กรณีศึกษา CRC ตั้งเป้าลงทุน แสนล้าน สร้างการเติบโตครั้งใหญ่

กรณีศึกษา CRC ตั้งเป้าลงทุน แสนล้าน สร้างการเติบโตครั้งใหญ่

14 มี.ค. 2022
กรณีศึกษา CRC ตั้งเป้าลงทุน แสนล้าน สร้างการเติบโตครั้งใหญ่ | BrandCase
นับตั้งแต่เกิดวิกฤติโควิด 19
หนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบไม่เบาคือธุรกิจค้าปลีก
ซึ่ง CRC หรือ เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ก็เป็นหนึ่งในนั้น
อย่างไรก็ตาม CRC เพิ่งออกมาประกาศว่า
บริษัทตั้งเป้าที่จะลงทุนกว่า 100,000 ล้านบาท ในช่วง 5 ปีข้างหน้า
ผ่านกลยุทธ์ที่ชื่อว่า “CRC Retailligence”
โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ผลักดันให้บริษัทก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของธุรกิจค้าปลีกในเอเชีย
กลยุทธ์นี้ ของ CRC จะเป็นอย่างไร ?
BrandCase จะสรุปให้ฟัง
เล่าแบ็กกราวนด์คร่าว ๆ ก่อนว่า
CRC เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจค้าปลีก สินค้าหลากหลายประเภท ผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย โดยมีการดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศไทย เวียดนาม และอิตาลี
ณ สิ้นปี 2564 ธุรกิจของ CRC สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มหลัก ๆ คือ
1. กลุ่มแฟชั่น เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, ซูเปอร์สปอร์ต และรีนาเชนเต มีสัดส่วนรายได้ 22%
2. กลุ่มฮาร์ดไลน์ เช่น ไทวัสดุ, เพาเวอร์บาย และเหงียนคิม มีสัดส่วนรายได้ 32%
3. กลุ่มฟูด เช่น เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์, บิ๊กซี และ GO! เวียดนาม มีสัดส่วนรายได้ 36%
4. กลุ่มพร็อพเพอร์ตี เช่น การให้เช่าพื้นที่สำหรับร้านค้าของกลุ่มบริษัทฯ และร้านค้าและบริการของบุคคลภายนอก มีสัดส่วนรายได้ 10%
โดยสิ้นปี 2564 กลุ่ม CRC มีรายได้จาก
- ในประเทศไทย ประมาณ 72%
- ต่างประเทศ ประมาณ 28%
ขณะที่เมื่อดูภาพรวมผลการดำเนินงานของ CRC ในปีที่ผ่านมานั้น ปรับตัวดีขึ้น
ปี 2562 รายได้ 222,486 ล้านบาท กำไร 10,633 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 194,311 ล้านบาท กำไร 46 ล้านบาท
ปี 2564 รายได้ 195,654 ล้านบาท กำไร 59 ล้านบาท
เมื่อนำผลประกอบการของบริษัทไปเทียบกับช่วงก่อนที่จะเกิดวิกฤติโควิด 19
ก็จะเห็นว่า ความสามารถในการทำกำไรของ CRC นั้น ได้รับผลกระทบไม่น้อยจากวิกฤติในช่วงที่ผ่านมา
แม้ว่าสถานการณ์ของโรคโควิด 19 จะดีขึ้นกว่าช่วง 2 ปีที่แล้ว แต่สำหรับ CRC นั้น ก็ต้องมีการปรับตัวเพื่อขับเคลื่อนให้บริษัทนั้นเติบโตต่อไปในอนาคต
โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะลงทุนกว่า 100,000 ล้านบาท ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ผ่านกลยุทธ์ที่ชื่อว่า “CRC Retailligence”
โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ เพื่อเพิ่มรายได้ของกลุ่ม CRC ทั้งยังผลักดันให้บริษัทก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของธุรกิจค้าปลีกในเอเชีย
โดย คุณญนน์ โภคทรัพย์ ซีอีโอของ CRC บอกว่า
บริษัทต้องเตรียมความพร้อมและปรับตัว เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคและเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภายใน 5 เทรนด์สำคัญ คือ
1. พฤติกรรมของผู้บริโภคจะพลิกไปสู่รูปแบบใหม่ ทั้งในโลกจริงและโลกเสมือนจริง ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบเดิมอย่างสิ้นเชิงและรวดเร็ว
2. โลกจะพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยมีเทคโนโลยีและดิจิทัลเป็นตัวเร่ง
3. ผู้บริโภคจะให้ความสำคัญ ในการดูแลสุขภาพและการใช้ชีวิตให้ถูกสุขลักษณะมากยิ่งขึ้น โดยจะมีเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวเชื่อม ตอบโจทย์การดำเนินชีวิตได้ครบวงจร
4. การร่วมมือกันระหว่างพันธมิตรทางธุรกิจ จะมุ่งเน้นไปที่ความสำเร็จและการเติบโตไปด้วยกัน
5. การมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสังคมและดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ คุณญนน์ เชื่อว่า ธุรกิจซื้อขายของออนไลน์ไม่ได้ฆ่าออฟไลน์ แต่ส่วนตัวเขาเชื่อว่า ทั้ง 2 ส่วนจะเติมเต็มซึ่งกันและกัน
ทั้งนี้ งบลงทุนจำนวนดังกล่าวในช่วง 5 ปีข้างหน้า จะถูกนำไปใช้ในการ
- ขยายและปรับปรุงร้านค้า
- ซื้อหรือควบรวมกิจการ
- ลงทุนในด้านเทคโนโลยี
สำหรับการขยายสาขานั้น ทางกลุ่ม CRC จะเน้นขยายสาขาในพื้นที่ที่มีศักยภาพทั้งในและต่างประเทศ
ไม่ว่าจะเป็นการขยายสาขาของไทวัสดุ, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน และ GO! เวียดนาม
พัฒนาร้านค้ารูปแบบใหม่ เอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ และความต้องการของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
รวมไปถึง มุ่งเน้นศึกษาโอกาสในการเข้าซื้อกิจการ หรือ M&A ในธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและการเติบโตอย่างต่อเนื่องให้แก่กลุ่ม CRC
ตัวอย่างการทำ M&A ในปีที่ผ่านมา
ทาง CRC เข้าไปซื้อกิจการของบริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน) หรือ COL ซึ่งเป็นผู้นำธุรกิจอุปกรณ์สำนักงาน หนังสือ สื่อบันเทิง สินค้าไลฟ์สไตล์ และ e-Book ภายใต้แบรนด์ออฟฟิศเมท, บีทูเอส
ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า อนาคตการเติบโตในครั้งนี้ของ CRC จะเป็นอย่างไร..
References:
-https://www.reuters.com/markets/rates-bonds/thailands-central-retail-plans-33-bln-investment-by-2026-2022-02-08/
-คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ประจำปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2564, บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
-https://www.bangkokbiznews.com/business/987209
© 2022 BrandCase. All rights reserved.