
สรุปโมเดลธุรกิจ Palantir บริษัทวิเคราะห์ Data เบื้องหลังกองทัพสหรัฐ และองค์กรระดับโลก
4 มี.ค. 2026
-รู้ไหมว่าบริษัทนี้ รัฐบาลและกองทัพสหรัฐ ยอมจ่ายเงินให้ 59,700 ล้านบาท ในปีที่แล้วปีเดียว
นี่คือบริษัทชื่อว่า Palantir ที่ทำธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์และระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ สำหรับหน่วยงานความมั่นคงของรัฐ และองค์กรเอกชน
นี่คือบริษัทชื่อว่า Palantir ที่ทำธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์และระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ สำหรับหน่วยงานความมั่นคงของรัฐ และองค์กรเอกชน
โดยบริษัทนี้ ก่อตั้งขึ้นในปี 2003 โดยคุณ Peter Thiel (ผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal) พร้อมด้วยกลุ่มเพื่อน และทีมวิศวกร โดยมีแรงบันดาลใจหลักมาจากเหตุการณ์ 9/11 ในสหรัฐอเมริกา
พวกเขามีเป้าหมายที่จะสร้างเทคโนโลยี ที่ช่วยให้หน่วยงานข่าวกรองสามารถตรวจจับ และยับยั้งการก่อการร้ายก่อนที่จะเกิดขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำอีก
โดยคำว่า Palantir ได้แรงบันดาลใจมาจากลูกแก้ววิเศษ ในภาพยนตร์เรื่อง The Lord of the Rings ซึ่งสามารถมองเห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตได้
ซึ่งสอดคล้องกับหลักการทำงานของ Palantir ที่คาดการณ์อนาคต ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลในอดีต
แล้วบริษัท Palantir มีโมเดลธุรกิจอย่างไร ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
Palantir มีบริการหลัก ๆ แบ่งออกเป็น 4 แพลตฟอร์ม คือ
บริการสำหรับลูกค้าภาครัฐ และหน่วยงานความมั่นคง เช่น
ระบบสแกนภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อมองหาจุดที่น่าจะเป็นคลังอาวุธของศัตรูระบบเชื่อมต่อและสั่งการเรือรบที่อยู่ใกล้เป้าหมายที่สุด เพื่อขออนุญาตสั่งยิงขีปนาวุธ
บริการสำหรับลูกค้าบริษัทเอกชนทุกอุตสาหกรรม เช่น
ระบบบริหารจัดการกระบวนการผลิตเครื่องบิน Airbus A350 ที่มีชิ้นส่วนมากกว่า 5 ล้านชิ้นระบบติดตามความคืบหน้า และแก้ปัญหาคอขวดในห่วงโซ่การผลิต
ระบบเชื่อมโยงและอัปเดตเครือข่ายอุปกรณ์ เช่น
ระบบอัปเดตข้อมูลอัตโนมัติสำหรับรถถังหรือเครื่องบินรบในภาคสนามที่ห่างไกลระบบสร้าง Feedback Loop ส่งข้อมูลภาคสนามกลับมาประมวลผลให้ระบบฉลาดขึ้น
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการสั่งการระบบ AIP หรือ Artificial Intelligence Platform เช่น
Generative AI ที่ฝังอยู่ในทุกบริการของ Palantirระบบสั่งการแพลตฟอร์มด้วยการพูดคุยโต้ตอบเป็นภาษามนุษย์ เหมือนการใช้งาน ChatGPT หรือ Gemini
ซึ่งตัวอย่างเทคโนโลยีเด่น ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นหัวใจสำคัญของทุกบริการก็คือ Ontology
โดย Ontology จะทำหน้าที่เป็นสมองส่วนกลางที่เชื่อมโยงข้อมูลทุกอย่าง มาไว้ในแหล่งเดียว พร้อมทั้งแปลภาษาของข้อมูล ให้กลายมาเป็นภาษาแบบเดียวกัน
เพราะโดยทั่วไปแล้ว องค์กรหนึ่งมักจะมีข้อมูลเก็บอยู่ในหลากหลายรูปแบบ กระจัดกระจายตามแต่ละแพลตฟอร์มที่บริษัทใช้งานอยู่ เช่น Oracle, Salesforce หรือในคลาวด์อย่าง AWS, GCP และ Azure
และพอเวลาผู้บริหารจะดึงเอาข้อมูลเหล่านี้มาใช้งานจริง ก็ต้องอาศัยวิศวกรข้อมูล มาจัดระเบียบข้อมูลที่กระจัดกระจายกัน ให้พร้อมนำไปใช้วิเคราะห์ต่อไป
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหน่วยงานความมั่นคงใช้ Ontology ก็จะสามารถนำข้อมูลหลากหลายแบบที่เก็บไว้ มาประเมินความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ทุกรูปแบบได้ เพื่อป้องกันต้นเหตุของความรุนแรงได้ ตั้งแต่เนิ่น ๆ
แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ไปแล้ว Ontology ก็จะช่วยคำนวณหาทางบรรเทาผลกระทบ จากภัยความรุนแรง ลดความสูญเสียและความเสียหาย ให้น้อยลงไปได้อีกด้วย
โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้ 140,663 ล้านบาท กำไร 51,075 ล้านบาท
ซึ่งทุกๆ 100 บาท จะมาจากกลุ่มลูกค้าดังนี้
กลุ่มลูกค้ารัฐบาล 54 บาทกลุ่มลูกค้าเอกชน 46 บาท
พูดอีกแบบคือ Palantir เป็นบริษัทที่โตไปพร้อมกับภาครัฐ แบบชัดเจน
และแน่นอนว่า ลูกค้าคนสำคัญที่สุดคนนึงของ Palantir
ก็คือ รัฐบาลและกองทัพสหรัฐ
เพราะแค่ฝั่งนี้ฝั่งเดียว ก็คิดเป็นสัดส่วน มากกว่า 42% ของรายได้รวมทั้งบริษัท เลยทีเดียว..
Reference10-K ปี FY 2025 บริษัท Palantir Technologies
พูดอีกแบบคือ Palantir เป็นบริษัทที่โตไปพร้อมกับภาครัฐ แบบชัดเจน
และแน่นอนว่า ลูกค้าคนสำคัญที่สุดคนนึงของ Palantir
ก็คือ รัฐบาลและกองทัพสหรัฐ
เพราะแค่ฝั่งนี้ฝั่งเดียว ก็คิดเป็นสัดส่วน มากกว่า 42% ของรายได้รวมทั้งบริษัท เลยทีเดียว..
Reference10-K ปี FY 2025 บริษัท Palantir Technologies
Tag:Palantir