
วราภรณ์ ซาลาเปา ธุรกิจรายได้ 1,000 ล้าน ที่ทำกำไรระดับ 10-17% ทุกปี
2 มิ.ย. 2026
ปี 2563 รายได้ 1,143 ล้านบาท กำไร 114 ล้านบาท
ปี 2564 รายได้ 1,084 ล้านบาท กำไร 107 ล้านบาท
ปี 2565 รายได้ 1,052 ล้านบาท กำไร 147 ล้านบาท
ปี 2566 รายได้ 1,508 ล้านบาท กำไร 253 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 1,668 ล้านบาท กำไร 243 ล้านบาท
ปี 2568 รายได้ 1,688 ล้านบาท กำไร 214 ล้านบาท
นี่คือรายได้และกำไรของบริษัท วราภรณ์ สมพงษ์ ฟู้ดส์ จำกัด เจ้าของร้าน วราภรณ์ ซาลาเปา
ซึ่งจะเห็นว่า ทำรายได้ระดับ 1,000 ล้านบาททุกปี และมีอัตรากำไรในระดับ 10-17%
วราภรณ์ ซาลาเปา ทำอย่างไรให้มียอดขาย 1,000 ล้านบาท และมีกำไรแบบแน่น ๆ ทุกปี
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
1. ต่อยอดในสิ่งที่เราถนัดและทำได้ดี
จุดเริ่มต้นของวราภรณ์ ซาลาเปา เกิดจากคุณวราภรณ์ มีความคิดอยากจะทำซาลาเปาให้ลูก ๆ ทานกันภายในครอบครัว เพราะลูก ๆ ชอบ
ต่อมาคุณวราภรณ์ก็มีการนำไปแจกเพื่อนบ้านบริเวณใกล้เคียง และด้วยความที่ซาลาเปาที่คุณวราภรณ์ทำนั้นมีรสชาติอร่อย เพื่อนบ้านหลายคนจึงเริ่มติดใจในรสชาติ จนเกิดการบอกต่อกันปากต่อปาก
กระทั่งมีเสียงเรียกร้องให้คุณวราภรณ์ทำซาลาเปาขายแบบเป็นจริงเป็นจัง และนั่นนับเป็นก้าวแรกที่วราภรณ์ ซาลาเปา เริ่มออกขายสู่คนภายนอกมากขึ้น และทำให้ยอดขายของวราภรณ์ ซาลาเปา เติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ
หลังจากนั้นจึงเริ่มมีการจดทะเบียนตั้งบริษัทและเปิดโรงงาน เพื่อควบคุมการผลิตซาลาเปาทุกลูกให้ได้มาตรฐานในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ วราภรณ์ ซาลาเปา ยังมีการขยายไลน์สินค้าและบริการให้หลากหลาย ต่อยอดจากความถนัดเดิมด้วย
เช่น ติ่มซำ อาหารจานเดียว หมั่นโถว และเครื่องดื่มอื่น ๆ อีกมากมายให้บริการแก่ลูกค้า มีบริการสแน็กบ็อกซ์ รวมถึงบริการรับจัดเลี้ยงด้วย
2. ขยายสาขาในรูปแบบและทำเลที่เหมาะสม
ปัจจุบัน ร้านวราภรณ์ ซาลาเปา มีสาขากว่า 158 สาขา กระจายอยู่ทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
โดยมีทั้งร้านค้าขนาดย่อมในห้างสรรพสินค้า ร้านค้าในปั๊มน้ำมัน และสาขาที่แยกออกมาเดี่ยว ๆ หรือ Stand Alone
สำหรับสาขาที่เป็นแบบ Stand Alone จะมีตัวอาคารที่มีรูปลักษณ์แตกต่างกันออกไป ไม่เป็นแบบเดียวกัน พร้อมทั้งมีที่จอดรถสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ
โดยบางสาขาที่มีพื้นที่มาก ๆ จะมีการปรับรูปแบบให้เป็นลักษณะของร้านอาหาร เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้ามาทานในร้านได้อีกด้วย
นอกจากนี้ วราภรณ์ ซาลาเปา ได้มีการนำกลยุทธ์การใช้ Drive-thru มาใช้ในบางสาขาของวราภรณ์ ซาลาเปา เพื่อบริการลูกค้า และตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เร่งรีบ
3. รักษาคุณภาพให้ดีอย่างต่อเนื่อง
“จากวันแรกที่ทำซาลาเปาให้ลูกทาน มาจนวันนี้กว่า 3 ทศวรรษ สิ่งที่เราทำให้ลูกค้าทาน ก็เหมือนกับที่ทำให้คนในครอบครัวทาน”
เป็นคำพูดของคุณวราภรณ์ สุธัญญา ผู้ก่อตั้งวราภรณ์ ซาลาเปา
พอเรื่องเป็นแบบนี้ ทุกกระบวนการผลิตและทำอาหารทุกอย่างของวราภรณ์ ซาลาเปา จึงใส่ใจในคุณภาพ เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีงามที่สุด เหมือนทำให้คนในครอบครัวทาน
อ่านมาถึงตรงนี้ คงเห็นแล้วว่าการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จก็สามารถเกิดมาจาก การทำธุรกิจง่าย ๆ ที่ไม่ต้องสลับซับซ้อนอะไร
เหมือนอย่างกรณีของวราภรณ์ ซาลาเปา ที่เน้นทำในสิ่งที่ตนเองถนัดคือ การขายซาลาเปา ด้วยการทำให้อร่อย ต่อยอดด้วยการขายอาหารและเครื่องดื่มอื่น ๆ ขยายสาขาในรูปแบบและทำเลที่เหมาะสม สุดท้ายก็ต้องรักษาคุณภาพและมาตรฐานให้ดีอย่างต่อเนื่อง
และนั่นก็เพียงพอแล้วที่ทำให้วราภรณ์ ซาลาเปา กลายเป็นธุรกิจ ที่ทำรายได้หลัก 1,000 ล้านบาท และทำกำไรได้แน่น ๆ ระดับ 10-17% ทุกปี..
References