“การสร้างคุณค่าซ้ำ ๆ” กลยุทธ์ชี้ขาด ที่ทำให้ 3 ธุรกิจ Recurring Income ของ SCX แตกต่างสู่การเติบโตยั่งยืน

“การสร้างคุณค่าซ้ำ ๆ” กลยุทธ์ชี้ขาด ที่ทำให้ 3 ธุรกิจ Recurring Income ของ SCX แตกต่างสู่การเติบโตยั่งยืน

28 ส.ค. 2026
หลายคนอาจคิดว่าการสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จ คือ เส้นชัยทางธุรกิจ
แต่จริง ๆ แล้วอาจจะเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น เพราะโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายของทุกบริษัท
คือ การต่อยอดแบรนด์ที่แข็งแกร่งไปยังธุรกิจที่หลากหลายเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน
SCX Corporation คือ Case Study ที่น่าสนใจ เพราะนี่คือบริษัทที่ทำหน้าที่ Recurring Income
ให้กับ SC ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ในเมืองไทย โดย SCX Corporation ได้รับการถ่ายทอด DNA
ในเรื่องการสร้างคุณค่าจากที่อยู่อาศัย ต่อยอดมาสู่การสร้างคุณค่าใน 3 ธุรกิจหลักของบริษัท
1. SCX Logistics : ธุรกิจพัฒนาคลังสินค้า (Warehouse) และโรงงานให้เช่า
2. SCX Hospitality : ธุรกิจโรงแรม
3. SCX Working Solutions : ธุรกิจอาคารสำนักงาน (Office) พัฒนาพื้นที่สำนักงานให้เช่า
จะเห็นว่าทั้ง 3 ธุรกิจแม้จะแตกต่างกันแต่มีสิ่งหนึ่งเหมือนกันนั่นคือ Recurring Income
ที่เปรียบเสมือนเครื่องยนต์ธุรกิจ ทำหน้าที่สร้างรายได้สม่ำเสมอ
ที่น่าสนใจคือในอดีตธุรกิจที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง ส่วนใหญ่แล้วมักจะวัดกันที่จำนวนและขนาด
SCX เลือกจะฉีกความเชื่อเดิม ๆ เมื่อต้องการให้ 3 ธุรกิจหลักนอกจากสร้างรายได้ประจำแล้วนั้น
สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือสร้าง “คุณค่าที่ยั่งยืน” เลยเป็นที่มาของเงินลงทุนกว่า 25,000 ล้านบาท
ในช่วง 5 ปี โดยมีเป้าหมายสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า พาร์ตเนอร์ และสิ่งแวดล้อมโลก
โดยจะใช้ 3 กลยุทธ์หลักขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย
1. Selective : คัดเลือกพันธมิตรและทำเลอย่างพิถีพิถัน
2. Strategic : วางกลยุทธ์เฉียบคม ควบคู่ไปกับการใช้ข้อมูล เพื่อหาช่องทางเติบโตใหม่ ๆ
ที่ไม่จำกัดแค่ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง
3. Sustainable : ทุกการเติบโตของธุรกิจต้องควบคู่ไปกับความยั่งยืน
หากสังเกตดี ๆ จะพบว่า 3 กลยุทธ์นี้ มีเป้าหมายเดียวกันคือสร้าง “คุณค่า” ในธุรกิจ
เพราะหากลูกค้าสัมผัสถึงคำคำนี้ สิ่งที่ตามมาคือรายได้ทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ สามารถสร้างการเติบโตระยะยาว
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น BrandCase จะสรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
เป้าหมายทุกธุรกิจบนโลกใบนี้นั้น คือ คิดค้นโมเดลธุรกิจที่สร้างรายได้และกำไรให้บริษัทเติบโตต่อเนื่อง
เป้าหมายของ SCX เองก็เป็นเช่นนั้น เพียงแต่หากถอดรหัสเชิงลึกใน 3 กลุ่มธุรกิจจะพบวิธีขับเคลื่อนด้วยการสร้าง “คุณค่า” ให้ลูกค้าและพันธมิตร

1. SCX Logistics : ธุรกิจพัฒนาคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า
นอกจากเป้าหมายธุรกิจคลังสินค้า คือ ภายในปี 2029 ขยาย Scale ให้ถึง 1,000,000 ตารางเมตร
ที่น่าสนใจคือธุรกิจนี้ มีจุดหนึ่งที่เหมือนธุรกิจอสังหาฯ อื่น ๆ นั่นคือ “ทำเล” เป็น “ยุทธศาสตร์สำคัญ”
ในการสร้างคุณค่าเพื่อตอบโจทย์ผู้เช่าพื้นที่
ทำให้ SCX เลือกขยายพื้นที่ครอบคลุมย่าน บางนา-ตราด, แหลมฉบัง, อมตะ ชลบุรี และ EEC Zone
โดยปัจจุบันในปี 2026 มีพื้นที่ให้เช่าอยู่ที่ 200,000 ตรม. และมีแผนขยายในปี 2027 เพิ่มอีก 200,000 ตรม.
เป็นการขยายเพิ่มขึ้นเท่าตัว เพราะเมื่อคลังสินค้าถูกวางใน Location ที่ดี เชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ในซัปพลายเชนอย่างไร้รอยต่อ จะช่วยลดระยะทางขนส่งและต้นทุนธุรกิจให้แก่บริษัทต่าง ๆ ที่ใช้บริการเช่าคลังสินค้า
ไม่ใช่โดดเด่นแค่ใน Strategic Location แต่รู้หรือไม่ว่า ทั้งโรงงานและคลังสินค้าของ SCX
ถูกออกแบบให้มีความยืดหยุ่นรองรับในทุก ๆ ธุรกิจที่มีความต้องการใช้คลังสินค้าแตกต่างกันออกไป
เป็นการสร้างคุณค่าในทุกตารางเมตร เพื่อให้ทุกธุรกิจสามารถใช้งานพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
หรือ “Efficiency Every Square Metre” นั่นเอง
อีกเรื่องที่ต้องพูดถึง คือ การร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์อัจฉริยะ แตกไลน์
มาสู่ SCX 360 ที่จะเป็นการใช้โซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์อัจฉริยะในคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า
โดยตั้งเป้าพัฒนาให้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 100,000 ตรม
ขณะเดียวกันในภาพรวมธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า ยังพัฒนาอาคารสีเขียว
ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รองรับเทรนด์ที่บริษัทต่าง ๆ หันมาให้ความสำคัญด้าน ESG นั่นเอง
เป้าหมายนอกจากเพื่อสร้างคุณค่าให้แก่บริษัทต่าง ๆ แล้วนั้น
ยังช่วยลดต้นทุนค่าพลังงานของผู้เช่า ผ่านการใช้พลังงานสะอาด อีกทั้งยังสร้าง Brand Image ที่ดี
ให้แก่บริษัทที่มาใช้บริการ สามารถตอบโจทย์ภาพรวมการค้าโลกยุคใหม่ที่ ผู้บริโภค, คู่ค้า และนักลงทุน จะให้การสนับสนุนบริษัทที่มีแนวคิด ESG และแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
2. SCX Hospitality : ธุรกิจโรงแรม
เป้าหมายในธุรกิจนี้คือขยาย 2,000 ห้องพัก ภายในปี 2029 ที่มีแนวทางชัดเจน
คือการร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกสร้างการเติบโตไปพร้อม ๆ กัน ทำให้ได้เห็น แบรนด์ที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน หลากหลายในพอร์ตโฟลิโอ เช่น
- KROMO Bangkok, Curio Collection by Hilton ร่วมทุนกับ Daiwa House, โดยมี
Hilton Hotels & Resorts บริหาร
- The Standard, Pattaya Na Jomtien ร่วมทุนกับ Syntec Construction และบริหารโดย Hyatt
บริษัทที่บริหารจัดการโรงแรมและรีสอร์ตระดับโลก
- Voco Bangkok Siam ร่วมทุนกับ Tokyo Tatemono Thailand, บริหารโดย IHG Hotels & Resorts
ที่น่าสนใจคือ SCX ไม่ได้มองว่าธุรกิจโรงแรมเป็นแค่สถานที่พักอาศัย
แต่ต้องการให้เป็นหนึ่งใน Experience ที่ทำให้อยากกลับมาพักซ้ำ ๆ และนี่คือจุดสำคัญของ Recurring Income
การจะทำอย่างนั้นได้คือต้อง “สร้างคุณค่า” ให้ลูกค้าได้สัมผัส ที่ไม่ใช่แค่จำนวนห้องพักเยอะ
หรือสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ต้องสร้าง “คุณค่า” ครบทุกมิติผ่านประสบการณ์ของผู้เข้าพัก
พอคิดแบบนี้ ทำให้ทุกขั้นตอนพัฒนาโรงแรมจะพิถีพิถันตั้งแต่ เลือกทำเลที่มีศักยภาพ การทำงานร่วมกับพันธมิตรระดับโลก จนถึงการออกแบบประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์ให้เหมาะกับผู้คนและบริบทของแต่ละพื้นที่
เพื่อมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าและเกิดการใช้บริการเข้าพักซ้ำ ๆ จนกลายเป็น Destination
ของนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ
3. SCX Working Solutions : ธุรกิจบริหารอาคารสำนักงานให้เช่า
หลายคนน่าจะรู้จัก อาคารชินวัตร ทาวเวอร์ 1, ชินวัตร ทาวเวอร์ 2 และ ชินวัตร ทาวเวอร์ 3, SC Tower, Computer Center และ Technical Training Center โดยอาคารทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การดูแลของ SCX ที่ปัจจุบันมีพื้นที่รวมกัน 120,000 ตารางเมตร
ความน่าสนใจคือ SCX ไม่ได้มองอาคารเหล่านี้เป็น อาคารสำนักงานทั่วไป
แต่ให้ความสำคัญกับ Well-Being และ Sustainability หรือ การใช้ชีวิตในออฟฟิศมีความสุขยั่งยืน
ควบคู่กับสร้างพื้นที่ “Human Potential Workspace” ให้พนักงานพัฒนาทักษะตัวเอง
หลักฐานความสำเร็จนี้สะท้อนจากการที่ อาคารชินวัตรทาวเวอร์ 3 ได้รับ WELL Health-Safety Rating ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงโลกการทำงานยุค Hybrid Work และ Employee Well-Being Economy ที่องค์กรชั้นนำทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงาน
ที่ส่งเสริมสุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตผู้คน
ส่วนเป้าหมายของ SCX ที่ดำเนินธุรกิจ Recurring Income คือภายในสิ้นปี 2029
จะต้องสร้างกำไรสุทธิมากกว่า 20% ของกำไรรวมทั้งหมดของกลุ่ม SC
จะทำได้หรือเปล่านั้น คงยังไม่มีใครตอบได้
แต่ที่แน่ ๆ เวลานี้ SCX แสดงให้เห็นแล้วว่าในทุก ๆ ตารางเมตรของ 3 ธุรกิจหลัก
ตอบโจทย์การใช้งานลูกค้าได้เต็มศักยภาพ สอดคล้องกับ DNA ของแบรนด์ SC ที่ให้คุณค่าในทุก ๆ ตารางเมตร ในการพัฒนาที่อยู่อาศัย
จะเห็นได้ว่าการสร้าง “คุณค่า” ธุรกิจที่เป็น DNA ของ SC และบริษัทในเครืออย่าง SCX
กำลังสร้างความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันธุรกิจและ Branding
เพราะ.. ธุรกิจในโลกยุคใหม่ สินค้าและบริการ เพียงแค่ชั่วข้ามคืนก็สามารถเลียนแบบได้ทันที
สิ่งที่จะสร้างความ “ต่าง” คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก และทำให้แบรนด์ชนะใจ ผู้บริโภค นั่นคือ “คุณค่า”
เพราะหากผู้บริโภคและพันธมิตรธุรกิจ ได้สัมผัสถึง คุณค่า ที่แบรนด์มอบให้
จะเกิด Brand Love และความผูกพันระยะยาว ที่จะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อม ๆ กัน
เหตุผลนี้เองที่ทำให้ SC และบริษัทในเครือ SCX เลือกขับเคลื่อนธุรกิจที่สร้าง คุณค่า ในทุกมิติ
ทำความรู้จัก SCX ได้ที่  https://www.scx.co.th/en
#SCX #SCXTheWayForward #DrivingValueTheWayForward #RecurringIncome
Reference : เอกสารข้อมูล บริษัท เอสซีเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
© 2026 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.