
สรุป Social AMC โมเดลธุรกิจบริหารหนี้ยุคใหม่ ที่วัดกำไรจากการช่วยคน
30 มี.ค. 2026
ในสมการธุรกิจทั่วไป รายได้ - ค่าใช้จ่าย = กำไร คือคำตอบที่ทุกคนต้องการ
แต่สำหรับคนทำธุรกิจเพื่อสังคม สมการนี้มักจะติดลบ เพราะค่าใช้จ่ายในการช่วยคน มักสูงกว่ารายได้ที่เก็บได้จริง
แต่สำหรับคนทำธุรกิจเพื่อสังคม สมการนี้มักจะติดลบ เพราะค่าใช้จ่ายในการช่วยคน มักสูงกว่ารายได้ที่เก็บได้จริง
ล่าสุด BrandCase ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณแบ๋ว-นารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด หรือ SAM ถึงประเด็นนี้ ว่าต้องทำอย่างไรให้ “กำไร” กับ “การช่วยคน” เดินไปพร้อมกันได้จริง ผ่านกรณีศึกษาของ SAM
เรื่องราวนี้น่าสนใจอย่างไร ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ

คุณแบ๋ว เล่าว่า SAM ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2543 หลังจากเกิดเหตุการณ์ปิด 56 ไฟแนนซ์ (บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์) ในปี พ.ศ. 2540
ภารกิจแรกเริ่มของ SAM คือ การเป็นกลไกของรัฐ ที่ต้องเข้ามารับโอนหนี้เสีย (NPL) ก้อนใหญ่กว่า 500,000 ล้านบาทจากธนาคารกรุงไทย เพื่อพยุงระบบสถาบันการเงินของประเทศไม่ให้ล้มครืน
โดยมีโครงสร้างผู้ถือหุ้นหลัก คือ กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ การดำเนินงานของ SAM นับแต่ก่อตั้ง-ปัจจุบัน SAM ได้นำส่งเงินคืนกองทุนฯ ไปแล้วกว่า 260,000 ล้านบาท
ดังนั้น จะเห็นว่า ทิศทางของ SAM จึงเติบโตและผูกพันมาพร้อมกับบทบาท ในการขับเคลื่อนนโยบายของประเทศมาตั้งแต่ต้น
จากวันนั้นจนถึงวันนี้ บริบทของวิกฤติเศรษฐกิจได้เปลี่ยนจากหนี้ภาคธุรกิจ กลายมาเป็นหนี้ครัวเรือน
ที่พุ่งสูงถึง 88.2% ของ GDP และทำให้มีคนตัวเล็ก ๆ นับล้านคนติดกับดักหนี้เสีย
ที่พุ่งสูงถึง 88.2% ของ GDP และทำให้มีคนตัวเล็ก ๆ นับล้านคนติดกับดักหนี้เสีย
แต่ด้วย DNA ของการเป็นผู้คลี่คลายปัญหาหนี้เชิงโครงสร้าง จึงนำพา SAM ก้าวเข้าสู่บทบาทของการเป็น Social AMC อย่างเต็มตัว
ทำไมถึงต้องเป็น SAM Social AMC ?
SAM Social AMC คือ การบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคม ช่วยฟื้นฟูหนี้เสียรายย่อย - SMEs โดยให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ทางสังคม มากกว่ากำไรทางธุรกิจ
และในยุคที่คนตัวเล็ก ๆ หรือประชากรนับล้านคนกำลังติดกับดักหนี้เสีย หากปล่อยทิ้งไว้ ฐานรากทางเศรษฐกิจของประเทศย่อมเปราะบาง
การเป็น Social AMC คือการประกาศชัดเจนว่า SAM ได้ยืนในจุดที่ “อยากช่วย” ไม่ได้มุ่งเน้นการทำธุรกิจเพื่อแสวงหากำไรสูงสุด แต่เป้าหมายคือ การยื่นมือเข้าไปช่วยล้างประวัติเครดิตบูโรที่เสีย ให้กลับมาเป็นปกติ
เพื่อให้ประชาชนเหล่านี้ ที่อาจไม่ใช่แค่คนหนึ่งคน แต่อาจหมายถึงอีกหลายชีวิตในครอบครัวที่เราได้ดูแล ให้มีโอกาสตั้งหลัก ลุกยืนหรือเดินหน้าต่อและสามารถกลับเข้าสู่ระบบการเงินได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ภารกิจนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะปริมาณหนี้มหาศาล ย่อมมาพร้อมกับความคาดหวังของลูกหนี้นับล้านราย ซึ่งโจทย์ที่หินขนาดนี้ ลำพังแค่กลยุทธ์หรือเทคโนโลยีอาจแตะได้เพียงผิวของปัญหาที่หยั่งรากลึกมานานในสังคม
สิ่งสำคัญที่จะมาช่วยจัดการปัญหาตรงนี้ได้จริง ๆ คือ “แพสชัน”
ด้วยความที่ก่อนหน้านี้ คุณแบ๋วได้มีโอกาสทำงานคลุกคลีกับลูกหนี้จำนวนมาก สมัยที่เคยทำงานที่ SAM เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว
ด้วยความที่ก่อนหน้านี้ คุณแบ๋วได้มีโอกาสทำงานคลุกคลีกับลูกหนี้จำนวนมาก สมัยที่เคยทำงานที่ SAM เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว
เลยทำให้คุณแบ๋วมีแพสชันในเรื่องนี้จริง ๆ และเข้าใจว่า ไม่มีใครอยากจะเป็นหนี้เสีย
แต่เมื่อเขาเป็นหนี้เสียแล้ว เราจะทำอย่างไร ให้คนเหล่านี้ สามารถกลับขึ้นมาลุกยืนได้อีกครั้ง
แต่เมื่อเขาเป็นหนี้เสียแล้ว เราจะทำอย่างไร ให้คนเหล่านี้ สามารถกลับขึ้นมาลุกยืนได้อีกครั้ง
พร้อมปลูกฝังทีมงานในองค์กรเสมอว่า การรับฟังความทุกข์ของลูกหนี้และช่วยให้เขาหลุดพ้นจากหนี้ได้ ถือเป็นการทำงานด้วยหัวใจและจิตวิญญาณของคนทำงาน ที่มีความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง
ดังนั้น นี่จึงเป็นที่มาของการทำ Social AMC ของ SAM
ที่ตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ของโครงการไม่ใช่ตัวเลขผลกำไร แต่เป็นจำนวนลูกหนี้ที่ได้รับการแก้ไขปัญหา
ที่ตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ของโครงการไม่ใช่ตัวเลขผลกำไร แต่เป็นจำนวนลูกหนี้ที่ได้รับการแก้ไขปัญหา
คำถามต่อมาคือ เมื่อไม่เน้นกำไร แล้วองค์กรจะอยู่รอดได้อย่างไร ?
คำตอบ คือ การใช้กลยุทธ์ Cross-Subsidy หรือการ Balance กำไรจากธุรกิจปกติมาอุดหนุน Social Portfolio อีกส่วนหนึ่ง
ปัจจุบัน เมื่อ SAM เป็น Social AMC การบริหารงานไม่ได้เน้นจากผลกำไรสูงสุด
ซึ่งในการบริหารงานต้องบริหารจัดการทั้งทรัพย์สินรอการขาย (NPA) และหนี้เสีย (NPL)
คุณแบ๋ว เล่าว่า ในฝั่งการบริหารสินทรัพย์ทั้งหมด จะมีการแบ่งออกเป็น พอร์ตเชิงพาณิชย์ ที่ประมูลซื้อหนี้มาทำกำไรตามปกติ และพอร์ตเชิงนโยบาย ที่ตั้งขึ้นเพื่อช่วยสังคม
ปัจจุบัน เมื่อ SAM เป็น Social AMC การบริหารงานไม่ได้เน้นจากผลกำไรสูงสุด
ซึ่งในการบริหารงานต้องบริหารจัดการทั้งทรัพย์สินรอการขาย (NPA) และหนี้เสีย (NPL)
คุณแบ๋ว เล่าว่า ในฝั่งการบริหารสินทรัพย์ทั้งหมด จะมีการแบ่งออกเป็น พอร์ตเชิงพาณิชย์ ที่ประมูลซื้อหนี้มาทำกำไรตามปกติ และพอร์ตเชิงนโยบาย ที่ตั้งขึ้นเพื่อช่วยสังคม
ในความเป็นจริง โครงการเชิงนโยบายอย่างการแก้หนี้รายย่อยนั้น กว่าจะถึงจุดคุ้มทุน ต้องใช้เวลายาวนาน หรืออาจมีภาวะขาดทุนสะสมตลอดโครงการด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม SAM ก็สามารถสร้างสมดุลของ “ธุรกิจ” กับ “ความช่วยเหลือ” และเดินหน้าโครงการเพื่อสังคมต่อไปได้อย่างลงตัว ด้วยการนำผลกำไรที่ได้จากพอร์ตเชิงพาณิชย์ มาชดเชยและสนับสนุนการทำพอร์ตเชิงนโยบาย หรือ Social AMC ได้
แล้วพอร์ตเชิงนโยบายที่ว่านี้ของ SAM เป็นอย่างไร ?
คุณแบ๋วเล่าว่า SAM มี 2 โครงการหลัก ๆ ในบทบาทของ Social AMC ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาหนี้เสียรายย่อย ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน
1. โครงการคลินิกแก้หนี้ by SAM เริ่มปี พ.ศ. 2560 โดย SAM จะทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ในการเจรจาหนี้ให้ลูกหนี้กับ 36 สถาบันการเงินที่ร่วมโครงการ
เงื่อนไขคือ เป็นบุคคลธรรมดาที่เป็นหนี้เสีย หรือ NPL เกินกว่า 120 วัน ยอดหนี้รวมไม่เกิน 2 ล้านบาท ครอบคลุมหนี้ไม่มีหลักประกัน 3 ประเภท คือ บัตรเครดิต, บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล
จุดเด่นของโครงการนี้คือ ลูกหนี้จะได้รับดอกเบี้ยในอัตราพิเศษ เพียง 3-5% ต่อปี และผ่อนชำระได้ยาวนานสูงสุดถึง 10 ปี หรือสมมติเป็นตัวเลขง่าย ๆ คือ หนี้ 1 แสนบาท ผ่อนเดือนละประมาณ 1,200 บาท
ผลลัพธ์ตั้งแต่เปิดดำเนินการในปี 2560 โครงการคลินิกแก้หนี้ by SAM ได้ช่วยเหลือลูกหนี้ไปแล้วมากกว่า 340,000 บัญชี คิดเป็นมูลหนี้รวมกว่า 26,000 ล้านบาท
2. โครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้ เริ่มปี พ.ศ. 2569 ตามนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง และสมาคมธนาคารไทย โดย SAM จะเป็นกลไกในการรับโอนหนี้จาก 34 สถาบันการเงินมาบริหารจัดการโดยตรง
ความพิเศษคือ หากลูกหนี้เป็นหนี้กับแบงก์หรือสถาบันการเงินแห่งเดียว ก็สามารถพูดคุยหรือเจรจากับสถาบันการเงินได้เลยเพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็วแก่สถาบันการเงินและลูกหนี้
แต่หากเป็นหนี้หลายสถาบันการเงิน SAM จะทำหน้าที่ในการดูแลลูกหนี้กลุ่มนี้ โดยรวมหนี้ทั้งหมดไว้ที่ SAM แบบ One Stop Service เพื่อให้ลูกหนี้สามารถเข้ามาเจรจากับ SAM ได้โดยตรง
เงื่อนไขคือ เป็นบุคคลธรรมดาที่เป็นหนี้เสีย หรือ NPL ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 เกินกว่า 90 วัน ยอดหนี้รวมไม่เกิน 100,000 บาท ครอบคลุมหนี้ไม่มีหลักประกัน และติ่งหนี้
จุดเด่นคือ หากลูกหนี้เลือกมาตรการ “จ่ายปิดจบ” ครั้งเดียว ก็จ่ายคืนเงินต้นเพียง 50% หรือหากเลือกผ่อนชำระ จะจ่ายคืนเงินต้นเพียง 70% (ผ่อนได้สูงสุด 36 เดือน โดยไม่มีดอกเบี้ย)
ข้อดีของการเข้าร่วมโครงการนี้ คือไม่ใช่แค่การลดยอดหนี้ แต่เป็นการล้างประวัติเสียในเครดิตบูโร เพื่อป้องกันไม่ให้คนตัวเล็กถูกตัดสิทธิ์ จากการขอสินเชื่อในอนาคต
ส่วนสาเหตุว่า ทำไมต้องเป็นหนี้ต่ำกว่า 100,000 บาท ก็เพราะว่าลูกหนี้กลุ่มหนี้เสียต่ำกว่าแสนบาท เป็นกลุ่มรายย่อยที่มีสัดส่วนมาก คิดเป็นลูกหนี้กว่า 3 ล้านราย แต่คิดเป็นมูลค่าหนี้เพียง 10% ของระบบ การแก้หนี้กลุ่มนี้จึงใช้เงินน้อยแต่ช่วยคนได้จำนวนมหาศาล
KPI ของ SAM จึงถูกปรับมุมมองใหม่จากยอดเรียกเก็บเงิน สู่จำนวนบัญชีที่ Clean ประวัติได้ ซึ่งปัจจุบันมีบัญชีที่โอนเข้ามาในโครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้ แล้วกว่า 1.01 ล้านบัญชี
นั่นหมายถึงโอกาสที่คนเป็นล้านจะกลับมามีชีวิตทางการเงินที่ปกติอีกครั้ง
จะเห็นว่า ทั้ง 2 โครงการในเชิงบัญชี เป็นการลงทุนที่ขาดทุนตั้งแต่ต้นในช่วงแรก เพราะต้นทุนการดำเนินการ สูงกว่ายอดหนี้ที่จะได้คืน แต่ในเชิงสังคม นี่คือการสร้างคุณค่าที่ประเมินมูลค่าไม่ได้
และในยุค Digital Finance ที่ประวัติทางการเงินคือ ใบเบิกทางที่สำคัญที่สุด การปล่อยให้คนหลายล้าน ติดกับดักหนี้เสีย คือการตัดคนเหล่านั้นออกจากระบบเศรษฐกิจโดยสมบูรณ์
อ่านมาถึงตรงนี้คงเห็นแล้วว่า หัวใจของ Social AMC ไม่ใช่แค่การนำกำไรมาช่วยเหลือสังคม แต่มันคือการสร้างโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนและพึ่งพาตัวเองได้ โดยไม่ต้องรอพึ่งพางบประมาณจากภาครัฐ
โมเดลนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยแพสชันของคุณแบ๋ว ที่ส่งต่อไปยังทีมงานทุกคนให้กล้าแบกรับความท้าทายในการดูแลลูกหนี้นับล้านชีวิต
โมเดลนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยแพสชันของคุณแบ๋ว ที่ส่งต่อไปยังทีมงานทุกคนให้กล้าแบกรับความท้าทายในการดูแลลูกหนี้นับล้านชีวิต
ไม่ว่าจะเป็นการสวมบทคนกลางเพื่อคลี่คลายปมหนี้ หรือการก้าวเข้ามารับซื้อหนี้เพื่อรับจบปัญหาด้วยตัวเอง
เพราะท้ายที่สุดแล้ว การขับเคลื่อนภารกิจของ SAM Social AMC ในครั้งนี้ ก็เพื่อเป้าหมายสำคัญในการให้โอกาสและชุบชีวิตคนไทยตัวเล็ก ๆ ได้เริ่มต้นใหม่ สามารถล้างประวัติทางการเงินที่เคยผิดพลาด กลับมายืนหยัด และก้าวเดินต่อไปในระบบเศรษฐกิจได้อย่างภาคภูมิใจอีกครั้งนั่นเอง..