
คปภ. ย้ำธุรกิจประกันภัยไทยยังมั่นคง ท่ามกลางความผันผวนเศรษฐกิจโลก ใช้ Stress Test ประเมินความเสี่ยงเชิงรุกอย่างใกล้ชิด
25 พ.ค. 2026
จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก ทั้งด้านราคาพลังงาน ความผันผวนของตลาดทุนและตลาดการเงิน ตลอดจนแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทาน อาจส่งผ่านผลกระทบมายังภาคธุรกิจประกันภัยไทย ทั้งในด้านรายได้ ต้นทุนค่าสินไหม และเสถียรภาพทางการเงิน
ผลกระทบสำคัญที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ ต้นทุนค่าสินไหมที่เพิ่มสูงขึ้นจากราคาพลังงาน ค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าซ่อมแซม และค่ารักษาพยาบาล รวมถึงความผันผวนของตลาดทุน อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และ Credit Spread ที่อาจส่งผลต่อมูลค่าสินทรัพย์ลงทุนและระดับเงินกองทุนของบริษัทประกันภัย ขณะเดียวกัน ตลาดประกันภัยต่อทั่วโลกยังมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะ selective hardening ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงสร้างต้นทุนการรับประกันภัยในระยะต่อไป
สำนักงาน คปภ. จึงได้ติดตามสถานการณ์เชิงรุกอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบและกำหนดแนวทางกำกับดูแลที่เหมาะสม
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการปี 2569 คาดว่าการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรวมจะชะลอลงจากประมาณการเดิม จากแรงกดดันของภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กำลังซื้อที่อ่อนแอ และความผันผวนของตลาดการเงิน อย่างไรก็ตาม ประกันสุขภาพยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากความตระหนักด้านสุขภาพของประชาชน แม้อาจเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาลและต้นทุนเวชภัณฑ์ที่สูงขึ้น
ด้านฐานะการเงิน ภาคธุรกิจประกันภัยไทยยังมีความมั่นคงและสามารถรองรับความผันผวนได้ในระดับดี โดยข้อมูล ณ ไตรมาส 4 ปี 2568 บริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) อยู่ที่ร้อยละ 442.4 และ 367.2 ตามลำดับ สูงกว่าเกณฑ์ที่สำนักงาน คปภ. กำหนดไว้ที่ร้อยละ 140 อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานะเงินกองทุนของธุรกิจประกันภัยไทย
ในส่วนของธุรกิจประกันชีวิต ความเสี่ยงสำคัญมาจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและตลาดทุน ซึ่งอาจส่งผลต่อมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สิน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่อ่อนไหวต่อภาวะตลาด เช่น Unit Linked และ Universal Life รวมถึงอาจกระทบต่อการขยายตัวของเบี้ยประกันภัยและการเวนคืนกรมธรรม์บางส่วน
ขณะที่ธุรกิจประกันวินาศภัย แม้ส่วนใหญ่เป็นการรับประกันภัยระยะสั้น แต่ยังต้องติดตามผลกระทบจากต้นทุนการดำเนินงานและค่าสินไหมที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง การขนส่งทางทะเล การบิน พลังงาน ประกันภัยทรัพย์สิน และประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก
ทั้งนี้ ในช่วงต้นเดือนมีนาคม สำนักงาน คปภ. ได้ดำเนินการทดสอบภาวะวิกฤติ (Stress Test) และการประเมินสภาพคล่อง (Liquidity Test) ภายใต้สถานการณ์จำลองที่ครอบคลุมความผันผวนของตลาดการเงิน การปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร การลดลงของมูลค่าตราสารทุน รวมถึงแรงกดดันด้านต้นทุนสินไหมจากเงินเฟ้อพลังงาน
ผลการทดสอบพบว่า บริษัทประกันภัยส่วนใหญ่ยังมีระดับเงินกองทุนและสภาพคล่องสูงกว่าเกณฑ์กำกับดูแล สามารถรองรับภาระผูกพันระยะสั้น และบริหารจัดการกระแสเงินสดได้อย่างเหมาะสม
สำนักงาน คปภ. ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านรายได้ การลงทุน สภาพคล่อง การประกันภัยต่อ ตลอดจนความเสี่ยงด้านปฏิบัติการและภัยคุกคามทางไซเบอร์ เพื่อให้สามารถกำกับดูแลบริษัทประกันภัยที่มีความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงได้อย่างทันท่วงที และรักษาเสถียรภาพของระบบประกันภัยไทยอย่างยั่งยืนต่อไป