
สรุปดีล SONY ร่วมทุน TCL แยกธุรกิจทีวี SONY BRAVIA ไปให้บริษัทจีน ช่วยจัดการ
23 ม.ค. 2026
-Sony Corporation บริษัทในเครือของ Sony Group Corporation ทำธุรกิจ Entertainment, Technology & Services
-TCL Electronics บริษัทสัญชาติจีน ทำธุรกิจด้านจอภาพและนวัตกรรม IoT เน้นตลาดระดับกลาง ถึงไฮเอนด์
-TCL Electronics บริษัทสัญชาติจีน ทำธุรกิจด้านจอภาพและนวัตกรรม IoT เน้นตลาดระดับกลาง ถึงไฮเอนด์
-ดีลล่าสุดคือ ทั้ง 2 ฝ่ายนี้ ประกาศร่วมมือกันตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่ เพื่อสร้างความเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจความบันเทิงภายในบ้าน หรือ Home Entertainment
-โครงสร้างบริษัทร่วมทุนใหม่ คือ TCL ถือหุ้น 51% และ SONY ถือหุ้น 49%
-โดยบริษัทใหม่นี้ จะรับช่วงต่อธุรกิจ Home Entertainment ของ SONY เช่น ทีวี, เครื่องเสียงบ้าน
ดูแลกระบวนการทั้งหมดแบบครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบ การผลิต การขาย โลจิสติกส์ ไปจนถึงบริการหลังการขาย
ดูแลกระบวนการทั้งหมดแบบครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบ การผลิต การขาย โลจิสติกส์ ไปจนถึงบริการหลังการขาย
-เป้าหมายคือ สร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่ที่เน้นทีวีจอใหญ่ และการรับชมผ่านสตรีมมิง โดยดึงจุดเด่นของทั้ง 2 ฝ่ายมารวมกัน
-ฝั่ง Sony จุดเด่นคือ มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีภาพ และเสียงคุณภาพสูง รวมถึงมีแบรนด์ที่แข็งมาก ๆ ในตลาดนี้อยู่ในมือ คือทีวี SONY BRAVIA
-ฝั่ง TCL - จุดเด่นคือ มีเทคโนโลยีจอภาพขั้นสูง และความได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิต และความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน
ซึ่งเราจะเห็น DNA ชัด ๆ อีกอย่างของ TCL ในตลาดทีวี คือเรื่องราคา ที่ทำได้ดีมาก เมื่อเทียบกับสเป็กระดับเดียวกันกับแบรนด์อื่น ๆ
ซึ่งเราจะเห็น DNA ชัด ๆ อีกอย่างของ TCL ในตลาดทีวี คือเรื่องราคา ที่ทำได้ดีมาก เมื่อเทียบกับสเป็กระดับเดียวกันกับแบรนด์อื่น ๆ
-โดยบริษัทร่วมทุนใหม่นี้ จะยังคงวางจำหน่ายภายใต้แบรนด์ SONY BRAVIA
และบริษัทคาดว่าจะบรรลุข้อตกลง ภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2026 และจะเริ่มดำเนินงาน ภายในเมษายน 2027
และบริษัทคาดว่าจะบรรลุข้อตกลง ภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2026 และจะเริ่มดำเนินงาน ภายในเมษายน 2027
-คือดูแล้วถ้าเอาจุดเด่น 2 ฝั่งมารวมกัน สิ่งที่น่าจะได้เห็นคือ
ทีวีแบรนด์ SONY BRAVIA น่าจะทำต้นทุนได้ดีขึ้น ซึ่งนี่คือจุดแข็งของฝั่ง TCL ในเรื่องการจัดการต้นทุน และการจัดการซัปพลายเชน
ทีวีแบรนด์ SONY BRAVIA น่าจะทำต้นทุนได้ดีขึ้น ซึ่งนี่คือจุดแข็งของฝั่ง TCL ในเรื่องการจัดการต้นทุน และการจัดการซัปพลายเชน
-ทำให้ภาพที่ออกมา มองได้ 2 มุม
1. ถ้าทีวี SONY BRAVIA ขายราคาเท่าเดิม ธุรกิจนี้ของ TCL และ SONY ก็จะได้อัตรากำไรต่อชิ้นที่สูงขึ้น
1. ถ้าทีวี SONY BRAVIA ขายราคาเท่าเดิม ธุรกิจนี้ของ TCL และ SONY ก็จะได้อัตรากำไรต่อชิ้นที่สูงขึ้น
หรือ 2. เราอาจจะได้เห็น SONY BRAVIA ขายถูกลงกว่าเดิม เอาอัตรากำไรต่อชิ้น ไม่ต้องเยอะเท่า ข้อ 1. แต่ไปเน้นทำยอดขายจำนวนชิ้น ให้มากขึ้นแทน