
สรุป 7 ข้อ วิธีสเกลธุรกิจ ขนมไทย “หยกสด” จากวันแรก จนรายได้ 144 ล้าน
25 ส.ค. 2025
-สัมภาษณ์พิเศษ เจ้าของแบรนด์ หยกสด โดยเพจ BrandCas
“ข้อดีของการมีเงินทุนเริ่มธุรกิจจำกัด คือตอนแรก ๆ เราจะทำอะไรแบบไม่ค่อยซับซ้อน ไม่ค่อยเป็นระบบ ทำยังไงก็ได้ ให้ขายได้ ซึ่งบางทีมันกลายเป็น ข้อได้เปรียบ”
-คุณจ๊าก-มหศักย์ สุรกิจบวร ผู้ก่อตั้งแบรนด์หยกสด
-คุณจ๊าก-มหศักย์ สุรกิจบวร ผู้ก่อตั้งแบรนด์หยกสด
หยกสดเป็นแบรนด์ขนมไทยที่โดดเด่นเรื่องความสดของใบเตย
ปัจจุบันมีทั้งหมด 28 สาขา ครอบคลุมกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดในหัวเมืองสำคัญ อย่างเช่น ชลบุรี ระยอง โคราช เชียงใหม่ และสงขลา
ปัจจุบันมีทั้งหมด 28 สาขา ครอบคลุมกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดในหัวเมืองสำคัญ อย่างเช่น ชลบุรี ระยอง โคราช เชียงใหม่ และสงขลา
BrandCase มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณจ๊าก-มหศักย์ สุรกิจบวร ผู้ก่อตั้งแบรนด์หยกสด เกี่ยวกับเรื่องราวการจัดการหลังบ้านของธุรกิจขนมไทย ที่เริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินทุนหลักแสนบาท
วันนี้ธุรกิจขนมไทย หยกสด ของคุณจ๊าก กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
ผลประกอบการ 3 ปีล่าสุด ของ บริษัท หยกสด จำกัด
ปี 2565 รายได้ 86 ล้านบาท กำไร 14 ล้านบาท
ปี 2566 รายได้ 122 ล้านบาท กำไร 19 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 144 ล้านบาท กำไร 22 ล้านบาท
ผลประกอบการ 3 ปีล่าสุด ของ บริษัท หยกสด จำกัด
ปี 2565 รายได้ 86 ล้านบาท กำไร 14 ล้านบาท
ปี 2566 รายได้ 122 ล้านบาท กำไร 19 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 144 ล้านบาท กำไร 22 ล้านบาท
เบื้องหลังการสเกลธุรกิจให้เติบโตขึ้นของหยกสด แบบที่เงินทุนเริ่มต้นไม่ได้เยอะมาก มีแนวคิดจัดการระบบหลังบ้านที่น่าสนใจ
ตั้งแต่การควบคุมวัตถุดิบหลายร้อยกิโลกรัมต่อวัน ไปจนถึงระบบที่ช่วยรองรับการขยายธุรกิจ จาก 1 สาขา เป็น 28 สาขา และไปต่อได้เรื่อย ๆ
BrandCase สรุปออกมาให้ใน 7 ข้อ
1. คาดการณ์ยอดขาย ยิ่งทำได้แม่น ยิ่งควบคุมต้นทุนได้ดี
คุณจ๊าก บอกว่า การคาดการณ์ยอดขายให้ดี ๆ สำคัญมาก ที่จะไม่ทำให้เรามีต้นทุนไม่จำเป็นเพิ่มขึ้นมา
เช่นเคสของ หยกสด ที่สินค้าคือขนมไทย ส่วนใหญ่วางขายบน Shelf ได้แค่ 1 วัน โจทย์คือ ทำอย่างไรให้ไม่ผลิตมา ขาดหรือเหลือ จากยอดขายจริง มากเกินไป
ดังนั้นเพื่อควบคุมคุณภาพให้สม่ำเสมอ สินค้าที่ขายไม่หมดจึงถูกทิ้งเพื่อรักษามาตรฐานความสดของแบรนด์ เพราะเราไม่อยากให้ลูกค้าที่มาซื้อวันนี้กับเมื่อวาน ได้ของคนละคุณภาพกัน
พอเป็นแบบนี้ สิ่งที่ท้าทายที่สุดคือการวางแผนการผลิตให้พอดี ไม่เหลือมากเกินไป แต่ก็ไม่ขาดแคลน
วิธีการของหยกสดคือ การประมาณยอดขายล่วงหน้า โดยพิจารณาจาก
- ประวัติการขายในวันที่ใกล้เคียงกันล่าสุด
- ปัจจัยเพิ่มเติมอื่น ๆ เช่น การมีบูทหรืองานอิเวนต์ในห้างสรรพสินค้าใกล้เคียง ที่อาจส่งผลให้ยอดขายลดลง
- ประวัติการขายในวันที่ใกล้เคียงกันล่าสุด
- ปัจจัยเพิ่มเติมอื่น ๆ เช่น การมีบูทหรืองานอิเวนต์ในห้างสรรพสินค้าใกล้เคียง ที่อาจส่งผลให้ยอดขายลดลง
ยกตัวอย่างเช่น สาขาในสนามบินจะมีการพิจารณาจากจำนวนเที่ยวบินในแต่ละวัน หากมีเที่ยวบินมากขึ้น ก็คาดว่าจะขายได้มากขึ้น
หลังจากประมาณยอดขายแล้ว หยกสดจะผลิตและจัดส่งสินค้าไปยังสาขาต่าง ๆ โดยจะมีการวางแผนเส้นทางให้คุ้มค่าและใกล้เคียงกันที่สุด เพื่อควบคุมคุณภาพและเวลาให้แม่นยำ
ซึ่งพอการคาดการณ์ยอดขาย ทำได้แม่นยำ Food Waste ก็น้อย ของก็ไม่ขาดหน้าร้าน เป็นการจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
2. วัตถุดิบแต่ละแบบ มีความต่างกัน ต้องแบ่งการจัดการให้เหมาะสม
หยกสดมีวิธีการจัดการวัตถุดิบที่แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักตามลักษณะการเก็บรักษา ดังนี้
- วัตถุดิบสด เช่น ใบเตย มะพร้าว และไข่ เนื่องจากวัตถุดิบเหล่านี้มีอายุการเก็บรักษาค่อนข้างสั้น ดังนั้นบริษัทจะใช้ระบบการสั่งซื้อแบบ Just-in-Time
โดย Just-in-Time เป็นวิธีการจัดการสินค้าคงคลังที่เน้นให้วัตถุดิบมาถึงพอดีกับเวลาที่จะใช้งานตามความต้องการจริง ช่วยลดต้นทุนการเก็บสต๊อก และลดความสูญเสียจากการจัดเก็บที่นานเกินความจำเป็น
โดยให้พนักงานที่อยู่หน้าการผลิตเป็นผู้ประเมินความต้องการ เนื่องจากเป็นบุคคลที่เข้าใจสภาพการทำงานจริงได้ดีที่สุด
- วัตถุดิบแห้ง วัตถุดิบประเภทนี้ เช่น แป้ง น้ำตาล และบรรจุภัณฑ์ จะใช้สูตรคำนวณในการจัดการสต๊อก
โดยมีการตรวจสอบสต๊อกและพิจารณา Lead Time หรือช่วงเวลาที่ใช้ตั้งแต่เริ่มสั่งซื้อวัตถุดิบจากซัปพลายเออร์ จนถึงวันที่วัตถุดิบมาถึงและพร้อมใช้งาน ของวัตถุดิบแต่ละชนิด
พร้อมระบบ Reorder Point ที่คำนวณจุดสั่งซื้อซ้ำและปริมาณที่ต้องสั่งอัตโนมัติ ซึ่งมีรอบการสั่งซื้อประมาณ 2 สัปดาห์
นอกจากนี้หยกสดยังให้ความสำคัญกับวัตถุดิบมาก ๆ โดยเฉพาะใบเตยสดที่ใช้ในปริมาณหลายร้อยกิโลกรัมต่อวัน บริษัทจึงเลือกใช้ซัปพลายเออร์มากกว่าเจ้าเดียว เพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบ
โดยมีหลักการสำคัญในการหาซัปพลายเออร์คือ “ต้องนำวัตถุดิบมาลองทำแล้วได้กลิ่นและสีที่หอม และได้ตามมาตรฐานของหยกสด”
3. เริ่มต้นระบบแบบ LEAN และใช้ระบบเท่าที่จำเป็น แล้วค่อย ๆ ขยายระบบตามการเติบโตของกิจการ
ระบบงานของหยกสดถูกออกแบบมาให้รองรับการขยายหลายสาขา ตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ
แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาเมื่อธุรกิจขยายตัวคือ การวางแผนทีมงาน การขยายสาขา และการจัดทำระบบข้อมูลที่ดี
แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาเมื่อธุรกิจขยายตัวคือ การวางแผนทีมงาน การขยายสาขา และการจัดทำระบบข้อมูลที่ดี
ดังนั้นหยกสดจึงไม่ได้ใช้เครื่องมือเทคโนโลยีที่ซับซ้อนในการทำงานมากนัก แต่กลับเลือกใช้เครื่องมือที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยอยู่แล้ว เช่น Google Sheets, Google Forms หรือ LINE
สำหรับผู้ที่เริ่มต้นธุรกิจ คุณจ๊ากแนะนำหลักการสำคัญว่า “ระบบทุกอย่างมีต้นทุน หากต้นทุนของการไม่มีระบบยังไม่สูง ก็ยังไม่จำเป็นต้องมีระบบที่ซับซ้อนมากนัก
และบริษัทจะเริ่มใส่ระบบเมื่อเห็นว่าต้นทุนของการไม่มีระบบเริ่มสูงขึ้น เช่น เกิดปัญหาการโกง หรือการเช็กสต๊อกมีการผิดพลาดบ่อยขึ้น”
4. สินค้าที่ดี ต้องหาระบบที่ดี มาควบคุมคุณภาพ
ในเคสของหยกสด ด้านการผลิต หยกสดใช้รูปแบบครัวกลางเดียวแล้วกระจายสินค้าไปยังสาขาต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าทุกชิ้นที่ส่งถึงมือลูกค้ามีมาตรฐานเดียวกัน
นอกจากนี้คุณจ๊ากยังได้ให้มุมมองการผลิตขนมไทยที่น่าสนใจว่า “เสน่ห์ที่เครื่องจักรไม่สามารถทดแทนได้ในขนมไทยคือ คาแรกเตอร์ที่หลากหลายและรายละเอียดที่เยอะ
เพราะขนมไทยมีหลายชนิดและแต่ละชนิดล้วนมีรายละเอียดที่ซับซ้อนและเฉพาะตัว การนำเครื่องจักรมาใช้กับทุกขั้นตอน จึงเป็นเรื่องที่ต้องลงทุนสูงกับเครื่องจักรหลายประเภท ซึ่งอาจไม่คุ้มค่ากับการผลิตในปริมาณที่ไม่มากพอ”
อย่างไรก็ตาม บริษัทก็มีการใช้เทคโนโลยีในจุดที่เหมาะสม เช่น เครื่องกวนที่ช่วยทุ่นแรงและให้คุณภาพสม่ำเสมอกว่าการใช้แรงงานคนเพียงอย่างเดียว
5. กลยุทธ์สเกลธุรกิจ - ทำ Feasibility, ทำ Branding, ความพร้อมของทีมงาน
หยกสด จะมีเกณฑ์ในการตัดสินใจเปิดสาขาใหม่ โดยดูจาก 3 เรื่องหลัก ๆ คือ
- ทำ Financial Feasibility คือวิเคราะห์ในมุมการเงิน คาดการณ์ยอดขาย เทียบกับต้นทุน ว่าคุ้มที่จะเปิดสาขาตรงนั้นไหม
โดยพิจารณาความเป็นไปได้ของยอดขาย จากกำลังซื้อและความหนาแน่นของประชากร
เทียบกับการคำนวณต้นทุนการลงทุนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าพื้นที่ ค่าตกแต่ง อุปกรณ์ที่จำเป็น เงินเดือนพนักงาน และเงินทุนหมุนเวียนในช่วงแรก
ทั้งหมดนี้เพื่อวิเคราะห์ระยะเวลาคืนทุนและกำไรสุทธิที่คาดว่าจะได้รับ เพื่อให้ทุกการลงทุนเป็นไปอย่างมีเหตุผลและสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน
- ส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ (Branding)
นอกเหนือจากตัวเลขทางการเงิน การรักษาสมดุลและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะทำเลที่ใช่ จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งให้กับแบรนด์
นอกเหนือจากตัวเลขทางการเงิน การรักษาสมดุลและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะทำเลที่ใช่ จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งให้กับแบรนด์
โดยหยกสดจะพิจารณาว่า สถานที่นั้นช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์หรือไม่ เช่น การเลือกทำเลในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ รวมถึงการทำความเข้าใจคาแรกเตอร์และพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้าในบริเวณนั้นด้วย
- ความพร้อมของทีมงาน
ทีมงานแต่ละฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายผลิต ฝ่ายขาย และฝ่ายจัดส่ง จะต้องมีความพร้อมในการรับมือออเดอร์ หรือรูปแบบการทำงานที่จะเพิ่มขึ้นได้อย่างมีคุณภาพ และปริมาณงานไม่ล้นจนเกินไป
ทีมงานแต่ละฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายผลิต ฝ่ายขาย และฝ่ายจัดส่ง จะต้องมีความพร้อมในการรับมือออเดอร์ หรือรูปแบบการทำงานที่จะเพิ่มขึ้นได้อย่างมีคุณภาพ และปริมาณงานไม่ล้นจนเกินไป
คุณจ๊าก อธิบายว่า “หากผ่านทั้ง 3 ข้อ ก็จะเปิดสาขา แต่หากติดขัดข้อใดข้อหนึ่ง จะพิจารณาว่า ข้ออื่นสามารถชดเชยกันได้หรือไม่”
นอกจากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกแล้ว หยกสดยังมีวิธีการตรวจสอบความต้องการของลูกค้าง่าย ๆ โดยการ สังเกตจากโซเชียลมีเดีย
เช่น คอมเมนต์ที่ลูกค้าเรียกร้องให้ไปเปิดสาขาในพื้นที่ของตน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกเก็บรวบรวมไว้เป็นแนวทางในการขยายสาขาต่อไป
นอกจากนี้ หยกสด ยังมีทีมงานสำรวจตลาดที่ลงพื้นที่ในหลายบริเวณ เพื่อพิจารณาลักษณะลูกค้าที่คล้ายคลึงกัน และปริมาณความหนาแน่นของลูกค้า เพื่อประเมินศักยภาพการขายในทำเลนั้น ๆ
6. นำเสนอสิ่งใหม่ ๆ เพื่อจับลูกค้าใหม่ และรักษาความสนใจของลูกค้าเก่า
คุณจ๊ากมองว่า “หนึ่งในความท้าทายที่สำคัญของการทำธุรกิจขนมหวาน คือการทำให้แบรนด์คงความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะขนมหวานไม่ใช่สิ่งจำเป็น ลูกค้ามีตัวเลือกหลากหลายและอาจเบื่อได้ง่าย”
ดังนั้น แบรนด์จะต้องสร้างความแปลกใหม่ ที่สามารถดึงดูดความสนใจของลูกค้าอยู่เสมอ
อย่างล่าสุด หยกสดเองก็ได้เปิดตัวเมนู ทองม้วนสดใบเตย ที่ทำสดใหม่ที่หน้าร้าน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่เพิ่มสีสันและดึงดูดความสนใจของลูกค้าให้กับร้านได้เป็นอย่างดี
อีกทั้งการเลือกขนมไทยที่หาทานได้ไม่ยากนัก และสามารถเข้ากับใบเตยได้ดี ทำให้ทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ให้ความสนใจและกลับมาซื้อซ้ำ และช่วยให้ลูกค้ายังจดจำแบรนด์ได้อยู่เรื่อย ๆ
7. เมื่อมีปัญหา ให้แก้ที่กระบวนการ ไม่ใช่แค่ แก้ที่คน
ปัจจุบัน หยกสด มีพนักงานประมาณ 100 คน รองรับ 28 สาขา
คุณจ๊ากมองว่า หัวใจของการบริหารธุรกิจขนมไทยหลายสาขาคือ บุคลากร เนื่องจากยังเป็นธุรกิจที่พึ่งพาคนเป็นหลัก
คุณจ๊ากแนะนำว่า “เมื่อเจอปัญหา ควรพยายามมองหาวิธีการทำงานหรือกระบวนการทำงานที่ดีขึ้น มากกว่าที่จะพยายามหาคนเก่งกว่ามาทำแทน”
ยกตัวอย่างเช่น หากพนักงานเช็กยอดไม่ตรง ลองพยายามหาวิธีช่วยในการเช็กยอดที่ถูกต้องหรือง่ายขึ้นให้พนักงาน ก่อนจะไปหาพนักงานที่เช็กยอดเก่ง ๆ มาทำแทน
เพราะการพยายามแก้ไขที่กระบวนการ แก้ที่ระบบก่อน จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่แก้ไขชั่วคราว
สุดท้ายคุณจ๊ากให้บทเรียนสำคัญในการบริหารจัดการว่า “ข้อดีของการมีเงินทุนเริ่มธุรกิจจำกัด คือตอนแรก ๆ เราจะทำอะไรแบบไม่ค่อยซับซ้อน ไม่ค่อยเป็นระบบ ทำยังไงก็ได้ให้ขายได้ ซึ่งบางทีมันกลายเป็นข้อได้เปรียบ”
ทั้งหมดนี้คือวิธีจัดการหลังบ้านของหยกสด
แบรนด์ขนมไทยที่เริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินทุนหลักแสนบาทในวันแรก
สู่ธุรกิจขนมไทย 28 สาขา รายได้ 144 ล้านบาท ในวันนี้..
แบรนด์ขนมไทยที่เริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินทุนหลักแสนบาทในวันแรก
สู่ธุรกิจขนมไทย 28 สาขา รายได้ 144 ล้านบาท ในวันนี้..