
รู้จัก “Bosideng” เสื้อกันหนาว 200,000 ล้าน ม้ามืดจีน ที่กำลังจะไล่ทัน The North Face
12 ม.ค. 2026
ถ้าพูดถึงแบรนด์เสื้อกันหนาวดัง ๆ เวลาไปเที่ยวเมืองหนาว หลายคนจะนึกถึงชื่อ The North Face ซึ่งเป็นแบรนด์อเมริกัน เป็นชื่อแรก ๆ
แต่รู้ไหมว่าทางฝั่งจีน ก็มีแบรนด์เสื้อกันหนาวที่ดังเหมือนกัน ชื่อว่า “Bosideng” อ่านว่า ปัว-สือ-เติง
และรู้ไหมว่า บริษัทเจ้าของ Bosideng มันก็ใหญ่แบบไม่ธรรมดาเหมือนกัน จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง มีมูลค่าบริษัทประมาณ 200,000 ล้านบาท และมีรายได้ทั้งบริษัท ระดับ 100,000 ล้านบาท
ที่น่าสนใจคือ การเติบโตของรายได้ เสื้อกันหนาว Bosideng มีทรงว่าจะตามทันเจ้าตลาดอย่าง The North Face ได้ในเร็ว ๆ นี้ด้วย
Bosideng เป็นใคร ? แล้วเทียบกับ The North Face ตอนนี้ เป็นอย่างไร ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
Bosideng (波司登) อ่านว่า ปัว-สือ-เติง ก่อตั้งขึ้นในปี 1976 โดยคุณ Gao Dekang โดยมีข้อมูลว่าช่วงแรก เริ่มต้นจากพนักงานเพียง 11 คน และจักรเย็บผ้าเก่า ๆ เพียง 11 ตัวในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มณฑลเจียงซู
ในช่วงแรกพวกเขาเริ่มต้นจากการเป็นโรงงานรับจ้างผลิต (OEM) ให้กับแบรนด์อื่น ซึ่งตอนนั้นก็รับจ้างผลิตให้แบบถูก ๆ ไม่ได้มีอะไรพิเศษ
จนกระทั่งในปี 1994 คุณ Gao ที่เห็นว่า บริษัทก็ผลิตให้คนอื่นจนชำนาญและมีองค์ความรู้ เลยตัดสินใจสร้างแบรนด์ของตัวเองในชื่อ Bosideng
Bosideng เลือกโฟกัสไปที่ เสื้อกันหนาวขนเป็ด หรือ Down Jacket ที่ก็มีตลาดเมืองหนาวที่ใหญ่ ให้เข้าไปขอส่วนแบ่ง
Bosideng ค่อย ๆ พัฒนาเทคโนโลยี และผงาดในตลาดนี้ในจีนมาเรื่อย ๆ
จนเป็นเจ้าตลาดเสื้อกันหนาวขนเป็ดในจีนติดต่อกันมาหลายปี จนถึงทุกวันนี้
จนเป็นเจ้าตลาดเสื้อกันหนาวขนเป็ดในจีนติดต่อกันมาหลายปี จนถึงทุกวันนี้
กลยุทธ์ที่ทำให้ Bosideng ผงาดในจีน ไปจนถึงระดับโลก
คือการเปลี่ยนจากภาพลักษณ์เสื้อกันหนาวราคาถูก ให้กลายเป็นสินค้าแฟชั่นระดับพรีเมียม โดยกลยุทธ์เช่น
คือการเปลี่ยนจากภาพลักษณ์เสื้อกันหนาวราคาถูก ให้กลายเป็นสินค้าแฟชั่นระดับพรีเมียม โดยกลยุทธ์เช่น
-วางตำแหน่งตัวเองเป็น "ผู้เชี่ยวชาญด้านเสื้อขนเป็ด" ระดับโลก มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ผ้ากันน้ำระดับสูงสุด หรือวัสดุที่ใช้ในชุดนักบินอวกาศ
-ดึงตัวดิไซน์เนอร์ระดับโลกที่เคยทำงานกับแบรนด์หรูอย่าง Hermès หรือ Jean Paul Gaultier มาร่วมออกแบบ ทำให้เสื้อดูทันสมัย ไม่เชย
-เอาแบรนด์ไปอยู่บนรันเวย์แฟชันวีกระดับโลก ทั้งนิวยอร์ก ลอนดอน และมิลาน เพื่อลบภาพจำว่าเป็นแค่แบรนด์ท้องถิ่น เด่นแค่ในจีน
-Celebrity Marketing ใช้พรีเซนเตอร์ระดับแม่เหล็ก เช่น Xiao Zhan (เซียวจ้าน) หรือดาราระดับโลก เพื่อดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่
วันนี้ Bosideng อยู่ภายใต้บริษัท Bosideng International Holdings ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นฮ่องกง
มีมูลค่าบริษัทประมาณ 200,000 ล้านบาท
มีมูลค่าบริษัทประมาณ 200,000 ล้านบาท
ปีบัญชี 2025 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้ 116,000 ล้านบาท กำไร 16,000 ล้านบาท
โดยโมเดลสัดส่วนรายได้ของบริษัทอ้างอิงจากรายงานปีล่าสุด มาจาก
-เสื้อกันหนาวขนเป็ด 83.7%
โดยมีแบรนด์ในเครือคือ Bosideng, Snow Flying, Bengen
โดยมีแบรนด์ในเครือคือ Bosideng, Snow Flying, Bengen
-รับจ้างผลิตให้แบรนด์อื่น (OEM) 13.0%
-แบรนด์เสื้อผ้าสตรีในเครือ 2.5%
-เสื้อผ้าอื่น ๆ 0.8%
โดยถ้านับเฉพาะแบรนด์เรือธง คือเสื้อกันหนาวขนเป็ด Bosideng
แบรนด์นี้มีรายได้ปีที่แล้วราว ๆ 83,000 ล้านบาท
คิดเป็นสัดส่วน 72% ของรายได้ทั้งบริษัท
แบรนด์นี้มีรายได้ปีที่แล้วราว ๆ 83,000 ล้านบาท
คิดเป็นสัดส่วน 72% ของรายได้ทั้งบริษัท
เพื่อให้เห็นภาพ ลองมาดูตัวอย่างสินค้ายอดนิยมและราคาของเสื้อกันหนาว Bosideng ซึ่งมีตั้งแต่ระดับแมส ไปจนถึงระดับซูเปอร์ไฮเอนด์
-Light Down Jacket ทั่วไป เสื้อขนเป็ดน้ำหนักเบา ใส่สบาย เหมาะกับอุณหภูมิเลขตัวเดียว ราคาเฉลี่ยประมาณ 3,000 - 6,000 บาท
-Designer Collections รุ่นที่ร่วมมือกับดิไซน์เนอร์ชื่อดัง เน้นดีไซน์ล้ำ ๆ ราคาเฉลี่ยประมาณ 15,000 - 30,000 บาท
-Extreme Series เสื้อกันหนาวรุ่นท็อปสุดที่ใช้งานอย่างเช่น ปีนยอดเอเวอเรสต์ กันหนาวได้ระดับ -60°C ซึ่งราคาสูงได้ถึง 40,000 บาท
เห็นราคานี้อาจจะดูว่าค่อนข้างแพง
แต่อีกเรื่องที่สังเกตเห็นได้และน่าสนใจคือ พอเอาดิไซน์แนว ๆ เดียวกัน ไปเทียบกับแบรนด์ Tier พรีเมียมในตลาดนี้ อย่างเช่น Moncler หรือ Canada Goose ก็จะเห็นว่า Bosideng ทำราคาได้น่าสนใจมาก ๆ
แต่อีกเรื่องที่สังเกตเห็นได้และน่าสนใจคือ พอเอาดิไซน์แนว ๆ เดียวกัน ไปเทียบกับแบรนด์ Tier พรีเมียมในตลาดนี้ อย่างเช่น Moncler หรือ Canada Goose ก็จะเห็นว่า Bosideng ทำราคาได้น่าสนใจมาก ๆ
อีกข้อมูลที่น่าสนใจ คือถ้าเทียบรายได้ของแบรนด์ Bosideng กับผู้นำตลาดตอนนี้อย่าง The North Face
จะเห็นว่า Bosideng กำลังไล่ตาม The North Face แบบใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
จะเห็นว่า Bosideng กำลังไล่ตาม The North Face แบบใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
รายได้ของแบรนด์ Bosideng ภายใต้บริษัท Bosideng International Holdings
ปี 2023 = 53,000 ล้านบาท
ปี 2024 = 75,000 ล้านบาท
ปี 2025 = 83,000 ล้านบาท
ปี 2023 = 53,000 ล้านบาท
ปี 2024 = 75,000 ล้านบาท
ปี 2025 = 83,000 ล้านบาท
รายได้ของแบรนด์ The North Face ภายใต้บริษัท VF Corporation
ปี 2023 = 110,000 ล้านบาท
ปี 2024 = 112,000 ล้านบาท
ปี 2025 = 116,000 ล้านบาท
ปี 2023 = 110,000 ล้านบาท
ปี 2024 = 112,000 ล้านบาท
ปี 2025 = 116,000 ล้านบาท
จะเห็นว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รายได้ของแบรนด์ Bosideng เติบโตขึ้น 57%
ส่วนรายได้ของแบรนด์ The North Face เติบโตขึ้น 5%
อย่างไรก็ตามก็ต้องบอกว่า Bosideng ก็จะยังเจอความท้าทายอยู่พอสมควร
คือแบรนด์พยายามขยายตลาดไประดับ Global อย่างเช่นในยุโรปมากขึ้น แต่ก็ยังไม่สำเร็จมากนัก
คือแบรนด์พยายามขยายตลาดไประดับ Global อย่างเช่นในยุโรปมากขึ้น แต่ก็ยังไม่สำเร็จมากนัก
แต่ก็น่าสนใจว่า ด้วยเทรนด์ตัวเลขการเติบโตแบบในช่วงสองสามปีนี้ ก็ยังดูดุดันใช้ได้
แล้วถ้ายิ่งหาท่าเจาะตลาดฝั่งตะวันตกได้มากขึ้น
Bosideng เสื้อกันหนาวจีนแบรนด์นี้ อาจจะทำรายได้แซง The North Face ในเร็ว ๆ นี้ ก็เป็นได้
Bosideng เสื้อกันหนาวจีนแบรนด์นี้ อาจจะทำรายได้แซง The North Face ในเร็ว ๆ นี้ ก็เป็นได้
และน่าจะชวนให้ตั้งคำถามอีกว่า คำว่า "Made in China" ในยุคนี้ อาจไม่ใช่ภาพลักษณ์แบบเดิม ๆ ที่แค่เน้นขายถูกแบบธรรมดา ๆ
แต่ตีบวกขึ้นมาอีกขั้น เป็นการสร้างแบรนด์ ให้แข่งได้ไม่แพ้ใคร ในตลาดโลก ..