขณะที่ความต้องการใช้กระดาษพิมพ์เขียนลดลง ทำให้โรงงานและคู่แข่งหลายรายในตลาดโลกต้องทยอยปิดตัวลง บริษัทจึงตั้งเป้าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในอุตสาหกรรม เพื่อเข้าไปกินส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่งที่หายไป
ทำให้ปัจจุบันบริษัทมี รายได้จากการส่งออกเป็นหลัก กระจายสินค้าไปเจาะกลุ่มลูกค้ากว่า 145 ประเทศทั่วโลก โดยมีตลาดหลักในทวีปเอเชีย แอฟริกา และอเมริกาเหนือ ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี
2. ยกระดับสินค้าสู่ความพรีเมียม
แทนที่จะแข่งกันลดราคาแบบสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป Double A สร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งจนลูกค้ายอมรับในคุณภาพและเกิดความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ทำให้สามารถรักษาระดับราคาและอัตรากำไรไว้ได้ แม้ในภาวะตลาดผันผวน
3. ขยายสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่
บริษัทนำจุดแข็งของแบรนด์ไปต่อยอดเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย (Double A Care), อุปกรณ์สำนักงาน, สินค้าไลฟ์สไตล์ และยังเตรียมขยายเข้าสู่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจร
4. ปรับตัวรับยุคดิจิทัล
เข้าถึงคนรุ่นใหม่ด้วยการเปิดตัว “Double A Fastprint” บริการสั่งพรินต์เอกสาร 24 ชั่วโมงผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน ซึ่งมีจุดให้บริการมากกว่า 1,500 แห่งทั่วประเทศ และยังรุกตลาด E-Commerce เต็มรูปแบบผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น Double A Delivery, Shopee, Lazada และ TikTok
5. ได้เปรียบด้านต้นทุนและวัตถุดิบ
บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีกว่าคู่แข่งหลายราย เนื่องจากมีแหล่งวัตถุดิบของตัวเองผ่านโครงการส่งเสริมปลูก “ต้นกระดาษ” 
และมีโรงงานตั้งอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบหลัก ทำให้สามารถประหยัดต้นทุนค่าขนส่งและลดความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบตลาดโลกได้
ทั้งหมดนี้ก็แสดงให้เห็นว่า แม้อุตสาหกรรมกระดาษโดยรวมจะถูกท้าทายจากกระแส Paperless 
แต่ด้วยการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขยายตลาดไปกว่า 145 ประเทศทั่วโลก การสร้างความแข็งแกร่งให้แบรนด์ การต่อยอดสู่สินค้ากลุ่มใหม่ ๆ และการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป 
ทำให้แบรนด์กระดาษสัญชาติไทยแบรนด์นี้ ยังคงสร้างการเติบโตทั้งรายได้และกำไรได้ในทุก ๆ ปี
Reference
- รายการข้อมูลประจำปี 2567 (แบบ 56-1 One Report) สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน)
© 2026 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.