รายได้ 529 ล้านบาท เติบโต 78% ในปี 2568 แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่า คือทำไม Nose Tea ถึงเลือกสร้างเกมใหม่แทนที่จะขยายเกมเดิม

รายได้ 529 ล้านบาท เติบโต 78% ในปี 2568 แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่า คือทำไม Nose Tea ถึงเลือกสร้างเกมใหม่แทนที่จะขยายเกมเดิม

2 เม.ย. 2026
ในโลกของธุรกิจเครื่องดื่ม การเติบโตมักหมายถึง "การขยายสิ่งเดิม" เพิ่มเมนู, เพิ่มสาขา, เพิ่มยอดขาย แต่สำหรับ Nose Tea แบรนด์ที่มีมากกว่า 40 สาขาทั่วประเทศ และทำรายได้ 529 ล้านบาทในปี 2568 (+78% YoY จาก 297 ล้านบาทในปี 2567) คำถามที่ผู้บริหารตั้งกลับไม่ใช่ "เราจะโตได้อีกแค่ไหน" แต่คือ "เรากำลังจะติดอยู่ในกรอบเดิมหรือไม่"
.
จากแบรนด์เดียว สู่การออกแบบโครงสร้างธุรกิจใหม่
การเปิดตัว TANICHA ไม่ใช่การแตกไลน์สินค้า แต่คือการวางโครงสร้าง Brand Portfolio อย่างมีเจตนาชัดเจน โดยกำหนดให้ Nose Tea ทำหน้าที่เป็นแบรนด์หลักที่สร้างการเข้าถึงในวงกว้าง ขณะที่ TANICHA ถูกออกแบบให้เป็น Premium Concept Brand ที่นิยามชาไทยในมุมมองร่วมสมัย
สองแบรนด์นี้ไม่ได้แข่งขันกัน แต่ทำงานคนละสนามอย่างตั้งใจ เพื่อไม่ให้ Brand Identity ของ Nose Tea ถูก Dilute และเพื่อเปิดพื้นที่ใหม่ที่แบรนด์เดิมไม่สามารถเข้าไปได้โดยไม่เสียตัวตน
"เราไม่ได้สร้าง Tanicha เพราะ Nose Tea ไม่พอ แต่เพราะ Nose Tea ดีพอที่จะไม่แตะต้อง ชาใสคือสิ่งที่ผู้บริโภคที่ดูแลสุขภาพกำลังมองหา และยังไม่มีใครทำมันอย่างจริงจัง"
คุณไผ่ กชณิชา ฐิติชนาโชติ ผู้ก่อตั้ง Nose Tea Thailand
.
Insight ที่ขับเคลื่อนการตัดสินใจ: ความถี่ไม่ได้มาจากการเพิ่มสินค้า
หนึ่งใน Insight สำคัญที่อยู่เบื้องหลังการสร้าง TANICHA คือความเข้าใจว่าผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้มองหาแค่ 
"ความอร่อย" แต่กำลังมองหา "เครื่องดื่มที่ดื่มได้ทุกวัน" และเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน 
TANICHA จึงเริ่มจากคำถามที่ว่า "จะทำให้ชากลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้อย่างไร" 
และตอบด้วยเมนูหลักอย่าง "ชาใส"  เบา ดื่มได้บ่อย ไม่ผูกกับความหวาน ราคาเริ่มต้น 90 บาท
.
เมื่อชาถูกออกแบบด้วยภาษาของน้ำหอม
สิ่งที่ทำให้ TANICHA แตกต่างจากทุกแบรนด์ชาในตลาดไม่ใช่รายการเมนู แต่คือ การเปลี่ยนแนวความคิด ของการนำเสนอ TANICHA โดยใช้รูปแบบเดียวกับภาษาที่น้ำหอมใช้  คือมีกลิ่นต้น กลาง ปลาย (Top Note / Middle Note / Base Note) มาออกแบบประสบการณ์ชา เพื่อตีความกลิ่นและคาแรกเตอร์ของชาแต่ละแหล่งปลูกในไทยที่ยังไม่เคยถูกนำเสนอในรูปแบบที่ร่วมสมัยมาก่อน
กลไกนี้สร้างระบบ Scent > Emotion > Decision ที่เปลี่ยนประสบการณ์การเลือกจากการ "อ่านเมนูแล้วเดารสชาติ" ไปสู่ "รู้สึกก่อนตัดสินใจ"  Customer Journey ที่ยังไม่มีแบรนด์ชาไทยใดเคยออกแบบมาก่อน
.
Collection ไม่ใช่แค่เมนู แต่คือระบบการ Renew แบรนด์
แทนที่จะออกเมนูตามฤดูกาลเหมือนแบรนด์ทั่วไป TANICHA ใช้คำว่า "Collection" ซึ่งแต่ละ Collection มี Theme, Narrative และ Scent Direction ที่ชัดเจนของตัวเอง โมเดลนี้ดำเนินในแบบเดียวกับกลไกของแบรนด์แฟชั่น สร้าง Evolution ให้แบรนด์อยู่เสมอโดยไม่ต้องรีแบรนด์
Collection แรกเปิดตัววันที่ 2เมษายน 2568 ที่ Park Silom พร้อมแผนขยายครบ 3 สาขาภายในปีแรก ในทำเลที่ตรงกับกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและคุณภาพชีวิต
"ชาไทยไม่ควรถูกจำแค่สีส้มอีกต่อไป เราเชื่อว่ามันสามารถยืนอยู่ในระดับเดียวกับชาชั้นนำของโลกได้ Tanicha ไม่ได้เป็นแค่ร้านชา แต่คือการนิยามชาไทยใหม่ในมุมมองร่วมสมัย"
คุณไผ่ กชณิชา ฐิติชนาโชติ  ผู้ก่อตั้ง Nose Tea Thailand
.
ทิศทางต่อไป: จากตลาดไทยสู่ภูมิภาคเอเชีย
ในระยะ 3 ปีข้างหน้า TANICHA วางเป้าขยายทั้งจำนวนสาขาและ Collection ใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนนำโมเดลนี้ขยายไปสู่ตลาดในภูมิภาคเอเชีย เพื่อยืนยันว่าชาท้องถิ่นไทยมีคุณภาพและ Character ที่ยืนในเวทีระดับสากลได้อย่างมั่นใจ
สำหรับ Nose Tea Thailand การเปิดตัว TANICHA คือการพิสูจน์สมมติฐานใหม่ว่า องค์กรที่เติบโตจากแบรนด์เดียวสามารถสร้าง Brand Portfolio ที่ทำงานคนละ Segment ได้โดยไม่ขัดแย้งกัน  และถ้าสมมติฐานนี้พิสูจน์ได้ในตลาดไทย โมเดลนี้มีศักยภาพพอที่จะ Scale ต่อได้ในตลาดอื่นๆ ในภูมิภาค
ที่มา : ข่าวประชาสัมพันธ์จาก Nose Tea
© 2026 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.