
เครือ Iberry ของคุณปลา รายได้ 4,746 ล้าน ปรับโครงสร้าง เอา 22 แบรนด์ มาอยู่ใต้บริษัทเดียว
15 มิ.ย. 2026
- ล่าสุดบริษัท ไอเบอร์รี่ โฮมเมด จำกัด ของคุณปลา-อัจฉรา บุรารักษ์ รายงานผลประกอบการปี 2568
รายได้ 4,746 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 76% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
กำไร 689 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
มาดูผลประกอบการย้อนหลัง
ปี 2563 รายได้ 820 ล้านบาท กำไร 22 ล้านบาท
ปี 2564 รายได้ 807 ล้านบาท กำไร 4 ล้านบาท
ปี 2565 รายได้ 1,436 ล้านบาท กำไร 222 ล้านบาท
ปี 2566 รายได้ 2,179 ล้านบาท กำไร 418 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 2,694 ล้านบาท กำไร 537 ล้านบาท
ปี 2568 รายได้ 4,746 ล้านบาท กำไร 689 ล้านบาท
ซึ่งนอกจากเรื่องความสำเร็จที่ไม่ว่าจะเปิดแบรนด์ใหม่กี่แบรนด์ ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีแล้ว
อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รายได้ของบริษัทนั้นเติบโตขึ้นกว่า 76% ในปีที่ผ่านมา ก็มาจากการปรับโครงสร้างบริษัทใหม่ โดยมีการควบรวมบริษัทที่คุณปลา แยกออกไปทำกับเพื่อน ๆ มาอยู่ภายใต้บริษัท ไอเบอร์รี่ โฮมเมด จำกัด หรือเครือ IBRG ทั้งหมด
ไม่ว่าจะเป็น
- บริษัท โอเอ็มจีเอ็ม แบงคอก จำกัด
เจ้าของแบรนด์ Oh My Godmother
- บริษัท เดอะ แพลทเทอส์ มหานคร จำกัด
เจ้าของแบรนด์ Fran's, อันเกิม-อันก๋า, ชิ้นโบแดง
- บริษัท ทองสมิทธิ์ สยาม จำกัด
เจ้าของแบรนด์ ทองสมิทธ์, โต๊ะคิม
ทำให้ตอนนี้ทุกแบรนด์ที่คุณปลาทำ ไม่ว่าจะปลุกปั้นขึ้นมาเอง รวมถึงแบรนด์ที่ร่วมเปิดกับเพื่อน ๆ ก็จะถูกรวมมาอยู่ภายใต้ บริษัท ไอเบอร์รี่ โฮมเมด จำกัด หรือ IBRG ทั้งหมด
คำถามคือ การปรับโครงสร้างแบบนี้ดีอย่างไร ?
- ข้อดีข้อแรก คือ การสร้าง Synergy ระหว่างแบรนด์ในเครือ
เมื่อทุกแบรนด์อยู่ภายใต้โครงสร้างเดียวกัน บริษัทสามารถใช้ทรัพยากรร่วมกันได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
ตั้งแต่ครัวกลาง, โกดังเก็บวัตถุดิบ, ระบบ IT, ทีม HR ไปจนถึงระบบจัดซื้อ และทีมบริหารหลังบ้าน
- ข้อดีข้อที่สอง คือ Economies of Scale
เมื่อเครือ IBRG มีจำนวนแบรนด์และจำนวนสาขามากขึ้น บริษัทก็มีอำนาจต่อรองสูงขึ้น ทั้งกับเจ้าของพื้นที่หรือ Landlords รวมถึง Supplier ที่เป็นผู้จัดหาวัตถุดิบให้กับร้านอาหารในเครือ
การซื้อวัตถุดิบล็อตใหญ่ขึ้น การใช้ระบบหลังบ้านร่วมกัน และการบริหารต้นทุนในระดับเครือ จึงมีโอกาสช่วยให้บริษัทควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้นในระยะยาว
ซึ่งทั้งหมดนี้อาจช่วยดันให้ Margin ของธุรกิจมีโอกาสแข็งแรงขึ้นไปอีก
- อีกประเด็นที่สำคัญไม่แพ้กัน คือเรื่อง ความโปร่งใสของโครงสร้างธุรกิจ
ก่อนหน้านี้ การมีหลายบริษัทแยกกัน แต่ต้องใช้ทรัพยากรหลังบ้านร่วมกัน เช่น ครัวกลาง, โกดัง, ระบบ IT หรือทีมบริหาร ย่อมทำให้เกิดรายการระหว่างกันจำนวนมาก
แต่เมื่อมีการควบรวมบริษัทเข้ามาอยู่ภายใต้โครงสร้างเดียวกัน ธุรกรรมเหล่านี้ก็จะลดความซับซ้อนลง จากเดิมที่เป็นธุรกรรมข้ามบริษัท ก็กลายเป็นการบริหารจัดการภายในองค์กรแทน
ผลลัพธ์คือ งบการเงินของบริษัทจะอ่านง่ายขึ้น ตรวจสอบง่ายขึ้น และสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของธุรกิจได้ชัดเจนขึ้น
และในท้ายที่สุดแล้ว มูฟการควบรวมกิจการครั้งใหญ่ของ IBRG ก็ชวนให้เราต้องตั้งคำถามต่อว่า บางที ก้าวต่อไปของเครือ IBRG อาจจะไม่ได้หยุดอยู่แค่การปั้นแบรนด์ใหม่ หรือขยายสาขา
แต่คือการซุ่มแต่งตัวอย่างเงียบ ๆ เพื่อรอเวลาเตรียมตัว IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ในอนาคตก็เป็นได้..
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
ตอนนี้ เครือ IBRG จะมีทั้งหมด 22 แบรนด์ คือ
1. ไอเบอร์รี่
2. กับข้าว' กับปลา
3. รส'นิยม
4. เจริญแกง
5. โรงสีโภชนา
6. เบิร์นบุษบา
7. ฟ้าปลาทาน
8. รวมมิตร คาเฟ่
9. อันเกิม-อันก๋า
10. Fran's - Brunch & Greens
11. ชิ้นโบแดง
12. Oh My Godmother - OMGM
13. Maison RORU
14. ทองสมิทธ์
15. ทองสมิทธ์ HOT POT
16. ทองสวีท
17. โต๊ะคิม
18. Bura Marie
19. สเลญวน
20. Bánh MiMi
21. Gapple
22. ตรอกมะระกา
References
-กรมพัฒนาธุรกิจการค้า