
สรุปงบ MK สุกี้ ปี 2568 15,109 ล้านบาท กำไร 838 ล้านบาท
26 ก.พ. 2026
ล่าสุด บมจ. เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป เพิ่งประกาศผลประกอบการ ปี 2568 ที่ผ่านมา
- รายได้ 15,109 ล้านบาท ลดลง 2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
- กำไร 838 ล้านบาท ลดลง 41.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ไฮไลท์คือ กำไรบริษัท ที่หดตัว 41.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งบริษัทรายงานสาเหตุไว้ว่า
1. รายได้ลดลง
จากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอลง ตามสภาวะค่าครองชีพ และหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น
ส่วนยอดขายสาขาเดิม (Same-Store Sales) ลดลง 2.8% จากการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจร้านอาหาร
2. อัตรากำไรขั้นต้นลดลง จาก 67.4% เหลือ 64.6%
สาเหตุหลักมาจาก การเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์บุฟเฟต์มากขึ้น ทั้งการจัดโปรโมชั่น “คุ้มเกินคุ้ม” (299 บาท) ของแบรนด์เอ็มเค
รวมทั้ง การขยายแบรนด์ใหม่ อย่างโบนัส สุกี้ ซึ่งเป็นโมเดลบุฟเฟต์เต็มตัว ทำให้สัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบต่อยอดขายสูงขึ้น
3. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น
- ค่าใช้จ่ายจากการขยายสาขาโบนัส สุกี้ โดยทางบริษัทบอกว่าใช้งบลงทุนก้อนแรกกว่า 500 ล้านบาท
- ค่าใช้จ่ายพนักงานสูงขึ้น
จากการเปิดตัวและขยายสาขาแบรนด์โบนัส สุกี้ ถึง 15 สาขา ทำให้ต้องจ้างพนักงานเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัว
- ค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่มขึ้น
มีการจัดทำโปรโมชันเชิงรุกมากขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขายในสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
สรุปสั้น ๆ คือ รายได้ลดลงจากเศรษฐกิจซบเซา ในขณะที่ต้นทุนบวมขึ้นจากการรุกตลาดบุฟเฟต์และการขยายสาขาแบรนด์ใหม่ ทำให้โดยรวมแล้วกำไรหดตัว 41.9% นั่นเอง
ปัจจุบัน บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีแบรนด์ร้านอาหารในเครือทั้งหมดกว่า 12 แบรนด์
ได้แก่ เอ็มเคสุกี้, เอ็มเคโกลด์, เอ็มเคไลฟ์, โบนัสสุกี้, ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ, ยาโยอิ, ฮากาตะ ราเมน, มิยาซากิ เทปปันยากิ, แหลมเจริญซีฟู้ด, ณ สยาม, เลอ เพอทิท, บิซซี่ บ็อกซ์
และอ้างอิงข้อมูลจากปี 2568 มีสัดส่วนรายได้มาจาก
- เอ็มเคสุกี้ 71%
- ยาโยอิ 18%
- แหลมเจริญซีฟู้ด 6%
- อื่น ๆ 5%
Reference
-คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ประจำปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ของบริษัท