โมเดลธุรกิจน่าสนใจ.. เชนร้านอิตาลี ในญี่ปุ่น ขายพิซซา ถาดละ 60 บาท รายได้ 50,000 ล้าน

โมเดลธุรกิจน่าสนใจ.. เชนร้านอิตาลี ในญี่ปุ่น ขายพิซซา ถาดละ 60 บาท รายได้ 50,000 ล้าน

21 ก.พ. 2026
ถ้าพูดถึงอาหารอิตาลี หลายคนอาจจะนึกถึงอาหารหรู ๆ ที่ไว้กินในโอกาสพิเศษ เพราะราคาค่อนข้างสูง 
แต่รู้หรือไม่ว่า ในญี่ปุ่นมีเชนร้านอาหารที่ชื่อว่า Saizeriya (อ่านว่า ไซเซริยะ) ขายอาหารอิตาลีถูกมาก
ถูกขนาดที่มีคนญี่ปุ่นบางคนโพสต์บนโซเชียลว่า “Saizeriya ถูกกว่าร้านอาหารในไทยหลาย ๆ ร้านเสียอีก”
ตัวอย่างเมนูอาหารที่ขายในร้าน
- พิซซา เริ่มต้นจานละ 60 กว่าบาท
- โดเรีย ข้าวอบชีสเมนูซิกเนเชอร์ของร้าน เริ่มต้นจานละ 70 กว่าบาท
- สปาเกตตี จานละ 90 กว่าบาท
- แฮมเบิร์กกระทะร้อน 90 กว่าบาท
- สลัดกุ้ง 70 กว่าบาท
- ไวน์แดงกับไวน์ขาว แก้วละ 20 กว่าบาท
ทำไม Saizeriya ถึงขายอาหารได้ถูกขนาดนี้
ร้านมีจุดเด่นทางธุรกิจอย่างไร ใช้กลยุทธ์การตั้งราคาแบบไหน ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
Saizeriya เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1973 โดยคุณ Yasuhiko Shogaki
เป็นร้านอาหารอิตาลีแนวครอบครัว มีเมนูให้เลือกหลากหลาย และที่สำคัญราคาไม่แพง ทำให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน คนทำงาน หรือครอบครัวที่มีเด็ก
ซึ่งความน่าสนใจในโมเดลธุรกิจของ Saizeriya มีอยู่ 4 ข้อ
1. บริหารธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ
Saizeriya มีโรงงานกลางทั้งหมด 7 แห่ง (6 แห่งในญี่ปุ่น และ 1 แห่งในออสเตรเลีย)
มีฟาร์มผักของตัวเอง มีการพัฒนาสายพันธุ์ผักต่าง ๆ ให้มีมาตรฐานดีขึ้น เช่น
ผักกาดแก้ว สายพันธุ์ “Saizeriya No.18” ที่มีแกนเล็ก ทำให้ผักหัวหนึ่ง ใช้ทำสลัดได้ปริมาณมากขึ้น
มีไร่องุ่นของตัวเองในอิตาลีสำหรับผลิตไวน์ 
และมีฟาร์มปศุสัตว์เพื่อแปรรูปเนื้อและมอซซาเรลลาชีสในออสเตรเลีย 
ทั้งหมดนี้ทำให้ Saizeriya สามารถคุมต้นทุนวัตถุดิบได้เพราะไม่ต้องผ่านคนกลาง 
และยังคุมคุณภาพเองได้ตั้งแต่ต้นน้ำอีกด้วย
2. ทำให้ลูกค้าสั่งได้ แบบไม่ต้องคิดเยอะ ยอมกำไรบาง แต่ได้เน้นขายเยอะ ๆ
หลักการตั้งราคาของ Saizeriya คืออาหารจานที่แพงที่สุดจะต้อง ไม่เกิน 2 เท่า ของจานที่ถูกสุด 
หมายความว่า ลูกค้าแทบจะไม่ต้องกังวลเรื่องงบประมาณเลย ทำให้กล้าสั่งอาหารหลายอย่าง
แถมสินค้าบางตัวมี Margin หรืออัตรากำไรที่ค่อนข้างต่ำ เช่น ไวน์แก้วละ 20 บาท 
ถ้าลองเทียบกับไวน์ในร้านอาหารอิตาลีที่ไทย ราคาเริ่มต้นต่อแก้วก็คงไม่ต่ำกว่า 100 บาท
แต่เหตุผลที่ Saizeriya ตั้งราคาไวน์ ไว้ต่ำมาก ๆ เพราะเจ้าของมองว่า ราคานี้จะเป็นตัวดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการที่ร้าน มาสังสรรค์ และสั่งอาหารจานอื่นเพิ่ม  
ซึ่งถ้ามองในภาพรวม ก็จะช่วยเฉลี่ยกำไรได้
3. ออกแบบที่ทำงานให้ดี ให้คนทำงานแฮปปี
Saizeriya เชื่อว่าพนักงานที่เหนื่อยหรือทำงานพลาดบ่อย ๆ ไม่ใช่ความผิดของพนักงาน 
แต่เพราะระบบการทำงานของบริษัท ที่ออกแบบมาได้ไม่ดีพอ 
พอเป็นแบบนี้ Saizeriya เลยเน้นแก้ปัญหาที่ระบบและเครื่องมือการทำงาน เช่น
- ลดน้ำหนักจานให้พนักงานยกเสิร์ฟง่ายขึ้น
- การเลือกใช้แก้วที่แตกยากเพื่อความปลอดภัย
- ปรับปรุงอุปกรณ์ทำความสะอาด ทำให้ลดเวลาเตรียมเปิดร้านจาก 1 ชั่วโมง เหลือแค่ 30 นาที
นอกจากนี้ Saizeriya ยังมีการจัดเตรียมวัตถุดิบไว้ก่อนจากโรงงานกลาง 
ผักหั่นเสร็จพร้อมใช้ ซอสก็ปรุงมาเสร็จแล้ว
ทำให้พนักงานเสิร์ฟอาหารได้เร็วขึ้น บริการลูกค้าได้ทั่วถึงขึ้น 
พอพนักงานแฮปปี ทำงานเป็นระบบ ได้เนื้องานมากขึ้นในเวลาเท่าเดิม บริษัทก็ประหยัดต้นทุนค่าคนงานได้
4. เลือกทำเลที่คนเยอะ แต่ค่าเช่าต้องไม่แพง
ค่าเช่าถือเป็นอีกหนึ่งต้นทุนที่คนทำร้านอาหารต้องบริหารจัดการดี ๆ 
โดยเฉพาะ Saizeriya ที่เน้นราคาถูก 
การคุมค่าเช่าให้ต่ำเลยสำคัญ เพราะมันส่งผลกับตัวเลขผลประกอบการด้วย
ซึ่งจุดที่ลูกค้าจะเจอร้าน Saizeriya มักจะตั้งอยู่ใน 4 โลเคชัน คือ
- หน้าสถานีรถไฟ
Saizeriya จะตั้งอยู่ทางออกสถานีรถไฟไม่เกิน 2-5 นาที เพื่อดักกลุ่มนักเรียนหรือพนักงานออฟฟิศ ที่ต้องการมื้อเย็นราคาประหยัดก่อนกลับบ้าน
- ชั้นใต้ดินหรือชั้น 2 ของตึก
ซึ่งโดยปกติแล้ว ค่าเช่าชั้นใต้ดิน จะถูกกว่าด้านบน ทำให้ถ้าอยากประหยัดค่าเช่า ชั้นใต้ดิน (B1) หรือ ชั้น 2 ขึ้นไป ก็จะตอบโจทย์มากกว่า
- ในห้างและคอมมิวนิตีมอลล์
ห้างที่เน้นลูกค้ากลุ่มครอบครัวอย่าง AEON, Ito-Yokado หรือ LaLaport จะชอบและอยากให้ Saizeriya มาเปิด เพราะร้านจะคอยเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดลูกค้าได้
- ริมถนนย่านชานเมือง
ถ้าออกไปนอกเมืองหน่อย ลักษณะร้านของ Saizeriya ในแถบนั้นจะเป็นแบบอาคารเดี่ยว 
โดยตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับร้านสะดวกซื้อหรือซูเปอร์มาร์เก็ต พร้อมที่จอดรถกว้าง ๆ เพื่อจับกลุ่มครอบครัวให้แวะมาทานหลังจากซื้อของเข้าบ้าน
ลองมาดูมุมผลประกอบการของบริษัท
ปี 2023 รายได้ 37,300 ล้านบาท กำไร 1,185 ล้านบาท
ปี 2024 รายได้ 45,700 ล้านบาท กำไร 1,874 ล้านบาท
ปี 2025 รายได้ 52,200 ล้านบาท กำไร 2,568 ล้านบาท
จะเห็นว่า ด้วยโมเดลขายอาหารราคาเข้าถึงง่ายมาก 
อย่างเช่น พิซซา ถาดละ 60 บาท ไวน์ แก้วละ 20 บาท
ก็สะท้อนออกมาในงบการเงิน ว่าบริษัทมีอัตรากำไร 4.2% 
แต่อัตรากำไร 4.2% ที่ว่านี้ ก็เป็นตัวเงินถึง 2,568 ล้านบาท เลยทีเดียว ..
References
© 2026 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.