อธิบาย อัลกอริทึม LIVE ของ TikTok ทำอย่างไร ให้ไลฟ์ถูกดัน ขึ้นหน้าฟีดเยอะ ๆ

อธิบาย อัลกอริทึม LIVE ของ TikTok ทำอย่างไร ให้ไลฟ์ถูกดัน ขึ้นหน้าฟีดเยอะ ๆ

29 เม.ย. 2026
-เราจะเห็นการไลฟ์สดขายของ ที่คนกดเข้าไปดูเยอะมาก หลักหลายแสนผู้ชม ซึ่งส่วนสำคัญก็เพราะว่า ไลฟ์สดนั้น ถูกดันขึ้นหน้าฟีดเยอะ ทำให้ยิ่งเพิ่มโอกาสให้คนกดเข้าไปดูไลฟ์เยอะ และก็ยิ่งเพิ่มโอกาสการปิดการขายได้เยอะขึ้นตาม
เรื่องนี้มีคำอธิบายจากเว็บไซต์ทางการของแพลตฟอร์ม TikTok เอง 
ว่าในมุมอัลกอริทึมหรือระบบหลังบ้านการไลฟ์ของ TikTok ทำไมไลฟ์สดของบางคน ถูกดันขึ้นหน้าฟีดเยอะมาก 
BrandCase สรุปมาให้แล้ว พร้อมโชว์ตัวอย่างการคำนวณให้ดู แบบเข้าใจง่าย ๆ
- ตัวเลขที่ตัดสินว่า TikTok จะดันไลฟ์เราขึ้นหน้าฟีดเยอะไหม ชื่อว่า GPM
GPM ย่อมาจาก Gross Performance Metric 
ซึ่งสรุปความหมายง่าย ๆ เลยคือ ในทุก ๆ ยอดผู้ชม 1,000 คน ไลฟ์เราขายสินค้าไปได้เป็นมูลค่ากี่บาท
ยิ่ง GPM ของไลฟ์สดเรามีค่าสูง TikTok ก็จะยิ่งเพิ่มการดันไลฟ์สดของเรา ไปขึ้นหน้าฟีดของผู้ใช้งาน TikTok มากขึ้น
โดยมีสูตรการคำนวณคือ 
GPM = (ERR × CTR × C_O × AOV) × 1,000
เก็บสมการนี้ไว้ในใจก่อน แล้วมาทำความเข้าใจตัวแปรแต่ละตัวในสมการกัน
1. ERR (Enter Room Rate) = อัตราคนที่เลื่อนฟีดมาเจอไลฟ์สด แล้วตัดสินใจคลิกเข้าชมจริง​ 
อย่างเช่น ถ้ามีผู้ใช้ 3,300,000 คน เห็นทีเซอร์ของไลฟ์บนหน้าสำหรับคุณ (For You Page) และมี 500,000 คน คลิกเข้าห้องไลฟ์ก็จะมีอัตราเข้าห้องอยู่ที่ 15%​
ยิ่ง ERR เยอะ แปลว่า ไลฟ์ของเราน่าดึงดูด คนเลยกดเข้ามาดูเยอะ
ถ้าน้อย ก็แปลว่า ไลฟ์ของเราไม่น่าสนใจ คนเลยเลื่อนผ่าน
เพราะฉะนั้น โจทย์ของคนที่ไลฟ์สดในข้อนี้คือ ทำอย่างไรให้คนที่เห็นไลฟ์สดขึ้นบนหน้าฟีด แล้วอยากกดเข้ามาดู
2. CTR (Click Through Rate) = อัตราคนที่คลิกเข้ามาดูสินค้าในตะกร้า ระหว่างไลฟ์สด 
การไลฟ์บน TikTok เราสามารถตั้งสินค้าให้มาแสดงอยู่บนหน้าจอไลฟ์ เพื่อให้คนกดคลิกเข้าไปดูได้ เรียกว่า การปักตะกร้า
โดยตัวเลข CTR ยิ่งเยอะ แปลว่า คนที่เข้ามาดูไลฟ์กดดูตะกร้าสินค้าในไลฟ์ของเราเยอะ 
ถ้าน้อย แปลว่า คนดูไลฟ์อย่างเดียว ไม่ค่อยสนใจสินค้าในตะกร้า
วิธีคำนวณ CTR = (จำนวนครั้งที่คลิก / จำนวนที่แสดงผล) x 100
ตัวอย่างเช่น มีคนเข้ามาดูไลฟ์เรา 100 คน มีคนกดดูสินค้าในตะกร้าในไลฟ์ทั้งหมด 60 คน แบบนี้ CTR คือ = 60%
เพราะฉะนั้น โจทย์ของคนที่ไลฟ์สดในข้อนี้คือ ทำอย่างไรให้คนที่เข้ามาดูไลฟ์แล้ว อยากกดดูสินค้าในตะกร้าเยอะ ๆ ด้วย
3. C_O (Click to Order) = อัตราคนที่ซื้อสินค้าระหว่างไลฟ์สด  
เป็นตัวเลขที่สะท้อนว่า ในจำนวนคนที่เข้ามาดูไลฟ์ มีคนกดซื้อสินค้ามากแค่ไหน 
เช่น ถ้ามีคนเข้ามาดูไลฟ์ 100 คน มีคนซื้อสินค้า 20 คน C_O ก็คือ = 20%
หรือในมุมกลับกัน ถ้าในวันนั้นมีผู้ชมเวียนเข้ามา 3,300,000 คน แล้วเรามี C_O = 20% 
ก็หมายความว่า มีจำนวนคนกดซื้อสินค้าในไลฟ์ทั้งหมด 660,000 คน
ตัวเลข C_O ยิ่งเยอะ ก็ยิ่งดี
เพราะฉะนั้น โจทย์ของคนที่ไลฟ์สดในข้อนี้คือ ทำอย่างไรให้คนที่เข้ามาดูไลฟ์แล้ว กดดูสินค้าในตะกร้า แล้วกดซื้อด้วย
4. AOV (Average Order Value) = ยอดขายเฉลี่ยต่อออร์เดอร์ ของไลฟ์นั้น ๆ 
ถ้าตัวเลขตรงนี้เยอะ แปลว่า ในไลฟ์เราสามารถขายของต่อออร์เดอร์ได้มูลค่าเยอะ ดังนั้นยิ่งเยอะยิ่งดี
เพราะฉะนั้น โจทย์ของคนที่ไลฟ์สดในข้อนี้คือ ทำอย่างไรให้คนที่เข้ามาดูไลฟ์แล้ว กดดูสินค้าในตะกร้า แล้วกดซื้อ และ Upselling ให้คนซื้อในมูลค่าที่สูงด้วย
ซึ่งวิธีการก็มีหลากหลายและไม่ตายตัว เช่น เสนอขายทีละหลาย ๆ ชิ้น แล้วทำราคาให้ดูคุ้มกว่าซื้อชิ้นเดียว หรือเสนอคูปองส่วนลดเมื่อซื้อถึงยอด
คราวนี้ลองมาคำนวณตัวเลขกันให้เห็นภาพ..
จากสมการที่เราพูดไปตอนแรก
GPM = (ERR × CTR × C_O × AOV) × 1,000
สมมติให้ไลฟ์ของเรามี
- ERR (Enter Room Rate) = 30%
- CTR (Click Through Rate) = 60%
- C_O (Click to Order) = 30%
- AOV (Average Order Value) = 300 บาท
เอามาคำนวณในสมการจะได้ว่า
(0.30 x 0.60 x 0.30 x 300) x 1,000 = 16,200 บาท
ความหมายคือ ในทุก ๆ ยอดผู้ชม 1,000 คน ไลฟ์เราขายสินค้าไปได้เป็นมูลค่า 16,200 บาท
ซึ่งถ้าสมมติว่าตลอดทั้งไลฟ์ของเรา มีจำนวนผู้ชมทั้งหมด 10,000,000 คน
ก็หมายความว่า ยอดขายสินค้าที่เราทำได้ทั้งไลฟ์นี้ = (16,200/1,000) x 10,000,000 = 162,000,000 บาท
ซึ่งตัวเลข 162,000,000 บาท ที่ว่านี้ คือสิ่งที่ใน TikTok เรียกว่า “ยอดขายรวม” หรือ GMV (Gross Merchandise Value) นั่นเอง
Reference
© 2026 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.