เจาะกลยุทธ์ คุณหมอเติ้ล อภิรุจ ทองวัฒน์ ที่ตอนนี้ ไม่ได้มี แค่ธุรกิจความงามอยู่ในมือ

เจาะกลยุทธ์ คุณหมอเติ้ล อภิรุจ ทองวัฒน์ ที่ตอนนี้ ไม่ได้มี แค่ธุรกิจความงามอยู่ในมือ

22 มิ.ย. 2026
ถ้าพูดชื่อคุณหมอเติ้ล-นพ.อภิรุจ ทองวัฒน์ (ว.35438) หลายคนอาจจะนึกถึง THE KLINIQUE คลินิกความงามอันดับต้น ๆ ที่มีสาขาอยู่ตามศูนย์การค้าชั้นนำ
แต่ในโลกธุรกิจของคุณหมอเติ้ล วันนี้บทบาทของเขาได้ก้าวข้ามคำว่าความงาม สู่การเป็น CEO นักยุทธศาสตร์ผู้กุมบังเหียนอาณาจักร Lifestyle & Wellness แบบครบวงจร ที่ไม่ว่าจะจับธุรกิจไหนก็ได้รับความนิยม และเติบโตได้อย่างน่าสนใจ
โดยนอกจากธุรกิจความงาม แล้ว คุณหมอเอง ยังมีธุรกิจอื่น ๆ ที่ปลุกปั้นขึ้นมาเอง อีก 2 ธุรกิจ คือ ธุรกิจร้านอาหาร และคลินิกศัลยกรรม
แล้วแต่ละธุรกิจในมือของคุณหมอเติ้ลนั้น มีความน่าสนใจอย่างไร ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
1. กลุ่มธุรกิจความงามและเวลเนส
ถ้าจะพูดถึง THE KLINIQUE คลินิกเวชกรรมความงาม ผู้นำด้านนวัตกรรมยกกระชับ เลเซอร์ผิวพรรณ และศัลยกรรมตกแต่งระดับพรีเมียมที่ครองใจกลุ่มลูกค้ามาอย่างยาวนานกว่า 17 ปี
แต่ความน่าสนใจในฐานะนักบริหารของคุณหมอเติ้ลคือ การไม่ยึดติดกับความสำเร็จของแบรนด์เดียว คุณหมอเลือกทลายภาพจำนั้นด้วยกลยุทธ์ Multi-Brand Segment แบ่งสัดส่วนตลาดและดิไซน์แบรนด์ใหม่ออกมาตอบโจทย์ Insight ของลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างคมกริบโดยไม่ทับไลน์กันเอง
หากลองสแกนพอร์ตโฟลิโอในเครือบมจ. เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม
จะเห็นการวาง Position ที่ชัดเจนมาก นั่นก็คือ
- THE KLINIQUE ที่ยืนหนึ่งเรื่อง Medical Grade และความพรีเมียม สำหรับกลุ่มไฮเอนด์
- L.A.B. X กลุ่มธุรกิจความงามและเวลเนสที่เน้นความทันสมัย นวัตกรรม เข้าถึงไลฟ์สไตล์ เจาะกลุ่มพรีเมียมแมส
- L’CLINIC ที่ดิไซน์มาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนที่ต้องการความคุ้มค่า น่าเชื่อถือ และผลลัพธ์ที่รวดเร็ว
- Acne Labs+ ศูนย์ดูแลและรักษาปัญหาสิวและผิวหนังเฉพาะทาง
- KLINIQ Wellness Spa ที่ขยายไลน์ไปจับกลุ่ม Medical Spa และการฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวม
ความสำเร็จที่ทำให้ทุกแบรนด์เติบโตไปพร้อมกันโดยไม่เกิดการแย่งลูกค้ากันเอง มาจากการที่หน้าบ้านของแต่ละแบรนด์มีตัวตนที่ชัดเจน แยกจากกันอย่างสิ้นเชิง แต่หลังบ้านถูกเชื่อมโยงด้วยระบบ Centralized ทั้งระบบบริหารจัดการ ดาตาลูกค้า และอำนาจการต่อรองกับซัปพลายเออร์ระดับโลก
2. ธุรกิจโรงพยาบาลศัลยกรรม
จุดวัดใจครั้งใหญ่ของคุณหมอเติ้ลเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2565 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่นำ บมจ.เดอะคลีนิกค์ เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยคุณหมอเลือกเปิดตัว บริษัท โรงพยาบาลเดอะคลีนิกค์ จำกัด ควบคู่กันไป
เริ่มต้นจากศูนย์ศัลยกรรมขนาด 700 ตารางเมตร ที่ทำตั้งแต่เคสพื้นฐานอย่างการทำจมูก แต่ที่จุดพลุให้ตลาดจดจำและสร้างชื่อได้อย่างรวดเร็ว คือกลยุทธ์ Product Differentiation หรือการสร้างความแตกต่างของสินค้า ด้วยการนำนวัตกรรมมาฉีกภาพจำเดิม ๆ ซึ่งตอบโจทย์ Pain Point ของลูกค้าได้อย่างตรงจุด
ความสำเร็จในวันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะวิสัยทัศน์ของแม่ทัพคนนี้มองไปไกลกว่านั้น
โดยศูนย์ศัลยกรรมเดอะคลีนิกค์ กำลังเตรียมทรานส์ฟอร์มสู่โรงพยาบาลศัลยกรรมเต็มรูปแบบ ในปี พ.ศ. 2571 ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 6,000 ตารางเมตร หรือขยายใหญ่ขึ้นจากเดิมถึงเกือบ 9 เท่า ซึ่งสะท้อนชัดเจนว่านี่ไม่ใช่การขยายตัวตามดีมานด์ระยะสั้น แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวของตลาดศัลยกรรมอย่างแท้จริง
3. ธุรกิจร้านอาหาร
หากขาธุรกิจความงามและศัลยกรรมคือเรื่องของศาสตร์และศิลป์ทางการแพทย์
ขาธุรกิจร้านอาหารภายใต้ บริษัท เดอะเรสเตอร์รองท์ กรุ๊ป จำกัด คือบทพิสูจน์ชั้นดีในการเปลี่ยน “ความชอบ” ให้กลายเป็น “กำไร”
ซึ่งเป็นบริษัทที่คุณหมอเติ้ลเลือกแยกออกมาเปิดด้วยตัวเอง แบบไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจความงามและเวลเนส
โดยจิกซอว์ชิ้นนี้เริ่มจาก Passion ส่วนตัวที่คุณหมอเติ้ลเป็นคนชอบทานอาหารญี่ปุ่นเป็นชีวิตจิตใจ แต่ความเหนือชั้นคือการเปลี่ยนหมวกจากนักชิมมาเป็นนักยุทธศาสตร์ โดยตั้งคำถามแรกกับตัวเองว่าลูกค้าคือใคร
แม้ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นจะเป็น Red Ocean ที่แข่งกันดุเดือด แต่คุณหมอเติ้ลใช้หลักคิดว่า ถ้าหา Segment ของตัวเองเจอและแตกต่าง ก็ไม่มีคำว่าตัน
นำมาสู่การดิไซน์ Brand Character, การวาง Positioning, คิดคอนเซปต์ร้าน ไปจนถึงการออกแบบประสบการณ์และบรรยากาศในร้านอย่างละเอียด จนแจ้งเกิดแบรนด์ Sushi Seki (อ่านว่า ซูชิ เซกิ) ได้สำเร็จ และปัจจุบันกำลังใช้สูตรสำเร็จนี้ไดรฟ์ธุรกิจ สเกลสู่การเป็น Multi-Brand Portfolio ในฝั่งร้านอาหารอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
เมื่อนำจิกซอว์ทุกชิ้นมาต่อภาพรวมกัน จะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นกลุ่มความงาม 5 แบรนด์, บิ๊กโปรเจกต์โรงพยาบาลศัลยกรรม หรือธุรกิจร้านอาหารนอกพอร์ตอย่าง Sushi Seki
ทุกขาธุรกิจล้วนถูกขับเคลื่อนด้วย DNA การบริหารของคุณหมอเติ้ลที่เน้นการหา Segment ที่ใช่ และการสร้างความต่างด้วยนวัตกรรมกับบริการ
นี่คือคำตอบว่าทำไมทุกไลน์ธุรกิจภายใต้เงาความคิดของชายคนนี้ ถึงสามารถทำกำไรได้ทั้งหมด พร้อมม้วนยอดรายได้รวมทั้งอาณาจักรทะยานสู่ 4,000 ล้านบาท และกวาดกำไรเน้น ๆ 400 ล้านบาท ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็น CEO นักบริหารพอร์ตธุรกิจระดับท็อปของเมืองไทยอย่างสมบูรณ์แบบ
© 2026 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.