Guss Damn Good ขายไอศกรีมอย่างไร ให้ได้ปีละ 100 ล้าน

Guss Damn Good ขายไอศกรีมอย่างไร ให้ได้ปีละ 100 ล้าน

24 พ.ค. 2026
-Guss Damn Good เป็นแบรนด์ไอศกรีมสัญชาติไทย ขายไอศกรีมเริ่มต้น 95 บาทต่อสกูป
เห็นราคาประมาณนี้ หลายคนอาจจะคิดว่าแพง ขายดีหรือเปล่า ?
แต่ถ้าดูตัวเลขผลประกอบการ ล่าสุด ปี 2568 ที่ผ่านมา จะพบว่า
บริษัท กัสส์ แดมน์ กู๊ด จำกัด เจ้าของแบรนด์ Guss Damn Good มีรายได้รวม 115 ล้านบาท 
ยิ่งไปกว่านั้น คุณนที จรัสสุริยงค์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง แบรนด์ Guss Damn Good เคยแชร์ว่าใน 1 วัน Guss Damn Good สามารถขายไอศกรีมได้ 2,000-2,500 ถ้วย
หรืออย่างในช่วงพีก ๆ ยอดขายอาจพุ่งไปถึง 3,000-3,500 ถ้วย
ซึ่งถ้านับรวมเป็น 1 ปี Guss Damn Good ก็น่าจะขายไอศกรีมได้ปีละราว ๆ 1,000,000 ถ้วย บวกลบไม่มากจากนี้
แล้ว Guss Damn Good ขายไอศกรีมอย่างไร ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ เป็นข้อ ๆ
1. ให้ลูกค้าชิมจนกว่าลูกค้าจะชอบ
วิธีการขายแบบนี้ แบรนด์ Guss Damn Good เรียกมันว่า Boston Culture 
ซึ่งเกิดจากตอนที่คุณระริน ธรรมวัฒนะ และคุณนที จรัสสุริยงค์ ผู้ก่อตั้ง Guss Damn Good ได้ไปเรียนที่ต่างประเทศ แล้วเห็นว่าร้านไอศกรีมที่โน่นให้ลูกค้าชิมไอศกรีมจนกว่าลูกค้าจะชอบ
โดยที่ลูกค้าสามารถชิมไอศกรีมได้โดยไม่ต้องรู้สึกเกรงใจร้าน ทั้งคู่เลยนำวิธีการขายแบบนี้มาใช้กับร้าน Guss Damn Good ของตัวเองด้วย
2. สร้างเรื่องราวให้กับทุกรสชาติ
Guss Damn Good จะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องราวผ่านรสชาติ การตั้งชื่อแต่ละรสชาติที่สะท้อนและเชื่อมโยงกับอารมณ์ความรู้สึก
ซึ่งการทำแบบนี้จะทำให้ไอศกรีมไม่ได้เป็นแค่ของหวาน แต่เป็นตัวแทนความทรงจำ
ดังนั้น Process ในการออกรสชาติของ Guss Damn Good จะเป็นการเปลี่ยนเรื่องราว ให้เป็น ความรู้สึกและอารมณ์ และเปลี่ยน Feeling ให้เป็นรสชาติ
ในส่วนของการตั้งชื่อแบรนด์ก็จะจับเอา Feeling ของรสชาตินั้น ๆ มาสรุปและขมวดออกมาเป็นชื่อไอศกรีมอีกที
ซึ่งเป็นการสร้างความรู้สึกผูกพันและทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าไม่ได้ซื้อแค่ไอศกรีม แต่กำลังซื้อประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
3. ทำให้สินค้า สื่อสารกับคนได้
Guss Damn Good จะเน้นไปที่การสร้างความรู้สึกและความสัมพันธ์ทางอารมณ์กับผู้บริโภค
ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องราวผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย การออกแบบแพ็กเกจจิง หรือการตั้งชื่อที่สะท้อนถึงเหตุการณ์ในชีวิต
ยกตัวอย่างเช่น การเขียนชื่อรสชาติบนแพ็กเกจจิงด้วยลายมือ และใช้รูปพื้นหลังที่สื่อถึง Feeling (ความรู้สึกและอารมณ์) ของรสชาตินั้น ๆ
หรืออย่างรสชาติไหนที่มีความตื่นเต้นหรืออะไรที่มีความท้าทาย ก็จะเลือกใช้ลายเส้นที่ไม่นุ่มนวลและเลือกใช้สีฉูดฉาดหรือคู่สีที่มีความตัดกัน
วิธีนี้ทำให้ผู้บริโภคสามารถสัมผัสถึงความรู้สึกที่ไอศกรีมแต่ละรสต้องการสื่อได้ตั้งแต่แรกเห็น ซึ่งช่วยให้แบรนด์เป็นที่จดจำและถูกพูดถึง ต่อยอดในโซเชียลมีเดียได้ไม่ยาก
4. ดิไซน์และจัดรสชาติไอศกรีมให้ลูกค้าอร่อย
ถ้าสังเกตดี ๆ Guss Damn Good จะมีการจัดรสชาติบางรสชาติต้องวางไว้ข้างบนเสมอ หรือการวางรสชาติไล่ระดับให้ลูกค้ากินก่อนหลังแล้วอร่อยทุกรส
เช่น สมมติลูกค้าซื้อไอศกรีม 3 รสชาติ คือ รสช็อกโกแลต (Here's Your Damn Good Chocolate) รสมินต์ช็อก (SECRET ADMIRER) และรส Don't Give Up#18
การจัดเรียงของร้านคือ รส Don't Give Up#18 จะต้องวางไว้ข้างบนเสมอ เพราะถ้าลูกค้ากินไอศกรีมรสชาติอื่นก่อนแล้วค่อยกินรส Don't Give Up#18 จะทำให้รสชาติไอศกรีมของ Don't Give Up#18 ไม่อร่อย
เพราะรสชาติอื่นอาจจะมีความเข้มข้นมากกว่า มีส่วนผสมที่หลากหลายกว่า รส Don't Give Up#18 ที่มีส่วนผสมแค่นมสดกับครีมฝรั่งเศส
ซึ่งทุกองค์ประกอบที่แบรนด์สร้างมา ไม่ว่าจะเป็นรสชาติ ชื่อไอศกรีม การออกแบบแพ็กเกจจิง หรือการดิไซน์รสชาติไอศกรีมให้ลูกค้า ล้วนเชื่อมโยงเป็นเรื่องราวเดียวกันกลายเป็นคอนเซปต์และ DNA ที่ชัดเจนของแบรนด์ Guss Damn Good นั่นเอง..
© 2026 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.