
อธิบายสูตร 1.48 ตั้งราคาอาหารบน LINE MAN หักค่า GP แล้ว ได้กำไรเท่าขายหน้าร้าน
17 พ.ค. 2026
- ปกติเวลาเราขายของบนแอปดิลิเวอรี LINE MAN แอปพลิเคชันจะหักค่า GP 30% ตามส่วนแบ่งยอดขาย และมีภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากค่า GP อีก 7% อีกต่อหนึ่ง
หมายความว่า ถ้าเราขายข้าวใน LINE MAN ได้ 100 บาท จะได้รับเงินเข้าร้านค้าจริง ๆ = 100 - 30 - (30 x 7%) = 67.9 บาท
แล้วถ้าเราอยากได้รับเงินเต็ม ๆ 100 บาท เท่าราคาขายหน้าร้าน ต้องตั้งราคาอย่างไร ?
BrandCase สรุปสูตรตั้งราคา กรณีหักค่า GP 30% และ 7% พร้อมวิธีคำนวณ แบบเข้าใจง่าย ๆ
และจะขอพูดถึงแค่ส่วนการหัก GP และ VAT เท่านั้น ไม่รวมส่วนของ การคำนวณส่วนลดโปรโมชัน และส่วนลดค่าส่ง..
- สำหรับกรณีร้านค้าทั่วไป ที่โดนหัก GP 30% สูตรคือ = ราคาขายหน้าร้าน x 1.48
สมมติว่าเราขายข้าวมันไก่ที่หน้าร้าน ราคา 100 บาท
ราคาขายบน LINE MAN ก็จะเป็น 100 x 1.48 = 148 บาท
ตามสูตรนี้เราจะโดนหักค่า GP 30% คือ 148 x 30% = 44.4 บาท
และหักภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% คือ 44.4 x 7% = 3.1 บาท
จะเห็นว่าถ้าเราตั้งราคาขายที่ 148 บาท เราจะได้รับเงินสุทธิ คือ 148 - 44.4 - 3.1 = 100.5 บาท ซึ่งจะเท่า ๆ กับหน้าร้านพอดี
ทีนี้ถ้าลองเป็นราคาอื่น ๆ ดู
- สมมติว่าเราขายข้าวมันไก่ที่หน้าร้าน ราคา 80 บาท
ราคาขายบน LINE MAN ก็จะเป็น 80 x 1.48 = 119 บาท
ถ้าเราตั้งราคาขายบน LINE MAN = 119 บาท เราจะได้รับเงินสุทธิ คือ 119 - 35.7 - 2.5 = 80.8 บาท
- สมมติว่าเราขายข้าวมันไก่ที่หน้าร้าน ราคา 60 บาท
ราคาขายบน LINE MAN ก็จะเป็น 60 x 1.48 = 89 บาท
ถ้าเราตั้งราคาขายบน LINE MAN = 89 บาท เราจะได้รับเงินสุทธิ คือ 89 - 26.7 - 1.9 = 60.4 บาท
จะเห็นว่าไม่ว่ากรณีไหน คูณสูตรนี้แล้ว ยอดที่ได้จากการขายบน LINE MAN หักค่า GP และ VAT แล้ว ก็จะได้รายได้พอ ๆ กับการขายที่ราคาหน้าร้าน ทุกกรณี
อย่างไรก็ตาม ทางร้านก็ต้องคิดถึงมุมลูกค้าของร้าน ว่าจะยินดีจ่ายที่ราคานี้ไหม ?
ถ้าไม่ ก็อาจต้องราคาต่ำกว่าการคูณ 1.48 เต็ม ๆ ให้ลดลงมา
ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า อัตรากำไรต่อหน่วยสินค้าที่ขาย จะลดลง แต่ก็แลกมากับการที่ราคาจะเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น
ซึ่งโจทย์ของร้านค้าคือ จะบาลานซ์จุดนี้อย่างไร ให้สมดุลที่สุด
คือทางร้านก็ได้ยอดขายและกำไรในระดับที่โอเค
ส่วนลูกค้า ก็ไม่รู้สึกว่า สั่งอาหารจากร้านผ่าน LINE MAN แล้วแพงเกินไป..