เครือรพ.พญาไทและเครือรพ.เปาโลเปิดตัว “Addwise Comorbid” แพลตฟอร์มผู้ช่วยแพทย์อัจฉริยะครั้งแรกในไทย เติมเต็ม Intelligent Health Ecosystem ดูแลสุขภาพแบบไร้รอยต่อ

เครือรพ.พญาไทและเครือรพ.เปาโลเปิดตัว “Addwise Comorbid” แพลตฟอร์มผู้ช่วยแพทย์อัจฉริยะครั้งแรกในไทย เติมเต็ม Intelligent Health Ecosystem ดูแลสุขภาพแบบไร้รอยต่อ

18 ส.ค. 2026
กรุงเทพฯ– เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล เดินหน้ายกระดับนวัตกรรมสุขภาพเปิดตัว “Addwise Comorbid” แพลตฟอร์มผู้ช่วยแพทย์อัจฉริยะหรือ Clinical Intelligence Platform ที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยแพทย์ประเมินและค้นหาความเสี่ยงของโรคร่วม (Comorbidity) อย่างเป็นระบบครอบคลุม 9 ระบบสำคัญของร่างกายช่วยให้แพทย์มองเห็นข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยได้รอบด้านยิ่งขึ้นพร้อมเชื่อมต่อการดูแลไปยังแพทย์เฉพาะทางและทีมสหสาขาวิชาชีพ(Multidisciplinary Team: MDT) ตามความเหมาะสมเพื่อยกระดับการดูแลให้แม่นยำปลอดภัยและต่อเนื่องมากขึ้น
การเปิดตัว Addwise Comorbid ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านระบบสุขภาพที่เครือโรงพยาบาลฯ ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นอีกพัฒนาการสำคัญของวงการแพทย์ไทย โดยต่อยอดจากรากฐาน Digital Health Ecosystem ที่เชื่อมโยงการดูแลผู้ป่วยในหลากหลายมิติ ตั้งแต่ Health Up ที่ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการสุขภาพในโรงพยาบาลเครือข่ายได้สะดวกและต่อเนื่องยิ่งขึ้น ไปจนถึง Telecare ที่ขยายการเข้าถึงแพทย์ผ่านบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ ทำให้การดูแลสุขภาพสามารถเชื่อมต่อกับผู้ป่วยได้ทั้งในและนอกโรงพยาบาล
หนึ่งในหมุดหมายสำคัญของการเดินทางครั้งนี้ คือ Health Up ที่มียอดดาวน์โหลดสะสมทะลุ 1 ล้านครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของการเข้าถึงบริการสุขภาพผ่านช่องทางดิจิทัล และบทบาทของเทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันมากขึ้น
จากรากฐานที่ทำให้การดูแลสุขภาพ “เข้าถึงและเชื่อมต่อ” ได้มากขึ้น วันนี้เครือโรงพยาบาลฯ กำลังก้าวไปอีกขั้น จาก Digital Health Ecosystem สู่ Intelligent Health Ecosystem ด้วย Addwise Comorbid ที่เข้ามาเติมเต็มระบบนิเวศในมิติของ Clinical Intelligence โดยผสานข้อมูลสุขภาพ ความชาญฉลาดทางคลินิก และความเชี่ยวชาญของแพทย์เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้แพทย์เข้าใจผู้ป่วยได้รอบด้าน มองเห็นความเสี่ยงที่อาจซ่อนอยู่ได้เร็วขึ้น และเชื่อมต่อข้อมูลไปสู่การดูแลที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน
จาก “โรคที่เห็น” สู่ “ความเสี่ยงที่อาจซ่อนอยู่”
นพ.อนันตศักดิ์ อภัยรัตน์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการแพทย์ เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล กล่าวว่า ปัจจุบันโจทย์สุขภาพมีความซับซ้อนมากขึ้น ผู้ป่วยหนึ่งคนอาจไม่ได้มีเพียงโรคเดียว แต่อาจมีโรคร่วมหรือปัจจัยเสี่ยงหลายด้านที่เชื่อมโยงกัน และบางความเสี่ยงอาจยังไม่แสดงอาการอย่างชัดเจน การดูแลจึงต้องก้าวข้ามการมองเฉพาะโรคหรืออาการตรงหน้า ไปสู่การเข้าใจสุขภาพของผู้ป่วยอย่างเป็นองค์รวม ซึ่งสอดคล้องกับทิศทาง Value-Based Healthcare ที่มุ่งสร้างผลลัพธ์ทางสุขภาพที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละคน
“กว่า 40 ปีของการดูแลผู้ป่วยทำให้เรามีทั้งประสบการณ์ทางการแพทย์ความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์และความเข้าใจ Patient Journey วันนี้เรากำลังนำรากฐานเหล่านั้นมาเชื่อมกับข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อให้เรารู้จักผู้ป่วยได้ดีขึ้นมองเห็นความเสี่ยงได้เร็วขึ้นและเชื่อมต่อไปสู่การดูแลที่เหมาะสมยิ่งขึ้น Addwise Comorbid จึงไม่ใช่เพียงแพลตฟอร์มใหม่แต่เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญของการยกระดับ Healthcare Ecosystem สู่ New Standard of Care”
แนวทางดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับแนวคิด Partner for Life ที่มองบทบาทของโรงพยาบาลมากกว่าการรักษาเมื่อเกิดความเจ็บป่วย แต่คือการเข้าใจและดูแลสุขภาพของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องตลอด Health Journey
“Partner for Life สำหรับเราไม่ใช่แค่การอยู่กับคนไข้ให้นานที่สุดแต่คือการรู้จักเขาให้ดีพอที่จะมองเห็นความเสี่ยงได้เร็วขึ้นและเชื่อมเขาไปสู่การดูแลที่เหมาะสมในทุกช่วงของชีวิต” นพ.อนันตศักดิ์ กล่าว

Addwise Comorbid เปลี่ยน “ข้อมูล” ให้เป็นข้อมูลที่มีความหมายต่อการดูแล
ด้าน นพ.เจตน์ จอห์น เทพทรงวัจ ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลและสารสนเทศทางการแพทย์ รพ.พญาไท 2 และที่ปรึกษาฝ่ายข้อมูล และสารสนเทศทางการแพทย์เครือโรงพยาบาลพญาไท และเครือโรงพยาบาลเปาโล กล่าวว่า Addwise Comorbid ถูกพัฒนาขึ้นจากโจทย์สำคัญที่ต้องการยกระดับ software ที่ใช้ตรวจรักษาคนไข้ เพื่อให้แพทย์สามารถมองเห็นข้อมูลสุขภาพและประเด็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยได้อย่างเป็นระบบและรอบด้านยิ่งขึ้น
Software พัฒนาจากการใช้ Review of Systems (ROS) มาช่วยในการประเมินอาการและความเสี่ยงของโรคร่วมอย่างเป็นระบบ โดย Algorithm ของ Software พัฒนาโดยยึดหลักการของ Evidence-Based Medicine โดยใช้ Clinical Practice Guideline ที่มีการตีพิมพ์และประกาศใช้ในปัจจุบัน เพื่อช่วยจัดระบบข้อมูล และชี้ให้แพทย์เห็นประเด็นความเสี่ยงที่ควรได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติม ก่อนนำไปประกอบการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสม
"คุณค่าของระบบไม่ได้อยู่เพียงว่าเทคโนโลยีฉลาดแค่ไหนแต่อยู่ที่ว่าสามารถช่วยให้แพทย์ดูแลผู้ป่วยได้อย่างเป็นระบบและปลอดภัยขึ้นอย่างไร Addwise Comorbid จึงทำหน้าที่เป็น Clinical Decision Support System โดยการประเมินวินิจฉัยและตัดสินใจด้านการรักษายังคงอยู่ภายใต้ Clinical Judgment ของแพทย์ผู้ดูแล" นพ.เจตน์ กล่าว
“Longevity Assistant” นวัตกรรมคนผสานเทคโนโลยีเชื่อม Clinical Intelligence สู่การดูแลที่ต่อเนื่องตลอดช่วงชีวิต
นพ.ทวนทศพร สุวรรณจูฑะ ผู้อำนวยการฝ่ายมาตรฐานการแพทย์ เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล เปิดเผยว่า อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของกระบวนการดูแลรักษาคือการยกระดับบุคลากรสู่บทบาท “Longevity Assistant” (LA) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็น Clinical Navigator ที่จะช่วยเชื่อมโยงระหว่างผู้ป่วย แพทย์ และแพลตฟอร์ม Addwise Comorbid เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การรับฟัง รวบรวมข้อมูลสุขภาพ ตลอดจนความเข้าใจในพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้ป่วย เพื่อให้ข้อมูลทุกมิติมีความครบถ้วนและสมบูรณ์ที่สุด ก่อนส่งต่อสู่การประเมินและการตัดสินใจรักษาของแพทย์อย่างแม่นยำ
เมื่อ Addwise Comorbid ช่วยชี้ให้เห็นประเด็นความเสี่ยง แพทย์จะยังคงเป็นผู้ประเมินและตัดสินใจทางคลินิก ขณะที่ Longevity Assistant จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนและประสานกระบวนการดูแลตามแนวทางที่แพทย์กำหนด ทั้งการเชื่อมต่อไปยังแพทย์เฉพาะทางหรือทีมสหวิชาชีพ ( Multidisciplinary Team : MDT) และช่วยให้การติดตามดูแลมีความต่อเนื่องมากขึ้น ถือเป็นบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อ “ข้อมูลและเทคโนโลยี” เข้ากับ “การดูแลที่เกิดขึ้นจริง” ตลอด เส้นทางของคนไข้ (Patient Journey)
“เทคโนโลยีช่วยให้เรามองเห็นข้อมูลได้เป็นระบบแต่ Human Touch ช่วยให้เราเข้าใจบริบทของผู้ป่วยได้ลึกขึ้น Longevity Assistant จึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเชื่อม Clinical Intelligence เข้ากับ Clinical Workflow ทำให้ข้อมูลความเชี่ยวชาญของแพทย์และการดูแลผู้ป่วยสามารถเดินหน้าไปด้วยกันอย่างเป็นเอกภาพและต่อเนื่อง” นพ.ทวนทศพร กล่าว
พร้อมกันนี้ เครือโรงพยาบาลฯ ยังได้พัฒนา Addwise Comorbid Academy ควบคู่ไปกับตัวแพลตฟอร์ม เพื่อวางมาตรฐานการนำระบบไปใช้จริง ครอบคลุมทั้งการฝึกอบรมแพทย์ การพัฒนาศักยภาพของ Longevity Assistant และการวางระบบรับรองความสามารถ (Certification) เพื่อให้เทคโนโลยี บุคลากร และกระบวนการดูแลรักษาทั้งหมด ทำงานอยู่บนมาตรฐานเดียวกัน
นี่คือหมุดหมายสำคัญของ Intelligent Health Ecosystem ที่เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลกำลังขับเคลื่อน โดยการตกผลึกประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทางการแพทย์กว่า 40 ปี มาผสานเข้ากับพลังข้อมูล นวัตกรรมเทคโนโลยี และการทำงานแบบสหสาขาวิชาชีพ เพื่อปักธงสู่ New Standard of Care มาตรฐานการรักษาพยาบาลยุคใหม่ ที่ไม่ได้วัดความก้าวหน้าจากความล้ำสมัยของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่วัดจากความสามารถในการหลอมรวม “ข้อมูลเทคโนโลยีและจิตวิญญาณความเชี่ยวชาญของแพทย์” ให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้เราสามารถมองผู้ป่วยให้ครบและลึกซึ้งกว่าโรคที่เห็น พร้อมส่งมอบการดูแลที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสมและตรงจุดที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล
© 2026 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.