กรณีศึกษา JAL กับ ANA สองสายการบินญี่ปุ่น ที่กินกันไม่ลง ในแทบทุกมุม

กรณีศึกษา JAL กับ ANA สองสายการบินญี่ปุ่น ที่กินกันไม่ลง ในแทบทุกมุม

4 ก.พ. 2026
ถ้าพูดถึงการไปญี่ปุ่น เชื่อว่าหลายคนต้องมี 2 ชื่อนี้อยู่ในใจ คือ JAL (Japan Airlines) และ ANA (All Nippon Airways)
นี่คือ 2 สายการบินที่การันตีความเป๊ะ ระดับ 5 ดาว และเป็นสุดยอดแห่งความภาคภูมิใจ ของคนญี่ปุ่น
เรื่องราวของ 2 สายการบินญี่ปุ่นนี้เป็นอย่างไร ? ทำไมถึงบอกว่า กินกันไม่ลง ในแทบทุกมุม ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
Japan Airlines หรือ JAL ก่อตั้งในปี 1951 โดยเริ่มต้นจากการเป็น สายการบินแห่งชาติของรัฐบาลญี่ปุ่น มีภาพลักษณ์ที่หรูหรา สง่างาม และเป็นตัวแทนของความเชื่อมั่นระดับประเทศ
แม้จะเคยผ่านการล้มละลายในปี 2010 ที่กลายเป็นกรณีศึกษาคลาสสิกของการฟื้นฟูกิจการ แต่นกกระเรียนสีแดงตัวนี้ ก็กลับมาสยายปีกได้อย่างสวยงาม ในเวลาไม่กี่ปีต่อมา
ส่วน All Nippon Airways หรือ ANA เริ่มต้นในปี 1952 จากบริษัทเฮลิคอปเตอร์และเทคโนโลยีด้านการบินเล็ก ๆ โดยเติบโตมาแบบเอกชนที่ต้องดิ้นรนสร้างรายได้ ทำกำไร
แต่ด้วยวินัยธุรกิจแบบญี่ปุ่น ANA ก็เติบโตมาอย่างมั่นคง และกลายเป็นบิ๊กเนมของญี่ปุ่นในวันนี้ได้สำเร็จ
ในมุม Branding ของแต่ละแบรนด์..
- JAL สะท้อนความประณีต ระดับงานศิลปะ “The Art of Japan”
หลังจากผ่านวิกฤติล้มละลายในปี 2010 Japan Airlines กลับมาพร้อมกับโลโก “Tsurumaru” นกกระเรียนร่ายรำสีแดง หลังจากเลิกใช้ไปในปี 1989
เพื่อสื่อถึงการเกิดใหม่และการบริการที่นอบน้อมแบบ Omotenashi หรือการดูแลเอาใจใส่อย่างละเอียดอ่อนที่สุด แบบญี่ปุ่น
จุดเด่นอีกอย่างของ JAL คือสายการบินที่ได้รับคำชมว่ามี ชั้นประหยัดหรือ Economy Class ที่ดีที่สุดในโลก
เพราะยังคงการจัดที่นั่งแบบ 2-4-2 ในเครื่อง Boeing 787 ในไฟลต์ระหว่างประเทศหลายลำ
ในขณะที่เจ้าอื่นจัด 3-3-3 กันเป็นส่วนมาก ทำให้ที่นั่งของ JAL กว้างกว่าอย่างเห็นได้ชัด
- ANA สะท้อนแรงบันดาลใจที่ก้าวล้ำ “Inspiration of Japan”
ANA วางตัวเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม มีความกล้าได้กล้าเสียสูง
โดย ANA เป็นลูกค้ารายแรกของโลก ที่สั่งซื้อเครื่อง Boeing 787 Dreamliner มาใช้งาน จนเครื่องรุ่นนี้ กลายเป็น Signature ของ ANA ไปเลย
ANA ยังมีจุดเด่นในการออกแบบที่นั่งชั้นธุรกิจ ที่ชื่อว่า “The Room” ลักษณะคือกว้างขวางแทบจะเท่าชั้น First Class ของบางสายการบิน
รวมถึงการทำการตลาดที่เน้นไปที่ความสนุกสนาน เช่น เครื่องบินลาย Star Wars หรือ Pokémon ที่เคยสร้างกระแสไปทั่วโลก
อีกมุมที่น่าสนใจ คือสายการบินลูกของทั้ง 2 สายการบิน
ทั้งคู่ยังสู้กันในตลาด LCC (Low Cost Carrier) หรือสายการบินต้นทุนต่ำ
โดยทางฝั่ง JAL มีสายการบิน Zipair Tokyo ที่มาแรงมากในไทย เน้นความมินิมัล มี Wi-Fi ฟรี
นอกจากนั้น JAL ยังถือหุ้นในสายการบิน Jetstar Japan ที่เป็นอีกสายการบินต้นทุนต่ำชื่อดัง
ขณะที่ทาง ANA มีสายการบิน Peach Aviation เป็นหัวหอกในตลาดสายการบินต้นทุนต่ำ
เน้นความสดใสและคนรุ่นใหม่ ด้วยสีชมพูอมม่วง
ในมุมผลประกอบการ จากงบปีบัญชีล่าสุดของทั้งคู่
ANA Holdings
- รายได้ 456,300 ล้านบาท
- กำไรสุทธิ 30,900 ล้านบาท
Japan Airlines
- รายได้ 372,000 ล้านบาท
- กำไรสุทธิ 21,600 ล้านบาท
จะเห็นว่า 2 สายการบินญี่ปุ่นนี้ ในหลาย ๆ มุมคือกินกันไม่ลง และโดดเด่นในแบบตัวเอง
และสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเลือกขึ้นลำสีแดงหรือสีน้ำเงิน
สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ การบริการและการต้อนรับตามแบบฉบับญี่ปุ่น
ด้วยรอยยิ้มและการโค้งคำนับที่จริงใจที่สุด..
© 2026 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.