
เจ้าของแบรนด์เสื้อวิ่ง สัญชาติไทย “Yupster” รายได้ 68 ล้าน โต 55 เท่า ใน 4 ปี
7 พ.ย. 2026
- Yupster แบรนด์เสื้อวิ่งสัญชาติไทย ที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่นักวิ่งตอนนี้
มีเจ้าของคือ บริษัท แฮปปี้ ฟันเดย์ จำกัด ซึ่งนอกจาก Yupster แล้ว ยังเป็นเจ้าของ Motive แบรนด์ถุงเท้าวิ่ง และทำธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์กีฬาด้วย
ที่น่าสนใจ คือ ตัวเลขรายได้ของ แฮปปี้ ฟันเดย์ ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
โดยมีผลประกอบการย้อนหลัง ดังนี้
ปี 2564 รายได้ 1.2 ล้านบาท ขาดทุน 0.4 ล้านบาท
ปี 2565 รายได้ 9.0 ล้านบาท กำไร 0.7 ล้านบาท
ปี 2566 รายได้ 17.6 ล้านบาท กำไร 0.7 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 29.0 ล้านบาท กำไร 2.1 ล้านบาท
ปี 2568 รายได้ 67.6 ล้านบาท กำไร 8.1 ล้านบาท
เท่ากับว่าในเวลาเพียง 4 ปี บริษัทมีรายได้เติบโตจากประมาณ 1.2 ล้านบาท เป็น 67.6 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 55 เท่า
แล้วแบรนด์ Yupster ใช้กลยุทธ์อะไร สร้างความแตกต่างในตลาดเสื้อวิ่ง ?
BrandCase จะวิเคราะห์ให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
1. สร้างแบรนด์เสื้อวิ่งที่มีเอกลักษณ์ ไม่ได้เน้นแค่ประสิทธิภาพการใช้งาน
จุดเด่นของ Yupster คือการนำแฟชั่นสตรีตแวร์มาผสมผสานกับเสื้อผ้าสำหรับวิ่ง ทำให้เสื้อผ้าของแบรนด์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใส่วิ่งเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถนำมาใส่ในชีวิตประจำวันได้ด้วย
ต่างจากเสื้อวิ่งทั่วไปที่มักเน้นดิไซน์เรียบง่าย Yupster เลือกใช้ลวดลาย สีสัน และกราฟิกที่มีเอกลักษณ์ เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับสินค้า
ตัวอย่างเช่น
- กางเกงวิ่ง รุ่น Enduro X Collection ราคา 1,550 บาท
- เสื้อวิ่งแขนสั้น รุ่น Trail Running Division ราคา 1,650 บาท
- เสื้อวิ่ง รุ่น Night Flash ราคา 1,690 บาท
จะเห็นว่า Yupster ให้ความสำคัญกับดิไซน์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเสื้อผ้าวิ่งที่สะท้อนสไตล์ของตัวเอง
2. ใช้ Running Community สร้างความเชื่อมโยงกับลูกค้า
อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือ Yupster มีจุดเริ่มต้นเชื่อมโยงกับกลุ่มนักวิ่งสายสตรีตและเอาต์ดอร์
ทำให้แบรนด์ไม่ได้ขายเพียงเสื้อผ้าสำหรับออกกำลังกาย แต่ยังเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมของคนรักการวิ่ง
ในมุมธุรกิจ การสร้างแบรนด์ที่มีความเชื่อมโยงกับคอมมิวนิตี ช่วยให้สินค้าไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องราคาและคุณภาพ แต่ยังมีเรื่องของภาพลักษณ์และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ ท่ามกลางตลาดเสื้อผ้าวิ่งที่มีคู่แข่งจำนวนมาก
3. จับโอกาสจากกระแสการวิ่ง ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์
ในอดีต เสื้อผ้าวิ่งอาจถูกมองว่าเป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับออกกำลังกาย แต่ปัจจุบันการวิ่งกลายเป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับแฟชั่นและการเข้าสังคมมากขึ้น
ทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มให้ความสำคัญกับดิไซน์และภาพลักษณ์ของแบรนด์
สำหรับ Yupster การวางตำแหน่งแบรนด์ที่ผสมผสานระหว่างเสื้อผ้าวิ่งกับสตรีตแฟชั่น จึงช่วยให้แบรนด์สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการทั้งฟังก์ชันการใช้งานและความสวยงามได้ในเวลาเดียวกัน
ขณะเดียวกัน การมีสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งหมวก เสื้อ และกางเกงวิ่ง ยังเปิดโอกาสให้แบรนด์สามารถสร้างยอดขายจากลูกค้าคนเดิมผ่านสินค้าหลายประเภทได้อีกด้วย
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ในตลาดเสื้อผ้ากีฬาที่มีแบรนด์ระดับโลกเป็นคู่แข่ง แบรนด์ไทยอย่าง Yupster ก็สามารถสร้างจุดยืนของตัวเองได้ ด้วยการขายดิไซน์และไลฟ์สไตล์ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มคนรักการวิ่งมากกว่าจะขายแค่เสื้อผ้าสำหรับวิ่งเพียงอย่างเดียว..
References
-กรมพัฒนาธุรกิจการค้า