
สรุปธุรกิจ STECON รับเหมาก่อสร้าง รายใหญ่ในไทย
9 ก.พ. 2026
- STECON เป็นบริษัทโฮลดิงประเภทรับเหมาก่อสร้าง ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน มีประวัติยาวนานมากว่า 64 ปี
โครงการเด่น ๆ ของ STECON ก็เช่น
- รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง)
ลูกค้าคือ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
- อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ (สัปปายะสภาสถาน)
ลูกค้าคือ อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ (สัปปายะสภาสถาน)
- อาคารที่ทำการใหม่ กระทรวงการคลัง
ลูกค้าคือ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง
- อาคารที่ทำการศาลฎีกา
ลูกค้าคือ สำนักงานศาลยุติธรรม
- โรงไฟฟ้ากัลฟ์ศรีราชา
ลูกค้าคือ บริษัท กัลฟ์ เอสอาร์ซี จำกัด (GSRC)
ธุรกิจของ STECON บริษัทนี้ เป็นอย่างไร ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
STECON ก่อตั้งขึ้นในปี 2505 โดยคุณชวรัตน์ ชาญวีรกูล โดยเริ่มจากห้างหุ้นส่วนจำกัด เพื่อทำธุรกิจแปรสภาพโครงสร้างเหล็ก
ต่อมาปี 2510 STECON ก็เข้าสู่รูปแบบบริษัท และได้ขยายธุรกิจสู่งานก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม
และได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนในปี 2536 โดยถือเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายแรก ๆ ที่เข้าจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
จุดเปลี่ยนสำคัญคือ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างบริษัทเป็น Holding Company ภายใต้ชื่อ บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
จากการที่ ซิโน-ไทย ประสบปัญหาธุรกิจ จึงได้มีการปรับโครงสร้างบริษัทใหม่ โดยให้ STECON ขึ้นมาเทกโอเวอร์ ซิโน-ไทย
พร้อมทั้งโอนธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับ ซิโน-ไทย ออกไปให้ STECON ถือหุ้นแทน โดยกระบวนการแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม ปี 2567
ปัจจุบัน บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้จาก 5 กลุ่มธุรกิจหลัก คือ
1. ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
แบ่งตามประเภทการก่อสร้างได้ 5 ประเภทคือ
- งานก่อสร้างด้านสาธารณูปโภค เช่น รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน, ถนน, ทางยกระดับ, ทางด่วน, สะพาน, ทางรถไฟ, ท่าเทียบเรือ
- งานก่อสร้างด้านอาคาร เช่น อาคารสำนักงาน, ศูนย์ประชุม, ศูนย์นิทรรศการ, โรงพยาบาล, คอนโดมิเนียม
- งานก่อสร้างด้านพลังงาน เช่น โรงไฟฟ้า, โรงกลั่น
- งานก่อสร้างด้านอุตสาหกรรม เช่น โรงงานปิโตรเคมี, โรงงานอุตสาหกรรม, โครงสร้างเหล็กและท่อ
- งานก่อสร้างด้านสิ่งแวดล้อมและงานอื่น ๆ เช่น ระบบบำบัดน้ำเสีย, ระบบประปา, ระบบชลประทาน
2. ธุรกิจพลังงานสะอาด
จากการลงทุนกิจการพลังงานสะอาด โดยเป็นผู้ผลิต ดำเนินงานและบำรุงรักษา รวมถึงบริหารจัดการ ทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาค
3. ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล
จากการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ และ Data Center
4. ธุรกิจการบริหารจัดการน้ำ
จากการลงทุนในธุรกิจบริหารจัดการน้ำ โดยเป็นผู้ผลิต ดำเนินงานและบำรุงรักษา รวมถึงบริหารจัดการ ทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาค
5. ธุรกิจเกี่ยวกับโลจิสติกส์และการขนส่ง
จากการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เช่น การบริหารและให้บริการทางด่วน รถไฟฟ้า สนามบิน
ทีนี้เรามาดูผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี ของ บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
ผลประกอบการช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
ปี 2566 รายได้ 29,841 ล้านบาท กำไร 536 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 30,405 ล้านบาท กำไร -2,388 ล้านบาท
9 เดือนแรก ปี 2568 รายได้ 23,532 ล้านบาท กำไร 1,017 ล้านบาท
สัดส่วนรายได้จากการก่อสร้าง ช่วง 9 เดือนแรก ปี 2568 แยกตามประเภทงานได้เป็น
- ด้านสาธารณูปโภค สัดส่วน 53%
- ด้านพลังงาน สัดส่วน 28%
- ด้านอาคาร สัดส่วน 16%
- ด้านสิ่งแวดล้อม สัดส่วน 2%
- ด้านอุตสาหกรรม สัดส่วน 1%
ต่อมา เรายังสามารถแบ่งรายได้งานก่อสร้าง ช่วง 9 เดือนแรก ปี 2568 ตามประเภทลูกค้าได้เป็น
51% มาจากเอกชน
49% มาจากภาครัฐ
อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าแม้ STECON จะทำรายได้จากงานก่อสร้างที่เติบโต แต่บริษัทกลับขาดทุนในบางปี
นั่นเป็นเพราะธรรมชาติของธุรกิจรับเหมา ที่มีการแข่งขันสูง เวลาที่มีโครงการออกมา บริษัทต่าง ๆ มักต้องแข่งกันเสนอราคาให้ต่ำเพื่อดึงดูดใจผู้ว่าจ้าง และให้ได้งานมาครอง
แต่ปัญหาคือ เมื่อได้งานมาแล้ว บริษัทต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านต้นทุน ทั้งค่าแรงและค่าวัสดุก่อสร้างที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งสวนทางกับราคาค่าจ้างที่อาจถูกล็อกไว้ตั้งแต่วันชนะประมูล
ดังนั้น หัวใจสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การหาคนจ้าง แต่อยู่ที่ความสามารถในการบริหารต้นทุน ระหว่างก่อสร้าง เพราะถ้าคุมไม่อยู่ กำไรที่ประเมินไว้อาจกลายเป็นขาดทุนทันที
แล้วเมื่อบริษัทชนะการประมูลโครงการ โครงการเหล่านั้นจะกลายมาเป็น
“ปริมาณงานในมือที่รอรับรู้รายได้” หรือ “Backlog” ของบริษัทนั่นเอง
ซึ่งข้อมูลล่าสุด ณ สิ้นงวดไตรมาส 3 ปี 2568 พบว่า STECON มีมูลค่างานที่อยู่ในมือ หรือ Backlog
ที่รอรับรู้รายได้ทั้งหมด 126,483 ล้านบาท
โดย Backlog ที่ STECON มีในตอนนี้ เป็นโครงการก่อสร้างจากเอกชน 53% และจากภาครัฐ 47%
ที่น่าสนใจคือ นอกจากโครงการที่กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว STECON ยังมีโครงการที่สำเร็จและดำเนินการอยู่อื่น ๆ อีกเช่น
- รถไฟฟ้าสายสีม่วง (เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ)
- รถไฟทางคู่ สัญญา 2, 3 (เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ)
- หมอชิตคอมเพล็กซ์
- ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา
- ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6)
- ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี (M81)
นี่ก็คือ โมเดลสัดส่วนรายได้ของบริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON เจ้าของโครงการก่อสร้างใหญ่ ๆ ที่หลายคนเห็นบ่อย ๆ นั่นเอง..
References
-รายงานประจำปี 2567 บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)