สรุปจักรวาล อสังหาฯ Land & Houses เจ้าของ HomePro, Terminal 21, Grande Centre Point

สรุปจักรวาล อสังหาฯ Land & Houses เจ้าของ HomePro, Terminal 21, Grande Centre Point

26 พ.ค. 2024
Land & Houses ชื่อนี้ทุกคนคงจะคุ้นหูกันดี ในฐานะแบรนด์บ้าน และที่อยู่อาศัยอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย
แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า อาณาจักร Land & Houses 
เป็นเจ้าของศูนย์การค้าดังด้วย อย่าง ศูนย์การค้า Terminal 21 และโรงแรม Grande Centre Point
แถมยังเป็นผู้ถือหุ้นอีกหลาย ๆ บริษัท นั่นคือ
- บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ เจ้าของ HomePro 
- บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ เจ้าของ Q House 
- บมจ.แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป เจ้าของ ธนาคาร Land & Houses
แล้วจักรวาลธุรกิจ Land & Houses เป็นอย่างไร ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
Land & Houses มีจุดเริ่มต้นจากคุณเพียงใจ หาญพาณิชย์ 
คุณแม่ของคุณอนันต์ อัศวโภคิน
โดยเริ่มต้นเข้าสู่วงการอสังหาริมทรัพย์ จากการทำธุรกิจซื้อขายที่ดิน
ต่อมาคุณเพียงใจ ก็เริ่มทำโครงการหมู่บ้านแห่งแรกขึ้นในปี 2516 ชื่อว่า โครงการศรีรับสุข 
ซึ่งคุณอนันต์ อัศวโภคิน ลูกชายคนที่ 2 ก็เริ่มเข้ามาช่วยงานคุณแม่ตั้งแต่นั้นมา
ต่อมาปี 2526 เขาได้จัดตั้งบริษัท Land & Houses เป็นบริษัทหมู่บ้านจัดสรรแห่งแรก ๆ ของประเทศไทย
พร้อมกับก่อตั้งบริษัท Q House ในปีเดียวกัน 
เพื่อให้เป็นบริษัทรับจ้างก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรร ให้กับ Land & Houses ซึ่งเป็นบริษัทแม่ 
ต่อมา Land & Houses ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2532
ส่วน Q House ที่แต่เดิมรับก่อสร้างหมู่บ้าน ก็แยกตัวออกไปทำธุรกิจโครงการที่พักอาศัย และอาคารสำนักงานให้เช่า
จนกระทั่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2536
ต่อมาในปี 2539 คุณอนันต์ ก็ได้ก่อตั้งห้าง HomePro ขึ้น 
โดยตั้งใจให้เป็นห้างค้าปลีกอุปกรณ์เกี่ยวกับบ้าน แบบ One Stop Service แห่งแรกของประเทศไทย
ต่อมาในปี 2547 ซึ่งเป็นยุคที่คอนโดมิเนียมใจกลางเมืองเริ่มกลับมาบูมอีกครั้ง หลังวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540
Land & Houses ก็ได้ริเริ่มพัฒนาคอนโดมิเนียมแห่งแรก โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า The Bangkok
แถมในปีนี้ ทาง Land & Houses ก็ได้มีการร่วมทุนกับ Q House 
เพื่อจัดตั้งธนาคารแห่งใหม่ชื่อ LH Bank
โดยตั้งใจให้เป็นสถาบันการเงินทางเลือก ในการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าที่ต้องการที่อยู่อาศัย
จะเห็นว่าที่ผ่านมา Land & Houses ได้ขยายธุรกิจที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์
ตั้งแต่ อาคารสำนักงาน ห้างค้าวัสดุก่อสร้าง ไปจนถึงธนาคารที่ปล่อยเงินกู้ ไปซื้อบ้านและคอนโดมิเนียม
เท่านั้นยังไม่พอ Land & Houses ก็ยังขยายธุรกิจ ไปยังศูนย์การค้าและโรงแรมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น
- ศูนย์การค้า Terminal 21 
ปัจจุบันมีทั้งหมด 4 สาขา คือ อโศก โคราช พัทยา และพระราม 3
- โรงแรม Grande Centre Point
โรงแรม 5 ดาว ใจกลางกรุงเทพมหานคร และพัทยา 
ปัจจุบันมี 7 แห่ง เป็นที่กรุงเทพมหานคร 5 แห่ง และพัทยา 2 แห่ง
โดยศูนย์การค้าและโรงแรมทุกแห่ง มีเจ้าของและบริหารโดย 
บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของกลุ่ม Land & Houses อีกทีหนึ่ง
ยกเว้นศูนย์การค้า Terminal 21 โคราช ที่มีเจ้าของและบริหารโดย 
บริษัท สยาม รีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์ จํากัด ซึ่งเป็นเจ้าของศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ย่านรามอินทรา
สรุปแล้วในปัจจุบัน Land & Houses มี 2 ธุรกิจหลัก ๆ นั่นก็คือ
1. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ พัฒนาบ้านและคอนโดมิเนียมเพื่อขาย
2. ธุรกิจโรงแรม Grande Centre Point และให้เช่าศูนย์การค้า Terminal 21
และ Land & Houses เอง ก็ยังได้ไปร่วมลงทุนถือหุ้นบริษัทอื่น ๆ ในเครือ 3 บริษัท หลัก ๆ นั่นคือ
- บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ หรือ HMPRO
เจ้าของห้าง HomePro และ MEGA HOME ในสัดส่วน 30%
- บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ หรือ QH เจ้าของ Q House ในสัดส่วน 25%
- บมจ.แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป หรือ LHFG เจ้าของธนาคาร Land & Houses ในสัดส่วน 22%
ทีนี้เราลองไปดูโมเดลรายได้ของ Land & Houses กันบ้าง
ในปี 2566 Land & Houses มีรายได้ทั้งหมด 30,171 ล้านบาท
โดยแบ่งออกเป็น
- รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ อย่างเช่น บ้านและคอนโดมิเนียม ทั้งหมด 18,966 ล้านบาท
(คิดเป็นสัดส่วน 63% ของรายได้รวม)
- รายได้จากโรงแรมและพื้นที่ศูนย์การค้าให้เช่า 7,779 ล้านบาท
(คิดเป็นสัดส่วน 26% ของรายได้รวม)
- รายได้อื่น ๆ 925 ล้านบาท (คิดเป็นสัดส่วน 3% ของรายได้รวม)
- รายได้จากการขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ ซึ่งถือเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นครั้งเดียว 2,501 ล้านบาท 
(คิดเป็นสัดส่วน 8% ของรายได้รวม)
นอกจากรายได้หลักของบริษัทแล้ว
Land & Houses ก็ยังมีรายได้จากส่วนแบ่งกำไร อีก 3,300 ล้านบาท 
จากการร่วมลงทุนในบริษัทในเครือหลัก ๆ ไม่ว่าจะเป็น HMPRO, QH หรือ LHFG 
โดยได้รับส่วนแบ่งกำไรจาก
- HomePro 1,947 ล้านบาท
- Q House 624 ล้านบาท
- LH Bank 459 ล้านบาท
และบริษัทอื่น ๆ ที่ Land & Houses เข้าไปถือหุ้นอีก 270 ล้านบาท
ซึ่งต้องบอกว่า ทั้ง 3 บริษัทนี้ Land & Houses ถือหุ้นไม่ถึง 50% หรือน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง
ดังนั้นในทางบัญชี จะต้องบันทึกรายได้ส่วนนี้ เป็นส่วนแบ่งกำไรเท่านั้น
แล้วถ้าเราลองเอาแว่นขยาย ส่องไปที่ธุรกิจแต่ละส่วน เราจะเห็นว่า 
รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 63% ประกอบด้วย
- บ้านเดี่ยว 55%
- ทาวน์เฮาส์ 4%
- คอนโดมิเนียม 4%
เรียกได้ว่า รายได้ของ Land & Houses มากกว่าครึ่งมาจากบ้านเดี่ยวนั่นเอง
ส่วนรายได้จากโรงแรม และศูนย์การค้าให้เช่า 
ก็มาจากโรงแรม Grande Centre Point ทั้ง 7 แห่ง และศูนย์การค้า Terminal 21 ทั้ง 3 แห่ง
โดยรายได้จากโรงแรม และศูนย์การค้าให้เช่า ทั้ง 26% มาจาก
- โรงแรม 18%
- ศูนย์การค้าให้เช่า 7%
- ค่าบริหารจัดการโครงการ 1%
ทีนี้ เราลองไปดูอัตรากำไรขั้นต้น สำหรับแต่ละธุรกิจกันบ้าง
- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
รายได้จากการขายบ้าน ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ทุก ๆ 100 บาท 
หักต้นทุนขายออก คิดเป็นกำไรขั้นต้น 28 บาท
- ธุรกิจโรงแรมและศูนย์การค้า 
รายได้จากค่าเช่าศูนย์การค้า และบริการโรงแรม ทุก ๆ 100 บาท 
หักต้นทุนขายออก คิดเป็นกำไรขั้นต้น 38 บาท
และเมื่อเราเอารายได้หลักของบริษัท 30,171 ล้านบาท
มาหักต้นทุนขาย และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ 
เช่น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย และภาษีเงินได้
แล้วเอากำไรที่ได้รวมกับส่วนแบ่งกำไร ที่ได้เข้าไปถือหุ้นใน HomePro, Q House และ LH Bank
ก็เท่ากับว่าในปี 2566 กลุ่ม Land & Houses 
มีรายได้ 30,171 ล้านบาท
กำไร 7,482 ล้านบาท
ซึ่งนับว่ารายได้ของ Land & Houses ที่หลายคนรู้จักกันดี 
ในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อย่างบ้าน และคอนโดมิเนียม อันดับต้น ๆ ของเมืองไทย
มีรายได้ทุก ๆ 100 บาท คิดเป็นกำไรสุทธิ 25 บาท เลยทีเดียว..
References
- รายงานประจำปี บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ปี 2566
© 2024 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.