เซ็นทรัลพัฒนา พลิกบทภูเก็ตจากเมืองท่องเที่ยว สู่เมืองการใช้ชีวิตระดับโลก ยกระดับ Central Phuket สู่ The World’s Luxury Destination ในฐานะ Downtown District

เซ็นทรัลพัฒนา พลิกบทภูเก็ตจากเมืองท่องเที่ยว สู่เมืองการใช้ชีวิตระดับโลก ยกระดับ Central Phuket สู่ The World’s Luxury Destination ในฐานะ Downtown District

2 มิ.ย. 2026
ถ้าเราพูดถึงภูเก็ตเมื่อ 20 ปีก่อน
ภูเก็ต ก็เป็นเพียงเมืองท่องเที่ยว และมีชายหาดที่สวยเมืองหนึ่ง
ซึ่งเหมาะแก่การพักตากอากาศในวันหยุดแค่ไม่กี่วัน
แต่ในวันนี้ ภูเก็ตกำลังเปลี่ยนไป เพราะมีชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อย ที่เลือกเข้ามาพำนักอาศัยในระยะยาวไปเลย
ถ้าหากเราลองหลับตาแล้วนึกภาพถึงเมืองระดับโลกเหล่านี้
- ไมแอมี (Miami) สหรัฐอเมริกา
- แซ็ง-ทรอเป (Saint-Tropez) ฝรั่งเศส
- บาร์เซโลนา (Barcelona) สเปน
แน่นอนว่าเมืองเหล่านี้ ก็มีภาพลักษณ์เป็นเมืองชายทะเลหรูระดับโลก
และมีกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ อยากเข้ามา Long Stay
ซึ่งล่าสุดเซ็นทรัลพัฒนา ก็ได้มองว่าเมืองภูเก็ตของประเทศไทย
ก็มีศักยภาพที่ไม่แตกต่างจากเมืองดังกล่าว
แล้วเซ็นทรัลพัฒนา มองเห็นอะไรในความเป็น Global Living Destination ของจังหวัดภูเก็ต
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
สำหรับจังหวัดภูเก็ตแล้ว สิ่งที่จะมาชี้วัดว่า “ภูเก็ตคึกคักไหม”
หรือ “มีศักยภาพเพียงพอ ที่จะเป็นเมืองระดับโลกหรือไม่”
เราก็ต้องดูจากจำนวนนักท่องเที่ยว และเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยว
ที่ใช้บริการร้านค้าหรือโรงแรมต่าง ๆ ภายในจังหวัด
แม้จังหวัดภูเก็ต จะเป็นจังหวัดเล็ก ๆ และมีจำนวนประชากรเพียงแค่ 430,000 คน
แต่จากสถิติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่าจังหวัดภูเก็ต
มีนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปีมากถึง 14,122,834 คน ซึ่งมากกว่าจำนวนคนในพื้นที่ถึง 33 เท่า
ในจำนวนนักท่องเที่ยวนี้ เป็นนักท่องเที่ยวคนไทยเอง 3,652,618 คน
และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 10,470,216 คน
ซึ่งถือว่านักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้ามาเที่ยวภูเก็ตมากเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพมหานคร
โดยนักท่องเที่ยวไทย ได้สร้างเม็ดเงินให้กับจังหวัดภูเก็ต 41,742 ล้านบาท
และนักท่องเที่ยวต่างชาติ สร้างเม็ดเงินให้กับจังหวัดภูเก็ตมากถึง 504,126 ล้านบาท
หรือถ้าคิดเป็น Spend per head หรือเฉลี่ยต่อหัวแล้ว
คนไทย 1 คน มีค่าใช้จ่ายในภูเก็ต 11,428 บาท
ส่วนต่างชาติ 1 คนมีค่าใช้จ่ายในภูเก็ต 48,149 บาท
ซึ่งจังหวัดภูเก็ตมี Spend per head หรือค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัว ของนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุดในประเทศไทย
หรือถ้าพูดเปรียบเทียบง่าย ๆ ก็คือ
ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของชาวต่างชาติ 1 คนมาจับจ่ายใช้สอยในภูเก็ต
พอ ๆ กับค่าใช้จ่ายที่คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่น หรือ เกาหลีใต้ทริปหนึ่งเลยทีเดียว
ซึ่งสิ่งที่ชาวต่างชาติได้จับจ่ายใช้สอยใน 1 ทริป
โดยส่วนมากก็จะเป็น ค่าบริการที่พักอย่าง โรงแรมลักชัวรีระดับ 5 ดาว, สปาหรู
ร้านอาหารโลคัล, คาเฟเก๋ ๆ, Activity หรือกิจกรรมต่าง ๆ ภายในจังหวัด
และที่สำคัญก็คือ การช็อปปิง ซื้อสินค้าแบรนด์เนมภายในศูนย์การค้าดัง
นั่นจึงไม่แปลกใจเลย ว่าทำไม Central Phuket ทั้งโซน Floresta และโซน Festival
ถึงมียอด Spending per customer หรือมียอดค่าใช้จ่ายต่อหัวมากที่สุด
ในบรรดาศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั้งหมด 44 แห่ง
หลายแบรนด์มียอดขายติด Top 3 ของประเทศต่อเนื่อง มี Spending per customer สูงสุดในกลุ่ม Tourist Malls พร้อมฐานลูกค้า VVIP ระดับ Tycoon กว่า 3,000 คน อีกทั้ง The 1 Ecosystem ที่เชื่อมโยงกลุ่มลูกค้า Wealth ได้ทั่วประเทศ
ซึ่งยอดขายแบรนด์หรูใน Central Phuket หลายแบรนด์ ก็ติดอันดับ Top Rank ของประเทศ
โดยบางแบรนด์มียอดขายดีกว่าสาขาในกรุงเทพมหานครเสียอีก
ซึ่งแน่นอนว่าเครือเซ็นทรัลพัฒนา ได้มองเห็นศักยภาพของจังหวัดภูเก็ตต่อจากนี้
ว่าในอนาคต ถ้าเราวางแผนปั้นเมืองภูเก็ตดี ๆ
จังหวัดภูเก็ต จะไม่ได้เป็นเพียงแค่ Global Tourist Destination ธรรมดา ๆ
แต่ภูเก็ต กำลังจะกลายเป็นเมืองชายทะเลหรูระดับโลกที่รองรับการใช้ชีวิตคุณภาพ
ไม่ต่างจากเมืองตากอากาศระดับโลกอย่าง Miami, Saint-Tropez หรือ Barcelona เลยทีเดียว
แล้วทำไม เซ็นทรัลพัฒนา ถึงมองว่าภูเก็ต มีรันเวย์ที่จะไปไกลได้มากกว่านั้น
เซ็นทรัลพัฒนาเห็นถึงศักยภาพของเมืองภูเก็ต ว่าในตอนนี้ ตลาดลักชัวรีในจังหวัดภูเก็ตเติบโตขึ้นมาก
โดยในปี 2026-2029 ภูเก็ตมี Branded Residences หรือโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี
กว่า 4,700 ยูนิตจาก 26 โครงการ
และยังมีโรงแรมลักชัวรีใหม่กว่า 20 โครงการ มีจำนวนที่พัก 5,200 ห้อง
อีกทั้งอนาคตของภูเก็ตต่อจากนี้ ก็จะมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น
โครงการขยายสนามบิน, โครงการทางด่วนในภูเก็ต
หรือโครงการ Wellness และโรงพยาบาลระดับสากล

ด้วยความที่จังหวัดภูเก็ตเนื้อหอมมาก โดยเต็มไปด้วยโปรเจกต์ต่าง ๆ หลายโปรเจกต์
ทำให้ศักยภาพของจังหวัดภูเก็ตต่อจากนี้ จะไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยวอีกต่อไป
แต่กำลังจะกลายเป็นเมืองชายทะเลหรูที่รองรับการใช้ชีวิตจาก Global Citizen ทั่วโลก
เพราะปัจจุบัน ก็เริ่มมีชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อย
ได้เข้ามา “ย้ายชีวิต” เพื่อลงหลักปักฐานที่จังหวัดภูเก็ตในระยะยาว
จึงทำให้ปัจจุบัน ก็ได้มี Community ใหม่ ๆ สำหรับชาวต่างชาติ เกิดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ตมากมาย ทั้ง
- โรงเรียนนานาชาติ
- Co-Working Space
- Wellness Center
- Luxury Villa ในระยะยาว
และกลุ่มครอบครัวที่เข้ามา Long Stay หรือเข้ามาพำนักอาศัยในระยะยาวหลายเดือนหรือหลายปี
ทั้งหมดนี้ ก็ทำให้ภูเก็ต ไม่ใช่แค่เป็นเมืองที่อยู่ใน Tourism Trend
แต่ภูเก็ตกำลังจะเปลี่ยนจาก Visitor Economy ไปเป็น Living Economy
เมื่อเห็นศักยภาพตรงนี้ ทำให้เครือเซ็นทรัลพัฒนา
ไม่ได้คิดอยากจะปั้น Central Phuket ให้เป็นเพียงศูนย์การค้าเพียงอย่างเดียว
แต่กำลังจะปั้น Central Phuket ให้กลายเป็น Retail-Led Mixed-Use Ecosystem
ที่เชื่อมโยงทั้ง
- Luxury Lifestyle
- Fine Dining
- Entertainment
- Culture
- และ Global Community
โดยเครือเซ็นทรัลพัฒนา ได้ปั้น Central Phuket
ให้เป็น Downtown District ที่เป็นหัวใจของเศรษฐกิจและการใช้ชีวิต
และรองรับการเติบโตของเมืองภูเก็ตในระยะยาว
ซึ่งจะมีทั้งโซนไลฟ์สไตล์
อย่าง ศูนย์การค้า Central Phuket Festival
และโซนลักชัวรี อย่าง ศูนย์การค้า Central Phuket Floresta
ซึ่งทั้ง 2 ศูนย์การค้านี้ ก็เป็นเพียงจิกซอว์ 2 ชิ้นใหญ่ที่จะมาประกอบกันเป็น Retail-Led Mixed-Use Ecosystem ของจังหวัดภูเก็ต
โดยการปั้นเมืองภูเก็ต นอกจากจะทำศูนย์การค้าแล้ว
ก็ยังมีในส่วนของโปรเจกต์อื่นที่บริษัทในเครือ Central Group ร่วมพัฒนาอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น
- โรงแรมทั้งหมด 7 แห่ง
- โครงการที่พักอาศัยหรือ Residential ทั้งหมด 3 แห่ง
- ธุรกิจรีเทล 10 แห่ง
- ร้านค้าในเครือเซ็นทรัลรีเทลอีกกว่า 120 แห่งทั่วเกาะภูเก็ต
ซึ่งจากข้อมูลนี้ ก็ได้ตอกย้ำว่าเครือ Central Group ต้องการจะปั้นภูเก็ต
ให้กลายเป็น Downtown Economy ระดับโลก
โดยต้องการให้ภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางที่คน “มาอยู่” มากกว่าแค่ “มาเที่ยว” นั่นเอง
ทีนี้ เราจะไปเจาะลึกถึงดีเทลการขยายศูนย์การค้า ของเซ็นทรัลพัฒนากัน
โดย Central Phuket กำลังจะขยายพื้นที่ให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอีก 40%
โดยคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2028
ซึ่งการขยายพื้นที่ ก็จะแบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก ๆ ได้แก่
1. Central Phuket Floresta ที่ขยายพื้นที่ลักชัวรีเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว
โดยตั้งเป้าว่าภูเก็ต จะเป็นศูนย์รวมแบรนด์ลักชัวรีชื่อดังระดับโลก
อย่าง BALENCIAGA, GUCCI, HERMES, LOUIS VUITTON, PMT THE HOUR GLASS, SAINT LAURENT, VERSACE, ZEGNA
แบรนด์ที่เปิด Exclusive ครั้งแรกนอกกรุงเทพมหานคร อย่าง BALENCIAGA, BOTTEGA VENETA, BVLGARI, BURBERRY, DIOR, GUCCI, HERMES, LOUIS VUITTON, OMEGA, PMT THE HOUR GLASS, PRADA, SAINT LAURENT, VERSACE, TIFFANY & CO และ ZEGNA
แบรนด์ขยายพื้นที่ แถมยังมีคอนเซปต์ใหม่สุด Exclusive เฉพาะเซ็นทรัลภูเก็ต อย่าง
- LOUIS VUITTON บูติกส่วนต่อขยายใหญ่ที่สุดในภาคใต้
- PRADA บูติกใหม่ขนาด 597 ตารางเมตร มาพร้อมกับคอลเลกชัน Beachwear ที่มากที่สุด
- PMT THE HOUR GLASS ขยายพื้นที่ใหญ่กว่าเดิม
- CELINE Exclusive Pop-up
- CHANEL BEAUTY Exclusive Pop-up
- BALENCIAGA และ SAINT LAURENT ที่ปรับคอนเซปต์ใหม่ล่าสุด
- TOD’S เปิด Pop-up Store เป็นครั้งแรก และมาพร้อมกับคอนเซปต์ Italian Summer
เป็นที่แรกและที่เดียวในไทย
- BVLGARI เปิดบูติกสุด Exclusive ที่แรกและที่เดียวในภูเก็ต
- TIFFANY & CO ที่มาพร้อมกับ New Concept Store ด้วยคอนเซปต์ดิไซน์ Mosaic façade ที่เดียวในประเทศไทย
โดยคาดว่าโซน Central Phuket Floresta จะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2026 นี้
2. Central Phuket Festival จะถูกรีโนเวตใหม่ Fashion & Bridge-line brands เพิ่มเป็นกว่า 250 แบรนด์ ตัวอย่างความสำเร็จ อย่างเช่น
- ZARA Flagship ที่ใหญ่ที่สุดใน Southeast Asia
และเปิดวันแรกด้วยยอดขายที่เป็นอันดับ 1 ในเอเชีย
นอกจากนี้ ก็ยังมี LULULEMON, COS, ALO, ORLEBAR BROWN
ที่เลือกเปิดสาขาสำคัญนอกกรุงเทพมหานคร ตอกย้ำเซ็นทรัลภูเก็ต
ในฐานะเดสติเนชันที่แบรนด์ระดับโลกเลือกปักหมุด
โดยที่ผ่านมา Central Phuket Festival มีตัวอย่างแบรนด์ที่เปิดนอกกรุงเทพมหานครเป็นที่แรก
และประสบความสำเร็จ
ซึ่งฝั่ง Central Phuket Festival จะขยายและรีโนเวตแล้วเสร็จภายในปี 2028
3. ขยายโซนร้านอาหารเพิ่มอีกกว่า 20,000 ตารางเมตร
โดยจะเน้นไปที่ร้านมิชลิน และแบรนด์ร้านอาหารดังจากทั่วโลก
ตั้งแต่ Local ถึง Fine Dining โดยจะมีร้าน First time in Phuket จำนวนมาก
ไม่ว่าจะเป็น Thai Brasserie by Blue Elephant, Starbucks Reserve ใหญ่ที่สุดในภูเก็ต, %Arabica และ Haidilao สาขาแรกนอกกรุงเทพมหานคร
รวมถึงร้านระดับโลกอย่าง Su Va Na ที่ได้รับรางวัล World Culinary Awards
และก็ยังมีร้านระดับ Michelin ที่รอเปิดตัวเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก
โดยร้านอาหารเหล่านี้ มีแพลนว่าจะเปิดให้บริการภายในปี 2028
นอกจากนี้ Central Phuket ก็ยังได้เปิดตัว World-Class Attractions
ที่สร้างแลนด์มาร์กใหม่ของภูเก็ตอีก 14 ไร่ ให้เป็นเดสติเนชันที่ไม่เหมือนใครในโลก
นอกจากนี้ก็ยังมี World-class Aquatic Experience ที่เทียบชั้นอควาเรียมระดับโลกอีกด้วย
หลังจากรีโนเวตและขยายพื้นที่แล้วเสร็จ
จะทำให้ Central Phuket ทั้งโครงการมีมูลค่ากว่า 26,000 ล้านบาท
และจะมีพื้นที่รวมทั้งหมดกว่า 500,000 ตารางเมตร
ซึ่งถือว่าในอนาคตต่อจากนี้ Central Phuket กำลังจะกลายเป็น Super Regional Mall
ที่มีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกับศูนย์การค้า CentralwOrld
แถมยังมีแบรนด์ลักชัวรีระดับโลก ในระดับที่เทียบเท่ากับศูนย์การค้า Central Embassy
ทั้งหมดนี้ ก็คือสตอรีของจังหวัดภูเก็ต ที่ในอนาคตกำลังจะเป็นมากกว่าเมืองท่องเที่ยว
คือกำลังจะเป็นเมืองชายทะเลหรูสำหรับ Long Stay
ซึ่งเครือเซ็นทรัลพัฒนา ก็ได้มองเห็นถึงศักยภาพตรงนี้
โดยมีความพร้อมที่จะขยาย และรีโนเวตศูนย์การค้าระดับภูมิภาคอย่างภูเก็ต
ให้ยิ่งใหญ่และหรูหราระดับโลก เทียบเท่ากับ Miami, Saint-Tropez หรือ Barcelona
เพื่อตอบรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าลักชัวรี และกลุ่มนักท่องเที่ยว
โดยเฉพาะกลุ่ม Long Stay ที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
และผลักดันให้ภูเก็ตเปลี่ยนจากการเป็น Tourism City
ไปเป็น Global Living Destination ในอนาคตนั่นเอง
© 2026 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.