Give More For Tomorrow แนวคิดที่ MAGURO Group ใช้ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมความยั่งยืน

Give More For Tomorrow แนวคิดที่ MAGURO Group ใช้ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมความยั่งยืน

27 ต.ค. 2026
ถ้าพูดถึงร้านอาหาร สิ่งที่ทำให้ลูกค้าประทับใจ ก็คงหนีไม่พ้นอาหารอร่อย วัตถุดิบดี และบริการที่ดี
แต่ถ้าร้านอาหารหนึ่งร้าน อยากทำให้ความอร่อยในแต่ละมื้อ สร้างคุณค่าได้มากกว่าการทำให้ลูกค้าอิ่ม จะทำอย่างไร ?
นี่คือหนึ่งในแนวคิดเบื้องหลัง Give More For Tomorrow โครงการด้านความยั่งยืนของ MAGURO Group เจ้าของธุรกิจร้านอาหารพรีเมียมในเครือกว่า 14 แบรนด์ 
ที่หลายคนน่าจะคุ้นชื่อกันดี ไม่ว่าจะเป็น MAGURO, MAGURO Kappou, SSAMTHING TOGETHER, HITORI SHABU, HITORI SUKIYAKI, Tonkatsu AOKI, CouCou, KIWAMIYA, BINCHO, Chopman, Kaiten Sushi Ginza Onodera และแบรนด์ใหม่ล่าสุด “หลาย” และ “Age.3” 
แล้ว Give More For Tomorrow คืออะไร และ MAGURO Group เปลี่ยนคำว่า “การให้” ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำธุรกิจอย่างไร BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ มาจากคำว่า Give More ซึ่งเป็น DNA และปรัชญาที่ MAGURO Group ใช้ในการทำธุรกิจมาโดยตลอด 
โดย Give More คือ ค่านิยมหลักขององค์กรเพื่อพนักงานและคนในทีม และส่งต่อสิ่งที่มากกว่าให้กับลูกค้าในทุก ๆ มิติ ไม่ว่าจะเป็น วัตถุดิบ ประสบการณ์ ความคุ้มค่า และ การบริการ
ก่อนจะต่อยอดกลายเป็น Give More For Tomorrow ด้วยแนวคิดว่า การให้ไม่ควรเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวแล้วจบ แต่ควรค่อย ๆ สร้างผลกระทบและขยายออกไปจากคนใกล้ตัว สู่โลกที่กว้างขึ้น
ความน่าสนใจ คือ MAGURO Group แบ่งเรื่องของการให้ ออกเป็น 3 วงหลัก ๆ คือ คน โลก และอนาคต
เริ่มจากวงที่ใกล้ธุรกิจที่สุดอย่าง คน
เพราะสำหรับธุรกิจร้านอาหาร พนักงานตั้งแต่ในครัวจนถึงหน้าร้าน ล้วนมีส่วนในการส่งต่อคุณภาพอาหารและประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า การพัฒนาทักษะของคนจึงเป็นพื้นฐานสำคัญของธุรกิจ
MAGURO Group จึงก่อตั้ง MAGURO Academy ศูนย์ฝึกอบรมขององค์กร ที่มุ่งพัฒนาความรู้และทักษะของบุคลากรสำหรับการทำงานในธุรกิจร้านอาหาร พร้อมสามารถออกใบรับรอง หรือ Certificate ให้กับผู้ผ่านการอบรมได้
อีกทั้งยังมีวิทยากรประจำหน่วยงานจัดการอบรม รองรับทั้งการเรียนในสถานที่และผ่านระบบประชุมทางไกล ซึ่งการอบรมทางไกลใช้สื่อวีดิทัศน์ที่กรมอนามัยจัดทำ ควบคู่กับการสอนโดยวิทยากร
ศูนย์ฝึกอบรมแห่งนี้จึงเป็นเหมือนพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ในการพัฒนาคนอย่างเป็นระบบ ให้บุคลากรนำความรู้ไปใช้ในการทำงานจริง และต่อยอดทักษะเพื่อเติบโตในสายอาชีพ ควบคู่ไปกับการส่งต่อคุณภาพอาหารและบริการให้ลูกค้า
ขณะเดียวกัน MAGURO Group ก็เชื่อว่า การเติบโตของธุรกิจควรเกิดขึ้นไปพร้อมกับคนรอบตัว เพราะธุรกิจคงเติบโตอย่างยั่งยืนได้ยาก หากชุมชนรอบข้างไม่ได้เติบโตไปด้วยกัน
จากคน วงถัดมาคือ โลก
เพราะธุรกิจร้านอาหารต้องใช้ทรัพยากรจำนวนไม่น้อย ตั้งแต่วัตถุดิบ พลังงาน บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงของเหลือจากกระบวนการทำอาหาร MAGURO Group จึงพยายามลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจในหลายส่วน
เริ่มตั้งแต่เรื่องใกล้ตัวอย่างการนำน้ำมันใช้แล้วจากครัวไปรีไซเคิลแทนการทิ้ง การเลือกใช้ผนังและกระเบื้องจากวัสดุรีไซเคิลในหลายสาขา ซึ่งช่วยนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่รวมกว่า 12,500 กิโลกรัม ไปจนถึงการลดการใช้บรรจุภัณฑ์ให้เหลือเท่าที่จำเป็น
และเมื่อขยับจากสิ่งที่อยู่ในร้านออกมาสู่พื้นที่ของธุรกิจ MAGURO Group ก็เริ่มนำเรื่องพลังงานสะอาดเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งเช่นกัน 
ทั้งการใช้ Solar Rooftop ที่ The Flavorhood ฟู้ดเดสติเนชันบนถนนประดิษฐ์มนูธรรม ซึ่งติดตั้ง Solar Roof เพื่อใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ควบคู่ไปกับการมีจุด EV Charger จุดรีไซเคิลขยะพลาสติก ระบบแยกขยะ และพื้นที่สีเขียวภายในโครงการ พร้อมต่อยอดแนวทางสู่สำนักงานใหญ่ของ MAGURO Group ภายในอาคาร SafeBox Office Bangkok
จะเห็นว่า สิ่งที่ MAGURO Group พยายามทำในมิติของโลก ไม่ได้อยู่แค่สิ่งที่ลูกค้ามองเห็นระหว่างมื้ออาหาร แต่ลงไปถึงวิธีคิดตั้งแต่หลังครัว การเลือกวัสดุ การใช้พลังงาน ไปจนถึงการออกแบบพื้นที่ เพื่อให้ทุกส่วนของธุรกิจค่อย ๆ ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกับการเติบโต
ส่วนวงสุดท้ายคือ อนาคต
MAGURO Group มองว่าการเติบโตไม่ได้มีแค่เรื่องจำนวนสาขาหรือตัวเลขกำไร แต่ยังรวมถึงการสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่  
“การดูแลคน” ของ MAGURO Group จึงครอบคลุมไปถึงการสร้างและพัฒนาคนให้เติบโตในสายอาชีพ ผ่าน MAGURO Academy ศูนย์ฝึกอบรมขององค์กรที่ใช้ในการพัฒนาบุคลากร รวมถึงการสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่อยากเข้าสู่อุตสาหกรรมอาหาร
ไม่ว่าจะเป็น การร่วมมือกับพาร์ตเนอร์และสถาบันการศึกษา เพื่อเชื่อมการเรียนรู้เข้ากับโอกาสในโลกการทำงานจริง อาทิ โครงการ Thailand’s Next Culinary Star ที่ MAGURO Group ร่วมกับปุ้มปุ้ยและพันธมิตร เปิดพื้นที่ให้นิสิตนักศึกษาได้แสดงฝีมือ ชิงทุนการศึกษา และมีโอกาสร่วมงานกับ MAGURO Group 
โดยผลงานของผู้ชนะยังถูกนำมาต่อยอดร่วมกับทีมเชฟ จนกลายเป็นเมนูที่วางขายจริงในร้าน MAGURO อีกด้วย  
นอกจากนี้ MAGURO Group ยังทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาโดยตรง อย่างโรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่มีทั้งการสนับสนุนทุน การเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และต่อยอดไปถึงโอกาสเข้าทำงานในร้านของ MAGURO Group 
รวมถึงการเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาจากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์เข้ามาเรียนรู้การบริหารจัดการร้านอาหารจากสถานที่จริง
เรียกได้ว่า การให้ในมิติของคน ไม่ได้มีเพียงการดูแลพนักงานที่อยู่กับองค์กรในวันนี้ แต่ยังรวมถึงการสร้างทักษะ สร้างโอกาส และช่วยเปิดเส้นทางอาชีพให้กับคนที่จะเข้ามาเป็นกำลังของอุตสาหกรรมอาหารในวันข้างหน้า
เมื่อเอาทั้ง 3 เรื่องมารวมกัน จะเห็นว่า Give More For Tomorrow ไม่ได้พูดถึงความยั่งยืนในมิติใดมิติหนึ่ง
แต่กำลังเอาแนวคิดเรื่อง “การให้” ที่มีอยู่ในตัวตนของ MAGURO Group มาขยายให้ครอบคลุมตั้งแต่คนที่ทำงานอยู่กับธุรกิจ ทรัพยากรที่ธุรกิจนำมาใช้ ไปจนถึงคนที่จะเข้ามาเป็นอนาคตของอุตสาหกรรมอาหาร
จาก Give More ที่เป็นแนวคิดเรื่องการให้มากกว่าที่ขอ จึงค่อย ๆ ถูกต่อยอดสู่ Give More For Tomorrow ที่ต้องการทำให้การให้ในวันนี้ สามารถสร้างสิ่งที่ดีต่อไปได้ในวันข้างหน้า
เพราะสำหรับ MAGURO Group ความอร่อยของหนึ่งมื้ออาจไม่ได้วัดแค่ว่าลูกค้าอิ่มแค่ไหน แต่รวมถึงระหว่างทาง ธุรกิจได้ดูแลคน ดูแลโลก และส่งต่ออะไรไว้ให้อนาคตบ้าง
#MAGUROGroup #GiveMoreForTomorrow #ESG #ความยั่งยืน #Sustainability
© 2026 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.