เบื้องหลังแคมเปญ AXTRA GREEN THE NEXT GEN เปลี่ยนการสร้างโมเมนต์ของ “จูเนียร์-มาร์ค” เป็นพลัง Soft Power ดึงคนรุ่นใหม่ร่วมรักษ์โลก

เบื้องหลังแคมเปญ AXTRA GREEN THE NEXT GEN เปลี่ยนการสร้างโมเมนต์ของ “จูเนียร์-มาร์ค” เป็นพลัง Soft Power ดึงคนรุ่นใหม่ร่วมรักษ์โลก

24 มี.ค. 2026
ในวันที่ “ความยั่งยืน” ไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่กลายเป็นมูฟเมนต์ใหม่ของคนรุ่นต่อไป
“ความยั่งยืน” จึงกลายเป็นสิ่งที่แทบทุกองค์กรต่างให้ความสำคัญ
คำถามสำคัญในวันนี้ จึงไม่ใช่ “ใครทำ” แต่คือ “ทำอย่างไรให้คนอยากมีส่วนร่วมจริง”
เพราะความท้าทายของการเดินหน้าเรื่องความยั่งยืน คือ การไปให้ไกลกว่าการสื่อสารให้ “รู้”
แต่อยู่ที่การทำให้คน “รู้สึก” และ “ลงมือทำ”
หนึ่งในแคมเปญรักษ์โลกที่ BrandCase มองว่าน่าสนใจและอยากชวนทุกคนมาไขรหัสด้วยกัน
คือ แคมเปญ AXTRA GREEN THE NEXT GEN ที่สลัดภาพจำของคู่พาร์ตเนอร์ ที่กำลังเป็นกระแสจากซีรีส์ My Romance Scammer รักจริง หลังแต่ง ให้กลายเป็น Soft Power ที่ดึงคนรุ่นใหม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมมารักษ์โลก
แคมเปญนี้ทำถึงอย่างไร ทำไมถึงประสบความเร็จ ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ

- จากเรื่องไกลตัว สู่เรื่องที่ “ฉันก็ทำได้”
สิ่งที่แคมเปญนี้ ทำได้ดี คือ การ “ลดระยะห่าง” ระหว่างคนรุ่นใหม่กับคำว่าความยั่งยืน
แทนที่จะสื่อสารด้วยภาษาทางการ หรือข้อมูลเชิงวิชาการ
ซีพี แอ็กซ์ตร้าเลือกเปิดพื้นที่แม็คโคร-โลตัสให้คนรุ่นใหม่ “เล่าเรื่องของตัวเอง” ผ่านคอนเทนต์ออนไลน์เกี่ยวกับเทคนิครักษ์โลก
ผลลัพธ์คือคอนเทนต์ที่ไม่ได้เกิดจากการบอกให้ทำ แต่เกิดจาก “ความอยากมีส่วนร่วม”
นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ จากการสื่อสารแบบ One-way กลายเป็นการสร้างบทสนทนาแบบ Two-way
จากผู้รับสาร สู่ “ผู้ร่วมสร้างสาร” ที่ทรงพลัง
เพราะ เมื่อคนรู้สึกว่า “นี่คือพื้นที่ของฉัน” ความยั่งยืนก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

- เมื่อโลกออนไลน์ ไม่ได้จบแค่บนหน้าจอ
สิ่งที่ทำให้ AXTRA GREEN THE NEXT GEN ก้าวไปอีกขั้น คือการไม่หยุดอยู่แค่ Engagement บนโลกดิจิทัล แต่เชื่อมต่อไปสู่ “ประสบการณ์จริง”
เนื่องจากผู้เข้าร่วมที่ได้รับการคัดเลือกได้ก้าวออกจากหน้าจอ เข้าสู่พื้นที่กิจกรรม ที่เปิดโอกาสให้ได้พบศิลปิน ได้พูดคุยเรื่องสิ่งแวดล้อม และได้เป็นส่วนหนึ่งของโมเมนต์พิเศษ
การเชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อนี้เอง ทำให้แคมเปญนี้ไม่ใช่แค่ “ไวรัลชั่วคราว” แต่กลายเป็น “ความทรงจำ” ที่มีคุณค่า และในโลกการสื่อสารยุคใหม่ ที่ “ประสบการณ์” คือสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่าคอนเทนต์ใด ๆ
- Soft Power ที่ไม่ได้ขายของ แต่มุ่ง “เปลี่ยนพฤติกรรม”
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการเลือกใช้ “จูเนียร์-มาร์ค” ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ มาร่วมจอยในแคมเปญ
งานนี้ไม่ได้ต้องการใช้กระแสของ “จูเนียร์-มาร์ค” เพิ่มการมองเห็น แต่ใช้ “ความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินกับแฟนคลับ” เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในโลกของแฟนด้อม
เพราะความผูกพันไม่ใช่เรื่องผิวเผิน แต่คือความรู้สึก
ดังนั้น เมื่อศิลปินที่ชื่นชอบ พูดถึงการแยกขยะ จึงไม่ใช่แค่การให้ข้อมูล แต่กลายเป็น “แรงบันดาลใจ” ทำให้แฟนด้อมรู้สึกอิน “อยากสนับสนุน” และ “อยากเป็นส่วนหนึ่ง”
เรียกได้ว่าเป็นการใช้พลังของ Soft Power สร้างการเปลี่ยนแปลง แทนที่จะเป็นการบอกให้เชื่อ

- กิมมิกเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนพฤติกรรมใหญ่
อีกหนึ่งกิมมิกของแคมเปญนี้ คือ กิจกรรมที่ให้ผู้เข้าร่วมนำขวดพลาสติกมาแลกสิทธิ์ลุ้น Lucky Draw
มองผิวเผินอาจเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ในเชิงกลยุทธ์ นี่คือ “จุดเชื่อม” ระหว่างแนวคิดกับการลงมือทำ
เพราะทันทีที่คนต้อง “พกขวดมา” การแยกขยะก็ไม่ใช่แค่เรื่องที่ฟังบนเวที แต่กลายเป็น “การกระทำจริง”
ยิ่งเมื่อพฤติกรรมถูกเชื่อมกับความสนุก ความตื่นเต้น และรางวัล การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ซึ่งถือเป็นหัวใจของการทำเรื่อง​ Sustainability ที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่เปลี่ยนความคิดแต่ต้อง “เปลี่ยนพฤติกรรม”
- จากแคมเปญ สู่แรงกระเพื่อม
สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำให้ AXTRA GREEN THE NEXT GEN มีศักยภาพมากกว่าแคมเปญทั่วไป คือองค์ประกอบที่ครบทั้ง “คน + คอนเทนต์ + ประสบการณ์ + อิทธิพล”
เมื่อคนรุ่นใหม่เริ่มสร้างคอนเทนต์ของตัวเอง มีศิลปินช่วยขยายเสียง บวกกับการมีประสบการณ์จริง มาตอกย้ำความรู้สึก
ทั้งหมดนี้รวมกัน กลายเป็น “แรงกระเพื่อม” ที่สามารถขยายต่อได้
ถ้ามองในภาพใหญ่ นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้าง “Green Culture” ที่ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนจากนโยบายเพียงอย่างเดียวแต่เติบโตจาก “ความสมัครใจของผู้คน”

จะเห็นว่า แคมเปญ AXTRA GREEN THE NEXT GEN ไม่ใช่แค่ภาพของกิจกรรมหนึ่งวัน
แต่คือภาพสะท้อนของบทบาทใหม่ขององค์กรขนาดใหญ่จากผู้ให้บริการ สู่ “ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง”
จากผู้สื่อสารสู่ “ผู้จุดประกาย”
ซีพี แอ็กซ์ตร้า กำลังแสดงให้เห็นว่า ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จริง เมื่อองค์กรกล้าที่จะ “ปล่อยพลังให้กับผู้คน” ที่สำคัญ บางครั้งการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่อาจเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ อย่างการแยกขยะหนึ่งขวดหรือคอนเทนต์หนึ่งคลิปที่ค่อย ๆ รวมกัน จนกลายเป็นพลังของทั้งประเทศ

เพราะสุดท้ายแล้ว ความยั่งยืนไม่ได้เกิดขึ้นจากใครคนหนึ่ง
แต่เกิดขึ้นเมื่อ “ทุกคน” รู้สึกว่า.. นี่คือเรื่องของเรา
© 2026 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.