
เรียนการตลาด Ansoff Matrix จากเคสเถ้าแก่น้อย เปิดตัวแบรนด์ใหม่ เจาะตลาดพรีเมียม
25 ก.ย. 2026
- ล่าสุดเถ้าแก่น้อย เพิ่งเปิดตัวแบรนด์สาหร่ายพรีเมียมแบรนด์ใหม่ “CEO KIM” มี 2 แบบให้เลือกคือ แบบอบและแบบทอด มาใน 4 รสชาติ ได้แก่ Classic, Yuzu, Japanese Yuzu และ Hokkaido Corn Soup
ในมุมการตลาด เราสามารถอธิบายกลยุทธ์เคสนี้ของเถ้าแก่น้อย แบบเนิร์ด ๆ ได้ ผ่านเฟรมเวิร์กชื่อว่า “The Ansoff Matrix”
The Ansoff Matrix คืออะไร อธิบายเรื่องนี้ได้อย่างไร ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
- สินค้า : เก่า หรือ ใหม่
- ตลาด : เก่า หรือ ใหม่
นี่คือ 2 ตัวแปรสำคัญ ที่เป็นพระเอกของเครื่องมือทางธุรกิจและการตลาด ที่ชื่อว่า “The Ansoff Matrix”
เมื่อนำตัวแปรทั้งสินค้าและตลาด ไปตีเป็นตาราง เราก็จะได้เป็นกลยุทธ์การตีตลาดทั้งหมด 4 ช่อง ได้แก่
1. สินค้าเดิม - ตลาดเดิม หรือ Market Penetration
2. สินค้าเดิม - ตลาดใหม่ หรือ Market Development
3. สินค้าใหม่ - ตลาดเดิม หรือ Product Development
4. สินค้าใหม่ - ตลาดใหม่ หรือ Diversification
ในกรณีของ เถ้าแก่น้อย ที่เปิดตัวแบรนด์สาหร่ายพรีเมียม CEO KIM จะตรงกับกลยุทธ์แบบ 3 ที่เรียกว่า Product Development หรือ สินค้าใหม่ - ตลาดเดิม
การทำ Product Development เป็นกลยุทธ์ที่เน้นสร้างการเติบโตจากฐานตลาดหรือลูกค้าที่ธุรกิจมีอยู่แล้ว
อย่างเคสของเถ้าแก่น้อย ที่มีความแข็งแกร่งในตลาดขนมขบเคี้ยวประเภทสาหร่าย และมีฐานลูกค้าที่รู้จักสินค้าอยู่
แต่แทนที่จะขายเฉพาะสินค้าภายใต้แบรนด์เถ้าแก่น้อย บริษัทเลือกพัฒนาสินค้าใหม่ ผ่านการเปิดตัว CEO KIM แบรนด์สาหร่ายระดับพรีเมียม
เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในตลาดสาหร่ายเดิม แต่ขยับไปจับความต้องการในระดับที่สูงขึ้น ทั้งในแง่ของสินค้า ภาพลักษณ์ และ Positioning ของแบรนด์
พูดง่าย ๆ คือ ตลาดหลักยังคงเป็นตลาดสาหร่ายที่เถ้าแก่น้อยมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว แต่เพิ่มสินค้าใหม่เข้ามา เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตจากตลาดเดิม
หรือถ้าเป็นเคสของแบรนด์อื่น ๆ ในการทำ Product Development ก็อย่างเช่น
- Pepsi ออกเครื่องดื่มสูตรใหม่ เช่น สูตรไม่มีน้ำตาล เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้ากลุ่มเดิม
- สุกี้ตี๋น้อย ที่เปิดตัว Teenoi Gold เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อมากขึ้น
ซึ่งกลยุทธ์ Product Development ธุรกิจมักใช้เมื่อมองเห็นว่า ตลาดเดิมยังมีโอกาสเติบโต แต่ความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลายมากขึ้น
แทนที่จะต้องออกไปหาตลาดใหม่ ธุรกิจจึงเลือกใช้ความเข้าใจในลูกค้าเดิม รวมถึงชื่อเสียง ช่องทางการขาย และความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ มาต่อยอดเป็นสินค้าใหม่
โดยความยากของกลยุทธ์นี้ คือ ธุรกิจต้องเข้าใจให้ได้ว่าลูกค้าเดิมยังมีความต้องการอะไรที่สินค้าปัจจุบันตอบโจทย์ได้ไม่ครบ
เพราะถ้าสินค้าใหม่ไม่ได้สร้างคุณค่าหรือความแตกต่างมากพอ ก็อาจกลายเป็นเพียงสินค้าที่เข้ามาแย่งยอดขายกันเองภายในแบรนด์
และนี่ก็คือการทำ Product Development จากเฟรมเวิร์ก The Ansoff Matrix ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้วางกลยุทธ์การเติบโตของธุรกิจ
สรุปอีกที ให้สามารถจำได้ง่าย ๆ พร้อมกับนำไปปรับใช้
- ใช้สินค้าเดิม เจาะตลาดเดิม หรือ Market Penetration
- ใช้สินค้าเดิม เจาะตลาดใหม่ หรือ Market Development
- ใช้สินค้าใหม่ เจาะตลาดเดิม หรือ Product Development
- ใช้สินค้าใหม่ เจาะตลาดใหม่ หรือ Diversification
ดังนั้นเคส เถ้าแก่น้อยเปิดตัว CEO KIM จึงเป็นตัวอย่างของการเลือกสร้างสินค้าใหม่ เพื่อหาโอกาสเติบโตเพิ่มเติมจากตลาดที่ตัวเองรู้จักและมีความแข็งแกร่งอยู่แล้วนั่นเอง..