
สรุปธุรกิจ CRC วันนี้ มีร้านค้า 3,723 แห่ง รายได้ 20% มาจากเวียดนาม
14 มี.ค. 2026
ถ้าพูดถึงหนึ่งในบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของไทย
หลายคนก็น่าจะนึกถึง Central Retail Corporation หรือ CRC
หลายคนก็น่าจะนึกถึง Central Retail Corporation หรือ CRC
บริษัทนี้มีธุรกิจหลากหลาย ตั้งแต่ ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านวัสดุก่อสร้าง ไปจนถึงธุรกิจค้าส่งและศูนย์การค้า
ล่าสุดในงาน CRC CEO Forum 2026 คุณสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ CEO ของ CRC ได้ออกมาเปิดแผนธุรกิจปี 2026
โดยมีทั้งการลงทุนระดับ 16,000-18,000 ล้านบาท
รวมถึงการปรับโฟกัสธุรกิจมาที่ ประเทศไทย และ เวียดนาม มากขึ้น
แล้วแผนธุรกิจของ CRC ปีนี้ มีอะไรน่าสนใจบ้าง ?
BrandCase สรุปให้เป็นข้อ ๆ
1. ยุทธศาสตร์ของ CRC และเป้าหมายปีนี้
- CRC เดินหน้ากลยุทธ์ Innovation in Action ใช้นวัตกรรมมาสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง พร้อมตั้งเป้ากำไร (EBITDA) เติบโต 5-7% จากปีก่อน
- เตรียมงบลงทุน 16,000-18,000 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจค้าปลีกสาขาใหม่ ทั้งในไทยและเวียดนามรวม 22-26 แห่ง และรีโนเวตสาขาเดิมอีก 7 แห่ง ให้ทันสมัยมากขึ้น
- พร้อมรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง รองรับโอกาสในการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) ซึ่งเป็นทางลัดในการขยายฐานธุรกิจให้เติบโตอย่างรวดเร็ว
2. การปรับโฟกัสตลาดศักยภาพสูง ทั้งไทยและเวียดนาม
- ปรับพอร์ตธุรกิจครั้งใหญ่ ด้วยการขายกิจการห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต ในอิตาลี (เสร็จสิ้น พ.ย. 2025) เพื่อกลับมาโฟกัสตลาดหลักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะไทยและเวียดนาม
- ปัจจุบันบริษัทมีร้านค้ารวม 3,723 แห่ง แบ่งเป็น ไทย 3,596 แห่ง (63 จังหวัด) และเวียดนาม 127 แห่ง (ครอบคลุม 26 จังหวัด จาก 34 จังหวัด)
- ในเวียดนาม บริษัทมีสมาชิก The 1 มากกว่า 4.3 ล้านราย ทำให้บริษัทมี Data ที่แม่นยำในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าชาวเวียดนามได้ลึกขึ้น
- ตอนนี้บริษัทมีรายได้จากประเทศเวียดนาม คิดเป็นสัดส่วน 20% ของรายได้ทั้งหมด
3. ความแข็งแกร่งของ 4 กลุ่มธุรกิจหลัก
- กลุ่มฟูด
เป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของ CRC โดยในไทยดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งผ่านแบรนด์ ท็อปส์ และ โก โฮลเซลล์ ส่วนในเวียดนามเน้นโมเดลไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! และร้านไซซ์เล็กอย่าง มินิ โก เพื่อเข้าถึงลูกค้าในชุมชน
- กลุ่มฮาร์ดไลน์
มีแบรนด์หลักอย่าง ไทวัสดุ ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาด DIY ถึง 25% และในปี 2025 ทำยอดขายกว่า 43,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันบริษัทก็ผลักดัน Auto1 ให้เป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ของธุรกิจ (New Growth Engine)
- กลุ่มแฟชั่น
ดูแลธุรกิจห้างสรรพสินค้าผ่าน เซ็นทรัล และ โรบินสัน รวมถึงครองตลาดธุรกิจอุปกรณ์กีฬาด้วย ซูเปอร์สปอร์ต
- กลุ่มพร็อปเพอร์ตี
สร้างรายได้จากการบริหารพื้นที่เช่าในศูนย์การค้า เช่น โรบินสันไลฟ์สไตล์ และศูนย์การค้า GO! ในเวียดนาม ซึ่งช่วยเชื่อมโยงร้านค้าในเครือให้เกิดระบบนิเวศการช็อปปิงที่ครบวงจร
4. กลยุทธ์ Innovation in Action ผ่าน 3 แกนหลัก
- Uplift Customer Experience
พัฒนาประสบการณ์ลูกค้าแบบ Omnichannel เชื่อมต่อทั้งออนไลน์และหน้าร้าน โดยในปีที่ผ่านมา ยอดขายออนไลน์ของบริษัทเติบโตถึง 14% พร้อมเพิ่มบริการ Personal Shopper และโซนไลฟ์สไตล์อย่างเกมและอาหาร เพื่อดึงดูดลูกค้าให้ใช้เวลาที่หน้าร้านนานขึ้น
- Reinvent Concepts And Merchandise
อัปเกรดสินค้า Private Label ในเวียดนามให้มีคุณภาพสูงขึ้น และขยายร้านบิวตีอย่าง KIS & LOOKS ในไทย เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง
- Drive Operational Excellence
นำ AI และ One Data Platform มาใช้ในการบริหารจัดการหลังบ้านแบบรวมศูนย์ ทั้งการตั้งราคา การทำโปรโมชันเฉพาะบุคคล และการจัดการสต๊อกสินค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
5. ปรัชญาความยั่งยืน CRC Care
- ยึดหลักการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้นและพันธมิตรในระยะยาว
- บริษัทตั้งเป้าเป็น Central to Life หรือศูนย์กลางการใช้ชีวิตของผู้คน โดยการสร้างคุณค่าให้แก่ชุมชนรอบข้างควบคู่ไปกับการเติบโตของผลกำไรอย่างสมดุล
สรุปจากแผนธุรกิจของ CRC ปี 2026 จะเห็นว่า บริษัทกำลังโฟกัสอยู่ 3 เรื่องสำคัญ คือ
- การขยายสาขา เพื่อเพิ่มการเติบโตของธุรกิจ
- การโฟกัสตลาดอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนาม
- การใช้ Data และ AI เพื่อยกระดับธุรกิจค้าปลีก
- การโฟกัสตลาดอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนาม
- การใช้ Data และ AI เพื่อยกระดับธุรกิจค้าปลีก