LA GLACE ปี 2568 โตเป็น 20 เท่า ใน 3 ปี รายได้ 860 ล้าน กำไร 68 ล้าน

LA GLACE ปี 2568 โตเป็น 20 เท่า ใน 3 ปี รายได้ 860 ล้าน กำไร 68 ล้าน

12 มิ.ย. 2026
- ล่าสุด บริษัท ไอดีล แอนด์ มาเวลลัส เท็น จำกัด เจ้าของแบรนด์ LA GLACE เพิ่งประกาศผลประกอบการปี 2568
รายได้ 860 ล้านบาท เติบโต 105% จากปีก่อนหน้า
กำไร 68 ล้านบาท เติบโต 80% จากปีก่อนหน้า
ผลประกอบการย้อนหลัง 
ปี 2565 รายได้ 40 ล้านบาท กำไร 2 ล้านบาท 
ปี 2566 รายได้ 401 ล้านบาท กำไร 108 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 420 ล้านบาท กำไร 38 ล้านบาท
ปี 2568 รายได้ 860 ล้านบาท กำไร 68 ล้านบาท 
จะเห็นว่า รายได้ของ LA GLACE เติบโตขึ้นเป็น 20 เท่า ใน 3 ปี
นอกจากนี้ LA GLACE ยังตั้งเป้าจะมีรายได้ให้ถึง 2,000 ล้านบาท ภายในปี 2571 อีกด้วย
ที่น่าสนใจคือ คุณคิว-ธีระฑัต หนูดำ CMO LA GLACE เคยเล่าในรายการ THE BRIEFCASE ของลงทุนแมนว่า การเติบโตของ LA GLACE แทบไม่ใช้งบยิงแอดเลย
อย่างในปี 2567 ที่บริษัทมีรายได้ 420 ล้านบาท ก็ใช้งบยิงแอด ไม่ถึง 1%
แล้ว LA GLACE มีวิธีปั้นยอดขายอย่างไร โดยแทบไม่ต้องใช้งบยิงแอดเลย ?
BrandCase สรุปให้เป็นข้อ ๆ 
1. เปลี่ยนผ่านจากยุค Social Base สู่ Attention-based Economy 
ในอดีต แพลตฟอร์มมักจะส่งคอนเทนต์ให้เราดูตามเพจที่เราเคยกดไลก์หรือกดติดตาม แต่ทุกวันนี้ แพลตฟอร์มวัดผลจากระยะเวลาที่คนหยุดดู 
หรือที่หลังบ้านในแพลตฟอร์มจะบอกเราผ่านตัวเลข เช่น Watch Time หรือ Average Watch Time
หากคอนเทนต์น่าสนใจพอ แพลตฟอร์มก็จะนำส่งไปให้คนดูเรื่อย ๆ โดยที่แบรนด์ไม่ต้องเสียเงินซื้อโฆษณาแพง ๆ
LA GLACE เลยให้ความสำคัญมาก ๆ กับความน่าสนใจของคอนเทนต์เพื่อดึงดูดผู้คนให้หยุดดู ซึ่งมันทำให้ทดแทนการซื้อแอดแบบเดิม ๆ ได้ แถมบางทีได้ความสนใจมากกว่ายิงแอดอีก
โจทย์ที่ LA GLACE เอามาโฟกัส คือจะตัดคลิปสั้นอย่างไร ให้เป็นไวรัล ให้คนสนใจคอนเทนต์ในนั้น ซึ่งก็จะมีสินค้าหรือความเป็นแบรนด์ Tie-in อยู่ข้างใน
2. ทุ่มเทการสร้างพลัง UGC เมื่อไม่ต้องทุ่มงบไปกับค่าโฆษณา 
UGC = User-Generated Content หรือคอนเทนต์ที่ผู้บริโภคหรืออินฟลูเอนเซอร์เป็นผู้สร้างสรรค์ขึ้นมาเอง โดยที่แบรนด์ไม่ต้องจ่ายเงินจ้าง
โดยการเปิดโอกาสให้อินฟลูเอนเซอร์ได้ลองใช้สินค้าก่อน เพื่อให้พวกเขาช่วยทำคอนเทนต์รีวิวในมุมมองของตนเอง 
ซึ่งในหลาย ๆ ครั้ง การรีวิวของลูกค้าเพียง 1 คน อาจสร้างยอดวิวได้หลักแสนถึงหลักล้าน และกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์เติบโตไปพร้อมกับผู้ใช้งานจริง
โจทย์ที่ LA GLACE เอามาโฟกัส คือการทำอย่างไร ให้สินค้าบางตัว หรือหลาย ๆ ตัวเป็นคอนเทนต์ได้
3. โมเดล Affiliate มีพลังเยอะมาก เพราะสมัยนี้ “คนซื้อของกับคน มากกว่าซื้อกับแบรนด์” 
ข้อมูลที่น่าสนใจในตลาดความงามบน TikTok เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 60,000 ล้านบาท ยอดขายถึง 60-70% ไม่ได้เกิดจากการที่ลูกค้าซื้อผ่านช่องของแบรนด์โดยตรง แต่เป็นการซื้อผ่านเหล่าครีเอเตอร์ 
LA GLACE เลยเอางบการตลาด แทนที่จะเอาไปใช้ยิงแอดออนไลน์ เอาไปใช้ในรูปแบบของการแบ่งค่าคอมมิชชัน ด้วยโมเดล Affiliate หรือจ่ายค่าส่วนแบ่งยอดขาย ให้กับผู้ช่วยขายในแพลตฟอร์มต่าง ๆ
โจทย์ที่ LA GLACE เอามาโฟกัสและวิเคราะห์ คือคาแรกเตอร์ของครีเอเตอร์คนไหน แบบไหน ที่มีแนวโน้มที่จะช่วยป้ายยาสินค้าตัวไหนได้ดี เพื่อจะได้เข้าไปซัปพอร์ตคนคนนั้น เพื่อผลักดันยอดขายให้ตรงจุดที่สุด
4. โกยยอดขายด้วย Live Commerce ทวีคูณด้วยพลัง วันเบิ้ล โดยไม่ต้องใช้งบยิงแอด
พฤติกรรมของลูกค้าที่ซื้อเครื่องสำอาง มักจะรอจังหวะซื้อในช่วงที่มีโปรโมชันหรือแคมเปญใหญ่ 
LA GLACE ใช้ประโยชน์จากจุดนี้ด้วยการจัด Live Commerce อย่างจริงจัง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือช่วงแคมเปญ 8.8 
LA GLACE จัดไลฟ์แบบมาราธอนทีเดียว 25 ชั่วโมง ผ่านทั้งช่องทาง TikTok และ Shopee ซึ่งสามารถกวาดยอดขายทะลุ 103 ล้านบาทได้ภายในไลฟ์เดียว 
ในช่วงเวลาปกติ ลูกค้าอาจจะซื้อสินค้าทีละชิ้นสองชิ้น แต่เมื่อถึงช่วงโปรโมชัน ลูกค้าบางคนตุนสินค้าชนิดเดียวถึง 16 กระปุก ซึ่งสามารถใช้ได้ยาวนานข้ามปี
การทำแคมเปญลักษณะนี้ทำให้แบรนด์กอบโกยกระแสเงินสดก้อนใหญ่ได้ โดยแทบไม่ต้องพึ่งพางบยิงแอดเยอะ
แต่คำถามคือ จะปูทางมาอย่างไร ให้ถึงเวลาวันจะขึ้น Live แล้วดึง Lead ดึงคนที่สนใจสินค้า เข้ามาดูแล้วปิดการขายให้ได้
และทั้งหมดนี้ก็คือ เรื่องราวของ LA GLACE แบรนด์เครื่องสำอางไทยที่กวาดรายได้ 860 ล้านบาท โตเป็น 20 เท่า ใน 3 ปีนั่นเอง..
© 2026 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.