
เจาะเบื้องหลัง The 1 Day 2026 พลิกประสบการณ์สมาชิก สู่ Shopping Phenomenon ดันยอดขายโต 60%
5 ส.ค. 2026
เมื่อโปรโมชันและส่วนลดของแต่ละแบรนด์เริ่มคล้ายกัน การแข่งขันด้วยราคาก็สร้างความแตกต่างได้ยากขึ้น โจทย์ของ Loyalty Marketing จึงไม่ใช่แค่ดึงลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ แต่ต้องสร้างประสบการณ์ที่ทำให้พวกเขาอยากมีส่วนร่วมและผูกพันกับแบรนด์มากขึ้น หรือที่เรียกว่า Experience-driven Loyalty
หนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจ คือ The 1 Day 2026 แคมเปญประจำปีของ The 1 ที่สร้างยอดขายเติบโต 60% นับเป็นอัตราการเติบโตสูงที่สุดในรอบ 3 ปี และมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนเพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อน
ตัวเลขดังกล่าวยิ่งน่าสนใจ เพราะแคมเปญจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม ซึ่งถือเป็น Market Gap ของธุรกิจค้าปลีก
เพราะเป็นช่วงที่ผู้บริโภคเพิ่งผ่านการใช้จ่ายในเทศกาลสงกรานต์ ขณะเดียวกันก็ยังไม่ถึง Mid-Year Sale เดือนพฤษภาคมจึงมักเป็นช่วงคั่นกลางที่กำลังซื้อชะลอตัว และตลาดยังขาดแรงกระตุ้นสำคัญ
แล้ว The 1 เปลี่ยนเดือนที่ผู้บริโภคยังไม่มีเหตุผลชัดเจนในการช็อป ให้กลายเป็นช่วงเวลาที่สมาชิกกว่า 200,000 คนเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างไร
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
คำตอบอยู่ที่การผสาน Experience-driven Loyalty เข้ากับ Ecosystem ของกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อสร้างทั้งเหตุผลในการเข้าร่วม และแรงจูงใจให้สมาชิกใช้จ่ายต่อเนื่อง
The 1 วางบทบาทตัวเองเป็น Center of Life Platform ที่เชื่อมธุรกิจ สิทธิประโยชน์ กิจกรรม และประสบการณ์ในชีวิตประจำวันของสมาชิกเข้าด้วยกัน
ด้วย Ecosystem ของกลุ่มเซ็นทรัลที่ครอบคลุมหลากหลายไลฟ์สไตล์ The 1 Day จึงสามารถเชื่อมโยงกับความต้องการใช้จ่ายหลายรูปแบบของสมาชิก ตั้งแต่สินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงสินค้ามูลค่าสูง
ข้อมูลจากแคมเปญสะท้อนภาพดังกล่าวได้อย่างชัดเจน โดยพบว่า 3 หมวดสินค้าที่มีผู้ใช้จ่ายมากที่สุด ได้แก่ ผักผลไม้ เสื้อผ้าแฟชั่น และอุปกรณ์ก่อสร้าง
ส่วนบิลที่มียอดใช้จ่ายสูงที่สุด มาจากเครื่องประดับจิวเวลรี สกินแคร์ และนาฬิกาลักชัวรี
อีกกลยุทธ์สำคัญ คือ การออกแบบ Customer Journey แบบ End-to-End ตั้งแต่การลงทะเบียน สะสมยอด รับคูปอง ไปจนถึงการใช้สิทธิ์ที่หน้าร้าน
ตัวอย่างคือปุ่ม Join All บน The 1 App ซึ่งช่วยให้สมาชิกลงทะเบียนครั้งเดียว แล้วเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ภายในแคมเปญได้
ฟังก์ชันนี้ช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก และลดโอกาสที่ลูกค้าจะหยุดอยู่กลาง Customer Journey เพราะยิ่งกระบวนการเข้าร่วมง่ายเท่าไร โอกาสที่สมาชิกจะเดินทางไปถึงการใช้สิทธิ์จริงก็ยิ่งมากขึ้น
ผลลัพธ์คือ กว่าครึ่งของผู้เข้าร่วมแคมเปญสามารถสะสมยอดจนได้รับสิทธิประโยชน์ และกลับมาใช้คูปองต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน คะแนนความพึงพอใจของสมาชิกยังอยู่ในระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มจัด The 1 Day ซึ่งเป็นผลจากการนำ Feedback ของสมาชิกในแต่ละปี กลับมาปรับปรุงประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง
The 1 ยังขยายประสบการณ์ของแคมเปญสู่หัวเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ ผ่าน The 1 Day Mini Showcase ซึ่งนำกิจกรรม มินิคอนเสิร์ต และประสบการณ์พิเศษไปสู่สมาชิกในแต่ละพื้นที่
กลยุทธ์นี้ช่วยเปลี่ยน The 1 Day จากแคมเปญที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สมาชิกสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้จริงในพื้นที่ของตัวเอง
กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้ยอดขายเติบโตทั้งในจังหวัดที่จัดงานและจังหวัดใกล้เคียง
โดยกว่า 1 ใน 2 ของยอดใช้จ่ายทั้งหมดมาจากต่างจังหวัด และจังหวัดที่สร้างยอดขายสูงที่สุด ได้แก่ เชียงใหม่ สงขลา และชลบุรี
นอกจากการขยายพื้นที่แล้ว The 1 Day 2026 ยังเลือก PP KRIT มาเป็นไฮไลต์ของกิจกรรม ONE DAY with PP KRIT Presented by Central The 1 Credit Card
การเชื่อมประสบการณ์ช็อปปิงเข้ากับศิลปินที่ผู้บริโภครู้สึกผูกพัน ช่วยสร้าง Engagement ในวงกว้าง และมีส่วนผลักดันผลลัพธ์ของแคมเปญ
กิจกรรมและความบันเทิงจึงสามารถเป็นจุดเริ่มต้นที่ดึงผู้บริโภคเข้าสู่ Ecosystem ก่อนต่อยอด Engagement ไปสู่การใช้จ่าย
กรณีของ The 1 Day 2026 ทำให้เห็นว่า Experience-driven Loyalty จะสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ เมื่อข้อมูล เทคโนโลยี ประสบการณ์ และความแข็งแรงของ Ecosystem ถูกออกแบบให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน
Loyalty จึงมีบทบาทมากกว่าการดึงลูกค้าเก่าให้กลับมาซื้อซ้ำ เพราะยังช่วยสร้างช่วงเวลาการใช้จ่ายใหม่ขึ้นมาได้ แม้อยู่ในเดือนที่ตลาดไม่เอื้ออำนวย
และนี่คือเหตุผลที่ The 1 Day 2026 ขยับจากแคมเปญสมาชิกประจำปี ไปสู่ Shopping Phenomenon ที่เปลี่ยน Engagement ของสมาชิก ให้กลายเป็นยอดขายเติบโตสูงที่สุดในรอบ 3 ปี