กลยุทธ์ 6C’s ที่ช่วยให้เราทำงานได้เร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

กลยุทธ์ 6C’s ที่ช่วยให้เราทำงานได้เร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

13 ธ.ค. 2021
กลยุทธ์ 6C’s ที่ช่วยให้เราทำงานได้เร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น | THE BRIEFCASE
Productivity เป็นคำที่เรามักจะได้ยินบ่อยในช่วงหลัง ๆ มานี้
ซึ่งการที่เรามี Productivity ในการทำงาน ก็หมายถึง เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
แต่เราจะทำอย่างไรให้การทำงานของเรานั้นมีประสิทธิภาพสูงที่สุด
วันนี้ THE BRIEFCASE ได้หยิบเอากลยุทธ์ 6C’s ที่จะช่วยให้ทุกคนมี Productivity
ที่จะส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
1. Competence - ความสามารถ
“The right man can make a good job out of any job” หรือก็คือการที่เราเลือกทำงานที่ตรงกับความสามารถจะช่วยให้เราทำงานได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง
หลายครั้งที่บางคนเลือกที่จะเก็บงานไว้กับตัวเองคนเดียว เพราะคิดว่าทำเองนั้นเร็วกว่า
แต่อีกด้านหนึ่งหากงานนั้นไม่ใช่งานที่เราถนัด การส่งงานต่อให้คนที่มีความสามารถตรงกับงาน
ก็น่าจะช่วยให้เราโฟกัสกับงานที่เราถนัดได้ดียิ่งขึ้น
2. Clarity - ความชัดเจน
บางครั้งในการทำงาน เราหลาย ๆ คนก็ไม่รู้ว่างานที่ทำอยู่นั้นทำไปเพื่ออะไร จนทำให้เราไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ เพราะงานมีวัตถุประสงค์ที่ไม่ชัดเจนพอ
ฉะนั้นหากอยากทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การรู้อย่างชัดเจนว่างานที่ทำนั้น มีวัตถุประสงค์อย่างไร หรือทำไปเพื่ออะไร ก็จะมีส่วนช่วยให้เราทำงานได้ดียิ่งขึ้น
3. Confidence - ความมั่นใจ
นอกเหนือจากความสามารถแล้ว ความมั่นใจก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้งานของเราลุล่วงได้อย่างดี
เพราะหากเราขาดความมั่นใจในการทำงาน ก็จะส่งผลให้เราไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่
เนื่องจากมัวแต่กังวลว่า จะทำงานได้ไม่ดี หรือจะทำงานแล้วพลาด
พอเรื่องเป็นแบบนี้ไม่ว่าจะทำงานไหน ก็ขอให้เรามั่นใจในงานที่เราทำอยู่เสมอ และไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ก็ให้น้อมรับและนำผลที่ได้มาพัฒนาตัวเองต่อไป
4. Commitment - ข้อตกลง
Jesse Sostrin หนึ่งในผู้อำนวยการของ PwC เคยกล่าวไว้ว่า
“ผู้คนมักจะตื่นเต้นกับงานใหม่ ๆ แต่จะยอมทุ่มเทกับงานก็ต่อเมื่อเขารู้บทบาทที่ชัดเจนของตัวเอง”
อีกนัยหนึ่งก็คือ ในการทำงาน ถ้าเราเกิดไม่แน่ใจในเป้าหมาย หรือบทบาทของตนเอง ให้ถามกับหัวหน้างานหรือผู้ที่รับผิดชอบในโปรเจกต์นั้น ๆ ว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการคืออะไร
ไม่ว่าจะการทำงาน เป้าหมายของงาน วัตถุประสงค์ของงานให้ถามอย่างละเอียด
เพื่อที่เราจะสามารถทำงานให้เป็นไปตามภาพรวมที่ผู้มอบหมายหรือลูกค้าต้องการ
เพราะหากเรามองเห็นภาพรวมตรงกันกับทุกคนแล้ว ก็จะทำให้ทิศทางของงานดำเนินไปได้เร็วขึ้น
5. Checkpoint - ความคืบหน้าของงาน
ในการทำงานโดยเฉพาะในโปรเจกต์ใหญ่ ๆ ร่วมกับคนจำนวนมาก ๆ
การติดตามความคืบหน้าของงานอยู่เรื่อย ๆ นั้นจะช่วยให้เรารู้ว่างานส่วนไหน ทำไปถึงไหน และส่วนไหนบ้างที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม
และจะทำให้การทำงานของเราสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นจนจบงาน
รวมถึงลดปัญหาที่จะตามมาจากการทำงานจนจบ แต่สุดท้ายออกมาไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เพราะความผิดพลาดที่เกิดขึ้นระหว่างทางไม่ได้รับการแก้ไข หรือไม่ได้รับการตรวจเช็กอีกด้วย
6. Continuity - ความต่อเนื่อง
Dr. Maxwell Maltz เคยกล่าวถึง “ทฤษฎี 21 วัน” ว่าถ้าอยากให้พฤติกรรมบางอย่างกลายเป็นนิสัย
ให้ทำมันต่อเนื่องเป็นเวลา 21 วัน และวันละอย่างน้อย 15 นาที มันก็จะกลายเป็นนิสัย
ในการทำงานก็คล้าย ๆ กัน หากเรามีการทำงานอยู่เรื่อย ๆ และหมั่นที่จะเรียนรู้การทำงาน
ก็จะส่งผลให้เกิดความต่อเนื่องในการทำงาน และสร้างความคุ้นเคยกับงานที่ทำ
จนทำให้เราสามารถทำงานได้รวดเร็วมากขึ้น รวมถึงเมื่อทำงานจนชำนาญแล้ว
ประสิทธิภาพในการทำงานก็จะพัฒนาขึ้นไปด้วยเช่นกัน
References
-​​https://www.powersmethai.com/sme-article/21-day-habit-theory
-https://www.calendar.com/blog/https-www-calendar-com-blog-the-6-cs-of-delegation/
-https://hbr.org/1988/01/no-nonsense-guide-to-measuring-productivity
© 2022 BrandCase. All rights reserved.