วิธีที่สามีภรรยาคู่นี้ เปิดร้านน้ำแข็งไสฮาวาย จนทำยอดขายเดือนเดียวกว่า 3,000,000 บาท

วิธีที่สามีภรรยาคู่นี้ เปิดร้านน้ำแข็งไสฮาวาย จนทำยอดขายเดือนเดียวกว่า 3,000,000 บาท

24 ต.ค. 2026
- รู้หรือไม่ว่า ที่สหรัฐอเมริกา มีคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งที่สามารถสร้างธุรกิจยอดขายเดือนละกว่า 3,000,000 บาท จากการขายขนมที่มีหน้าตาคล้ายกับ “น้ำแข็งไส” บ้านเรา
ธุรกิจนี้มีชื่อว่า Get Lost Shave Ice ร้านน้ำแข็งไสสไตล์ฮาวาย ในเมือง Virginia Beach รัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา
โดยร้านแห่งนี้เพิ่งเปิดให้บริการเพียง 3 ปี แต่สามารถทำยอดขายพีก ๆ สูงถึง 3,190,000 บาทต่อเดือน
ขณะที่ในปี 2025 ธุรกิจมียอดขายรวม 13,700,000 บาท
ที่น่าสนใจคือ ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจตามฤดูกาล ซึ่งสามารถสร้างยอดขายส่วนใหญ่ของทั้งปีได้ภายในระยะเวลาเพียง 3-4 เดือนเท่านั้น
แล้วคู่สามีภรรยาคู่นี้ มีวิธีสร้างธุรกิจจากน้ำแข็งไสธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นธุรกิจยอดขายหลักล้านได้อย่างไร ?
BrandCase จะสรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ 
1. เริ่มต้นธุรกิจจากการเจอขนมที่อร่อย แต่กลับหาซื้อไม่ได้ในเมืองตัวเอง
จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นระหว่างที่คุณ Todd (สามี) และคุณ Stephanie (ภรรยา) เดินทางไปฮันนีมูนที่ฮาวาย และได้ลองกินขนมที่เรียกว่า Hawaiian Shave Ice ซึ่งในตอนแรกคุณ Stephanie คิดว่าเป็นเพียงน้ำแข็งไสธรรมดา ๆ 
แต่เมื่อได้ลองชิม เธอกลับพบว่ามันแตกต่างจากขนมที่เคยกินอย่างมาก จุดเด่นอยู่ที่การใช้น้ำแข็งที่ไสออกมาจนมีเนื้อละเอียดนุ่มคล้ายหิมะ นอกจากนี้ ยังสามารถใส่ไอศกรีมไว้ด้านล่าง ราดไซรัปผลไม้ และเพิ่มท็อปปิงต่าง ๆ เพื่อสร้างรสชาติที่หลากหลาย ทำให้ Hawaiian Shave Ice เป็นหนึ่งในขนมที่อร่อยที่สุดที่เธอเคยลอง
หลังจากกลับมาที่ Virginia Beach เธอกลับไม่พบร้านที่ขาย Hawaiian Shave Ice แบบที่เธอต้องการ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งคู่มองเห็นโอกาสทางธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม แม้คุณ Stephanie จะมีประสบการณ์ทำงานในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมาตั้งแต่อายุ 17 ปี แต่ประสบการณ์ส่วนใหญ่ของเธออยู่ในด้านการบริการลูกค้า
ส่วนเรื่องการบริหารต้นทุน การจัดการเงินเดือนพนักงาน และการสร้างแบรนด์ เป็นสิ่งที่เธอยังไม่เชี่ยวชาญ
โชคดีที่คุณ Todd มีประสบการณ์ด้านการทำธุรกิจ รวมถึงมีความถนัดด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์ จึงเข้ามาช่วยดูแลในส่วนนี้
ทั้งคู่ใช้เวลาประมาณ 8-9 เดือนในการทดลองและพัฒนาสูตร ก่อนจะเปิดร้าน Get Lost Shave Ice อย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม ปี 2023
2. สร้างความแตกต่าง ด้วยการเปลี่ยนน้ำแข็งไสธรรมดา ให้กลายเป็นขนมคุณภาพสูง
หนึ่งในสิ่งที่คุณ Stephanie ให้ความสำคัญมากที่สุด คือคุณภาพของสินค้า เพราะแม้ Hawaiian Shave Ice จะดูเป็นขนมที่ทำไม่ยาก แต่เธอมองว่า สิ่งที่ทำให้ลูกค้ายอมจ่ายเงินซื้อ คือประสบการณ์และรสชาติที่แตกต่างจากร้านทั่วไป
โดย Get Lost Shave Ice เลือกผลิตไซรัปหลายรสชาติขึ้นมาเอง แทนที่จะพึ่งพาไซรัปสำเร็จรูปทั้งหมด
ปัจจุบันร้านทำไซรัปเองประมาณ 10 รสชาติ โดยใช้ผลไม้สดและน้ำตาลอ้อยออร์แกนิกเป็นส่วนประกอบ และไม่ใส่สีสังเคราะห์หรือสารกันเสียเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ยังมีการทำวิปครีม ส่วนผสมนมข้นหวาน และท็อปปิงบางชนิดขึ้นมาเองด้วย ตัวอย่างเช่น เมนูขายดีอย่าง Aloha Breeze ที่ประกอบด้วยไอศกรีมวานิลลาด้านล่าง น้ำแข็งไสเนื้อละเอียด ราดไซรัปมะม่วง เสาวรส และมะพร้าว ก่อนเพิ่มส่วนผสมนมข้นหวาน วิปครีม มะพร้าวคั่ว และมะม่วงสด
ส่วนราคาขายของร้านอยู่ที่ประมาณ
- ขนาดเล็ก 319 บาท
- ขนาดใหญ่ 386 บาท
- เมนูพิเศษขนาดเล็ก 386 บาท
- เมนูพิเศษขนาดใหญ่ 453 บาท
จะเห็นได้ว่า Get Lost Shave Ice ไม่ได้พยายามแข่งขันด้วยการขายน้ำแข็งไสในราคาถูกที่สุด แต่เลือกสร้างความแตกต่างด้วยคุณภาพของวัตถุดิบ รสชาติ และท็อปปิง เพื่อทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าขนมหนึ่งถ้วยมีมูลค่ามากกว่าน้ำแข็งไสทั่วไป
ซึ่งคุณ Stephanie มองว่า การใช้วัตถุดิบคุณภาพดีและการทำไซรัปเอง เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ลูกค้าสัมผัสถึงความแตกต่างได้
3. ไม่ได้ขายแค่น้ำแข็งไส แต่สร้างแบรนด์ที่ลูกค้าอยากจดจำ
เหตุผลที่ทางร้านเลือกใช้ชื่อว่า Get Lost แทนที่จะตั้งชื่อร้านให้สื่อถึงน้ำแข็งไสหรือเมือง Virginia Beach โดยตรง เพราะคุณ Todd มองว่า หากใช้ชื่อที่เกี่ยวข้องกับน้ำแข็งไสมากเกินไป ลูกค้าอาจไม่ได้อยากซื้อเสื้อผ้าที่มีชื่อร้านไปสวมใส่
แต่ชื่อ Get Lost สามารถนำไปออกแบบเป็นเสื้อยืด เสื้อกันหนาว หรือสินค้าอื่น ๆ ได้ง่ายกว่า ซึ่งกลยุทธ์นี้ก็ช่วยให้ธุรกิจมีรายได้อีกทางหนึ่ง นอกเหนือจากการขายน้ำแข็งไส
โดยคุณ Todd เปิดเผยว่า สินค้าประเภท Merchandise หรือ Merch สามารถสร้างรายได้คิดเป็นประมาณ 20% ของรายได้ธุรกิจ ขณะที่สินค้ากลุ่มนี้มีอัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 50-60%
นั่นหมายความว่า เมื่อลูกค้าซื้อน้ำแข็งไสแล้วชื่นชอบแบรนด์ ก็มีโอกาสซื้อเสื้อผ้าหรือสินค้าต่าง ๆ กลับไปด้วย
ทำให้ Get Lost ไม่ได้สร้างรายได้จากขนมเพียงอย่างเดียว แต่ยังใช้แบรนด์ที่สร้างขึ้นมาต่อยอดเป็นรายได้อีกส่วนหนึ่ง
4. ใช้ Local Content Creator ทำให้คนในพื้นที่รู้จักร้าน โดยไม่ต้องใช้งบโฆษณามหาศาล
แน่นอนว่า การมีสินค้าที่ดีอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ร้านใหม่ ๆ ประสบความสำเร็จ
โดยเฉพาะสินค้าอย่าง Hawaiian Shave Ice ที่ลูกค้าบางคนอาจไม่เคยลองกินมาก่อน และยังไม่เข้าใจว่ามันแตกต่างจากน้ำแข็งไสทั่วไปอย่างไร
คุณ Stephanie จึงมองว่า หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้ลูกค้าเข้าใจสินค้า คือการทำให้พวกเขาได้ลองชิมด้วยตัวเอง
และหนึ่งในกลยุทธ์ที่ร้านใช้ คือการร่วมงานกับ Local Content Creator หรือครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามอยู่ในพื้นที่ Virginia Beach
แทนที่จะเลือกครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามจำนวนมากจากทั่วประเทศ ร้านให้ความสำคัญกับครีเอเตอร์ที่มีฐานผู้ติดตามเป็นคนในพื้นที่ เพราะคนกลุ่มนี้มีโอกาสเดินทางมาซื้อสินค้าจริง
โดยคุณ Stephanie ใช้วิธีเชิญครีเอเตอร์เหล่านี้มาลองชิมสินค้าที่ร้านโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งหลายคนก็ยินดีที่จะเข้ามาทดลองสินค้า
วิธีนี้ช่วยให้คนในพื้นที่ได้เห็นหน้าตาของขนม ได้รู้จักแบรนด์ และเข้าใจความแตกต่างของ Hawaiian Shave Ice ผ่านคอนเทนต์ของครีเอเตอร์
นอกจากนี้ ร้านยังให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ภายในร้านด้วย
แม้ตัวร้านจะมีขนาดเล็ก และไม่มีที่นั่งภายในอาคาร แต่มีพื้นที่นั่งกลางแจ้งที่ตกแต่งให้มีกลิ่นอายของเกาะเขตร้อน
รวมถึงมีพื้นที่นั่งในร่มสำหรับช่วงฤดูหนาว ซึ่งในฤดูร้อนจะเปลี่ยนไปเป็นพื้นที่ขาย Merch
ทั้งหมดนี้ช่วยให้ Get Lost Shave Ice ไม่ได้เป็นเพียงจุดแวะซื้อขนม แต่เป็นสถานที่ที่ลูกค้าสามารถมานั่งกินขนมและใช้เวลาร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อน ๆ ได้
5. บริหารธุรกิจตามฤดูกาล และต่อยอดรายได้จากหลายช่องทาง
อีกหนึ่งความท้าทายของ Get Lost Shave Ice คือ ธุรกิจมีความเป็น Seasonal สูงมาก
เพราะสินค้าหลักเป็นน้ำแข็งไส ซึ่งได้รับความนิยมมากในช่วงที่อากาศร้อน
โดยคุณ Todd อธิบายว่า ธุรกิจสามารถทำรายได้ส่วนใหญ่ของทั้งปีได้ภายในระยะเวลาประมาณ 3-4 เดือน
ช่วงฤดูขายดี ร้านเปิดให้บริการทุกวัน ขณะที่ในช่วงฤดูหนาวจะเปิดเพียงวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์
นอกจากนี้ ยอดขายยังได้รับผลกระทบจากช่วงเปิดเทอม เพราะเมื่อนักเรียนกลับไปเรียน ความต้องการซื้อสินค้าก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
เพื่อเพิ่มช่องทางการขาย ทั้งคู่จึงขยายธุรกิจจากร้านหน้าร้านไปสู่ Food Truck สำหรับออกงานในช่วงฤดูร้อน
โดยปัจจุบันรายได้ของธุรกิจแบ่งเป็น
- ร้านหน้าร้าน ประมาณ 85%
- Food Truck ประมาณ 15%
ขณะเดียวกัน การบริหารพนักงานก็ต้องปรับเปลี่ยนตามฤดูกาลเช่นกัน ในช่วงที่ยอดขายไม่มาก ร้านมีพนักงานประมาณ 3-4 คน แต่ในช่วงที่ธุรกิจคึกคัก จำนวนพนักงานอาจเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 25 คน เพื่อรองรับการทำงานเป็นกะ การให้บริการ Food Truck และการขายสินค้า Merch
และแม้จะมีต้นทุนในการดำเนินงานจำนวนมาก แต่ธุรกิจก็สามารถสร้างยอดขายได้อย่างน่าสนใจ
โดยในปี 2025 Get Lost Shave Ice ทำยอดขายรวมประมาณ 13,700,000 บาท
อย่างไรก็ตาม ยอดขายจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะมีกำไรสูงตามไปด้วย เพราะเมื่อหักต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าเช่า และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมถึงค่าตอบแทนที่คุณ Stephanie ได้รับแล้ว ธุรกิจมีกำไรสุทธิในปี 2025 ประมาณ 790,000 บาท
ทั้งคู่จึงยังให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุน และตั้งเป้าหมายเพิ่มยอดขายในปี 2026 ไปสู่ระดับประมาณ 16,790,000 บาทหรือมากกว่า
โดยมีแผนขยายร้านเพิ่มเติมในอนาคต รวมถึงมองหาโอกาสในพื้นที่ที่มีอากาศอบอุ่น เช่น รัฐฟลอริดา ซึ่งอาจช่วยลดข้อจำกัดด้านฤดูกาลของธุรกิจได้
เรื่องราวของ Get Lost Shave Ice จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างว่า การเริ่มต้นธุรกิจไม่จำเป็นต้องมาจากสินค้าใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน
เพราะ Hawaiian Shave Ice เป็นขนมที่มีขายอยู่แล้วในฮาวาย แต่คุณ Stephanie และคุณ Todd มองเห็นโอกาสจากการที่ขนมชนิดนี้ยังหาได้ยากในเมืองที่พวกเขาอาศัยอยู่
ก่อนนำมาพัฒนาให้แตกต่างด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูง การสร้างแบรนด์ และการตลาดที่เข้าถึงคนในพื้นที่
จนสามารถเปลี่ยนขนมที่มีหน้าตาคล้ายกับน้ำแข็งไสธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นธุรกิจที่ทำยอดขายได้มากกว่า 3,000,000 บาทภายในเดือนเดียว
References
© 2026 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.