เจาะเคส ‘จุฬาเฮิร์บ x ไทยรัฐกรุ๊ป’ ทำอย่างไรให้ ‘คนดู’ เปลี่ยนเป็น ‘ผู้ลุ้นรางวัล’ ดันแบรนด์แมสให้ปังกว่าเดิม กับสถิติคนร่วมกิจกรรมทะลุ 1.63 ล้านสิทธิ์

เจาะเคส ‘จุฬาเฮิร์บ x ไทยรัฐกรุ๊ป’ ทำอย่างไรให้ ‘คนดู’ เปลี่ยนเป็น ‘ผู้ลุ้นรางวัล’ ดันแบรนด์แมสให้ปังกว่าเดิม กับสถิติคนร่วมกิจกรรมทะลุ 1.63 ล้านสิทธิ์

29 ต.ค. 2026
ถ้าพูดถึงแบรนด์ ‘จุฬาเฮิร์บ’ เชื่อว่าทุกคนน่าจะคุ้นเคยกับแบรนด์นี้เป็นอย่างดีในฐานะสินค้า Affordable Beauty ระดับแมส แต่จะทำอย่างไรให้สินค้าที่คนรู้จักกันดีอยู่แล้วแมสกว่าเดิม ถูกพูดถึงมากกว่าเดิม และมีคนอยากร่วมกิจกรรมกับแบรนด์มากกว่าเดิม
.
นี่คือโจทย์ที่น่าสนใจของ ‘จุฬาเฮิร์บ ครีมซองของคนไทย เข้าใจทุกสภาพผิว’ กับแนวคิดที่ต้องการทำให้ความสวยเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ ซึ่งเป็นที่มาของการจับมือกับ ไทยรัฐกรุ๊ป ในแคมเปญ “จุฬาเฮิร์บสานฝันคนไทย สแกนลุ้นรวย สวยลุ้นล้าน”ที่นำสินค้าบิวตี้ในชีวิตประจำวัน มาเชื่อมกับโอกาสลุ้นทองคำ ผ่านการสแกน QR Code หลังผลิตภัณฑ์ ผลลัพธ์คือยอดสแกนร่วมสนุกกว่า 1.63 ล้านสิทธิ์ใน 4 เดือนแรก และยอดทุกเดือนโตแบบไม่แผ่ว อะไรคือเบื้องหลังความสำเร็จของแคมเปญนี้ BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
.
เริ่มจากสินค้าที่เข้าถึงง่าย แล้วเพิ่มเหตุผลให้อยากมีส่วนร่วม
แนวคิดสำคัญของจุฬาเฮิร์บ คือ Affordable Beauty หรือการทำให้คนทั่วไปเข้าถึงสินค้าบิวตี้คุณภาพได้ ในราคาที่จับต้องได้แนวคิดนี้เชื่อมกับการกระจายสินค้า ตั้งแต่ร้านค้าชุมชน ร้านโชห่วย ไปจนถึง 7-Eleven และ CJ MORE เมื่อสินค้ามีช่องทางเข้าถึงผู้บริโภคอยู่แล้ว โจทย์ต่อมาคือ จะเพิ่มแรงจูงใจให้คนอยากเลือกซื้อ และทำกิจกรรมกับแบรนด์ได้อย่างไร จุฬาเฮิร์บจึงนำเรื่อง “ความสวย” มาเชื่อมกับ “โอกาสสานฝัน”ผ่านแคมเปญชิงโชคระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม ถึง 16 ธันวาคม 2569 พร้อมรางวัลทองคำรวมมูลค่า 5.67 ล้านบาท จำนวน 198 รางวัลแบ่งเป็น
· ทองคำมูลค่า 10,000 บาท สำหรับรางวัลรายวัน
· ทองคำมูลค่า 100,000 บาท สำหรับรางวัลรายเดือน
· ทองคำมูลค่า 1,000,000 บาท สำหรับรางวัลใหญ่
วิธีร่วมกิจกรรมก็อธิบายได้ในไม่กี่ขั้นตอน คือซื้อผลิตภัณฑ์ที่ร่วมรายการ ลอกสติกเกอร์ด้านหลัง แล้วสแกน QR Code ผ่าน LINE OA @julaherb เพื่อรับสิทธิ์ลุ้นรางวัล มองในมุมการตลาด นี่คือการเพิ่มเหตุผลให้ผู้บริโภคอยากมีส่วนร่วมกับสินค้า หลังจากซื้อกลับไปแล้ว พร้อมเปิดช่องทางให้แบรนด์เชื่อมต่อกับผู้บริโภคบนออนไลน์ต่อได้
.
ใช้เรื่องราวผู้โชคดี ทำให้รางวัลดูใกล้ตัวขึ้น
การบอกว่ามีทองคำให้ลุ้น อาจช่วยเรียกความสนใจได้ แต่การได้เห็นว่าใครเป็นผู้ได้รับรางวัล และรางวัลนั้นมีความหมายกับเขาอย่างไร ก็ช่วยให้แคมเปญมีเรื่องราวที่คนติดตามต่อได้ ‘ไทยรัฐทีวี’ จึงได้เข้ามาร่วม plug-in ให้แคมเปญนี้มีแรงกระเพื่อมมากยิ่งขึ้นผ่านการประกาศรายชื่อผู้โชคดีอย่างต่อเนื่องในรายการ ตะลอนข่าว และตะลอนข่าวสุดสัปดาห์ ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 รวมถึงการทำคอนเทนต์พาไปเซอร์ไพรส์ผู้ได้รับรางวัลจริง ทำให้เกิดภาพการสื่อสารต่อเนื่อง และสร้างความรู้สึกถึงผู้ชมหน้าจอว่าตัวเองก็อาจจะมีโอกาสได้โชคแบบนี้เช่นเดียวกัน
.
เชื่อมหน้าจอทีวี ชั้นวางสินค้า และ LINE OA ให้ทำงานร่วมกัน
หากแยกดูแต่ละส่วน แคมเปญนี้มีทั้งสื่อโทรทัศน์ สินค้าในร้านค้า และช่องทางออนไลน์ แต่จุดที่น่าสนใจ คือทั้งหมดทำหน้าที่แบบ Synergy กัน โดยรายการ “ตะลอนข่าว และตะลอนข่าวสุดสัปดาห์” ช่วยให้ผู้ชมรู้จักกิจกรรม ติดตามผู้โชคดี และจดจำวิธีร่วมสนุก ร้านค้าต่างๆคือ ช่องทางจำหน่ายทำให้ผู้ที่สนใจหาซื้อผลิตภัณฑ์ได้ ส่วน QR Code หลังผลิตภัณฑ์ ก็ช่วยพาผู้บริโภคมาร่วมกิจกรรมผ่าน LINE OA ของจุฬาเฮิร์บ นี่จึงทำให้เห็นว่าบทบาทของ ‘ไทยรัฐ’ ในแคมเปญนี้เป็นมากกว่าพื้นที่โฆษณา แต่เป็นการพาให้ผู้ชม กลายเป็นผู้ร่วมกิจกรรม และสร้างยอดขายกลับสู่แบรนด์ได้จริง
.
แล้วผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น บอกอะไรเราบ้าง ?
ข้อมูลอินไซต์จาก 4 เดือนแรกของแคมเปญนี้ น่าสนใจมากๆ เพราะนอกจากผู้ร่วมกิจกรรมรวมในตอนนี้จะมียอดสูงถึง 1.63 ล้านสิทธิ์แล้ว ค่าเฉลี่ยการร่วมสนุกต่อวันยังโตขึ้นถึง 42% เมื่อเทียบกับช่วงคิกออฟ และวันที่มียอดสแกนสูงที่สุดยังมียอดสแกนร่วมสนุกสูงกว่า 20,000 สิทธิ์ สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ยอดผู้ร่วมสนุก แต่ถ้ามองในระยะยาวนี่คือการดึงคนเข้ามาเป็นฐานลูกค้าใหม่ผ่าน LINE OA ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภครู้จักจุฬาเฮิร์บมากขึ้น เปิดโอกาสการขายผลิตภัณฑ์ใหม่ได้มากกว่าและหากมีการจัดเก็บข้อมูลพร้อมความยินยอมที่เหมาะสม แบรนด์ก็สามารถนำไปต่อยอดการดูแลลูกค้า หรือออกแบบกิจกรรมครั้งต่อไปให้ตรงกับความสนใจได้ นี่จึงเป็นอีกโอกาสทางธุรกิจที่อยู่เบื้องหลังแคมเปญชิงโชค
‘เพราะทุกครั้งที่ผู้บริโภคสแกนร่วมกิจกรรม แบรนด์ก็มีโอกาสเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องกว่าการซื้อสินค้าเพียงครั้งเดียว’
.
กรณีของ จุฬาเฮิร์บ x ไทยรัฐกรุ๊ป ทำให้เห็นว่าการเลือกพาร์ตเนอร์สื่อควรมองไปถึงวิธีเชื่อมคนดูเข้ากับสินค้า และกิจกรรมของแบรนด์เมื่อสินค้าเข้าถึงง่าย วิธีร่วมกิจกรรมชัดเจน และมีเรื่องราวให้ติดตามอย่างต่อเนื่อง การสื่อสารก็มีโอกาสพาผู้บริโภคจากหน้าจอ มาสู่การลงมือทำที่วัดผลได้อย่างการเปลี่ยน “คนดู” ให้กลายเป็น “คนสแกน” ในแคมเปญนี้
#BrandCase #JulaHerb #จุฬาเฮิร์บ #ไทยรัฐกรุ๊ป #กรณีศึกษาธุรกิจ #กลยุทธ์การตลาด
© 2026 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.