
ไอเดียธุรกิจ ข้าวกล่อง ร้านนี้ในญี่ปุ่น โมเดลคล้าย White Story ในไทย แต่มีบริการปรุงใหม่ และชั่งน้ำหนักขาย
13 ม.ค. 2026
หนึ่งในเหตุผลที่หลายคนไม่ชอบทานข้าวกล่องที่ทำไว้เสร็จแล้ว เพราะกว่าจะไปซื้อ อาหารในกล่องก็เย็นหมดแล้ว เอากลับไปเวฟก็ไม่อร่อยเหมือนอาหารที่ปรุงใหม่ ๆ
ซึ่งในญี่ปุ่นเองก็มีร้านที่แก้ Pain Point เรื่องนี้ นั่นก็คือร้าน Kitchen Origin
ร้านนี้เป็นร้านข้าวกล่องแบบซื้อกลับบ้าน คล้าย ๆ กับร้าน White Story ในไทย
แต่ที่มากกว่านั้นคือ นอกจากจะมีอาหารกล่องปรุงสำเร็จพร้อมขายแล้ว ยังมีบริการทำให้ใหม่ตามสั่ง สำหรับคนที่ชอบทานร้อน ๆ เหมือนได้ทานอาหารปรุงใหม่ ๆ
ที่สำคัญคือราคาถูกและหาซื้อง่าย เป็นที่นิยมมากในหมู่คนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยว
โมเดลธุรกิจของ Kitchen Origin น่าสนใจอย่างไร ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
Kitchen Origin ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1994 โดยมีชื่อเดิมว่า Origin Bento
ในตอนแรก ๆ เน้นขายข้าวกล่องแบบให้ปริมาณเยอะ ๆ โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มลูกค้าผู้ชายวัยทำงานและนักศึกษาเป็นหลัก
แต่พอเทรนด์เปลี่ยน ญี่ปุ่นเข้าสู่สังคมสูงวัย และผู้หญิงเปลี่ยนจากแม่บ้านมาทำงานออฟฟิศมากขึ้น แบรนด์ก็มีการปรับตัวครั้งใหญ่
โดยหลังจากที่ถูก AEON Group ซื้อกิจการไปเมื่อปี 2006 Origin Bento ก็ศึกษาตลาดมาเรื่อย ๆ จนในปี 2014 ได้รีแบรนด์ใหม่กลายเป็น Kitchen Origin
โดยเอาคำว่า “Kitchen” มาแทน “Bento” และทำตำแหน่งของแบรนด์ให้ชัดขึ้น เน้นความสดใหม่ วัตถุดิบคุณภาพ เพื่อขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทั้งผู้หญิงและคนรุ่นใหม่
แล้วจุดเด่นของ Kitchen Origin มีอะไรบ้าง ?
1. มีอาหารให้เลือกเยอะมาก
คือนอกจากข้าวกล่องที่มีให้เลือกมากมายแล้ว ก็ยังมีเมนูอาหารอื่น ๆ ด้วย เช่น ข้าวปั้น ของทอด เครื่องเคียง กับแกล้มต่าง ๆ ให้เลือกกันแบบเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว
2. มีบริการปรุงอาหารให้ใหม่ตามสั่ง สำหรับคนที่ชอบทานแบบร้อน ๆ และปรุงใหม่
หนึ่งใน Pain Point ของคนที่ไม่ชอบซื้อข้าวกล่องแบบ Grab&Go คือเพราะว่ามันเย็นแล้ว ทำให้รสชาติไม่อร่อยเหมือนตอนปรุงใหม่ ๆ
แต่ที่ Kitchen Origin คือนอกจากจะมีข้าวกล่องที่พร้อมขายแล้ว ก็ยังมีบริการปรุงให้ใหม่ตามสั่ง ได้หลากหลายเมนู
ซึ่งนี่ถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งของ Kitchen Origin เพราะคนญี่ปุ่นยุคใหม่เริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพ ไม่ได้อยากกินอาหารจากร้านสะดวกซื้อบ่อย ๆ และไม่อยากเสียเวลาทำกับข้าวเอง
จุดนี้ทำให้ Kitchen Origin ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น เพราะพวกเขาสามารถซื้ออาหารที่ทำสดใหม่ได้ และช่วยเซฟเวลาทำกับข้าวไปได้เยอะมาก ๆ
3. มีขายแบบชั่งน้ำหนัก
โดยนอกจากจะมีข้าวกล่องพร้อมขาย หรือพร้อมปรุงแล้ว ก็ยังมีอาหารแบบชั่งตามน้ำหนัก (Pay-By-Weight) ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจในการออกแบบมื้ออาหาร และคุมค่าใช้จ่ายได้แบบอิสระ
อย่างเช่นเมนู ไก่คาราอาเกะ ก็จะมีการขายตามน้ำหนัก ให้เลือกปริมาณได้เอง
4. ราคาค่อนข้างถูก เมื่อเทียบกับร้านอาหาร
พอเป็นร้านแบบไม่มีที่นั่ง มันก็จะตัดต้นทุนไปได้พอสมควร ทำให้ราคาของอาหารในร้านนี้ ตั้งได้ถูกกว่าร้านอาหารที่ขายอาหารแนว ๆ เดียวกัน
ตัวอย่างราคาอาหารในร้าน เช่น
- ข้าวหน้าหมูทอดราดไข่ (Katsudon)
ราคา 599 เยน หรือ คิดเป็นประมาณ 120 บาท
- ข้าวหน้าหมูทอดราดไข่ (Katsudon)
ราคา 599 เยน หรือ คิดเป็นประมาณ 120 บาท
- ข้าวปั้น Onigiri
ราคา 99-189 เยน คิดเป็นประมาณ 20-38 บาท
ราคา 99-189 เยน คิดเป็นประมาณ 20-38 บาท
- ไก่ทอดคาราอาเกะ
ราคาคิดตามน้ำหนัก 200 เยน/100 กรัม คิดเป็นประมาณ 41 บาท/100 กรัม
ราคาคิดตามน้ำหนัก 200 เยน/100 กรัม คิดเป็นประมาณ 41 บาท/100 กรัม
ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ Kitchen Origin สามารถขายสินค้าในราคาถูกได้
ส่วนหนึ่งมาจากการเป็นร้านในเครือของ AEON Group บริษัทยักษ์ใหญ่ค้าปลีกเบอร์ 1 ของญี่ปุ่น ทำให้สามารถเข้าถึงวัตถุดิบในราคาถูกได้
ส่วนหนึ่งมาจากการเป็นร้านในเครือของ AEON Group บริษัทยักษ์ใหญ่ค้าปลีกเบอร์ 1 ของญี่ปุ่น ทำให้สามารถเข้าถึงวัตถุดิบในราคาถูกได้
4. โปรโมชันลดราคาตอนค่ำ
อีกหนึ่งไม้ตายที่ Kitchen Origin ใช้มัดใจกลุ่มลูกค้าชาวออฟฟิศ ก็คือการลดราคาก่อนปิดร้าน คล้าย ๆ กับร้าน White Story ในบ้านเรา ที่จะเริ่มลดราคาอาหารกล่องในช่วงค่ำ ๆ
เพราะว่าร้านมีนโยบายที่เน้นความสดวันต่อวัน ไม่เก็บสินค้าค้างคืนไปขายในวันถัดไป เพื่อรักษาคุณภาพให้ดีที่สุด
โดยเฉพาะ 1 ชั่วโมงก่อนร้านปิด ถ้าสังเกตจะมีสติกเกอร์ที่เขียนว่า 半額 (Hangaku) หมายความว่าลดครึ่งราคา
ตัวอย่างเช่น เมนูข้าวหน้าหมูทอดราดไข่ ที่เดิมราคา 599 เยน หลังจากลด ก็จะเหลือแค่ 299 เยนหรือ 60 บาท
ถ้ามองในเชิงธุรกิจ วิธีนี้ก็ดู Win-Win กับทั้งร้านและลูกค้า
ฝั่งร้าน สามารถควบคุมต้นทุนการกำจัดอาหารเหลือทิ้ง หรือ Food Waste ให้อยู่ในระดับต่ำ
ฝั่งร้าน สามารถควบคุมต้นทุนการกำจัดอาหารเหลือทิ้ง หรือ Food Waste ให้อยู่ในระดับต่ำ
ฝั่งลูกค้า ก็ได้อาหารที่ยังมีคุณภาพโอเค ทำใหม่ในวันนั้น แต่ในราคาที่ถูกลงกว่าครึ่ง
5. โลเคชัน ที่อยู่ในที่ที่มีคนพลุกพล่าน
โดย Kitchen Origin มักจะตั้งอยู่ระหว่างสถานีรถไฟกับย่านที่พักอาศัย
โดย Kitchen Origin มักจะตั้งอยู่ระหว่างสถานีรถไฟกับย่านที่พักอาศัย
จะเห็นว่าจุดเด่นหลัก ๆ ของ Kitchen Origin เลยคือ เน้นขายสินค้า Grab&Go ราคาดี
ที่สำคัญคือมีบริการทำสดใหม่ ร้อน ๆ ใส่กล่องให้ด้วย แถมมีกิมมิกขายบางอย่างแบบ ชั่งขาย เหมือนเวลาไปซื้อร้านหมูทอด ปลาทอด ในบ้านเรา
จึงทำให้ Kitchen Origin เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารแบบซื้อกลับบ้าน ที่ได้รับความนิยมมาก ทั้งในหมู่คนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยว ในตอนนี้