
รู้จัก Green Transportation ระบบขนส่งสีเขียว ของกลุ่มเซ็นทรัล ใช้รถไฟฟ้า ส่งสินค้าและบริการทั่วไทย
5 ก.พ. 2026
รู้ไหมว่า ตอนนี้บริษัทในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ไม่ว่าจะเป็น บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC, บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN และ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL กำลังเปลี่ยนระบบโลจิสติกส์จากการใช้รถน้ำมันไปเป็นรถยนต์ไฟฟ้า
โดยโปรเจกต์นี้มีชื่อว่า Green Transportation ระบบขนส่งสีเขียว ที่ช่วยลดการปล่อยมลพิษจากการขนส่ง
ที่น่าสนใจคือ หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าตอนนี้ทางกลุ่มเซ็นทรัลได้เริ่มใช้ระบบนี้ในหลายบริษัทแล้ว
แล้วแต่ละบริษัททำอะไรไปแล้วบ้าง ?
BrandCase สรุปให้ง่าย ๆ ในโพสต์นี้
BrandCase สรุปให้ง่าย ๆ ในโพสต์นี้
1. เซ็นทรัล รีเทล โลจิสติกส์ (CRL)
เดินหน้าปรับเปลี่ยนระบบขนส่งและโลจิสติกส์จากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแบบเดิม สู่การใช้รถพลังงานไฟฟ้า (EV) ในการขนส่งสินค้าไปยังสาขาในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2565 เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
เดินหน้าปรับเปลี่ยนระบบขนส่งและโลจิสติกส์จากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแบบเดิม สู่การใช้รถพลังงานไฟฟ้า (EV) ในการขนส่งสินค้าไปยังสาขาในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2565 เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
นอกจากนี้ทางบริษัทยังมีแผนขยายการใช้งานครอบคลุมรถจักรยานยนต์ และรถบรรทุก 4 ล้อ, 6 ล้อ และ 14 ล้อ เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการขนส่งในระยะยาว
2. Tops
Tops ซูเปอร์มาร์เก็ตเรือธงในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าพัฒนาระบบโลจิสติกส์อย่างยั่งยืน โดยร่วมมือกับ FLS Group ผู้นำด้านโซลูชันซัปพลายเชนระดับโลก
เปิดตัวรถบรรทุกควบคุมอุณหภูมิพลังงานไฟฟ้า 10 ล้อ และรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า 18 ล้อ (EV Truck) เพื่อใช้ในการกระจายสินค้าไปยังร้าน Tops ในต่างจังหวัด

เริ่มนำร่องในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และคาดว่าจะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 13,335 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ภายในระยะเวลา 5 ปี
3. ไทวัสดุ
ได้นำรถบรรทุกพลังงานสะอาด (EV Truck) มาใช้ในการขนส่งสินค้าจากคลังไปยังสาขาทั่วประเทศ โดยในปี 2568 ได้เพิ่มรถบรรทุกพลังงานสะอาดอีก 10 คัน ทำให้ปัจจุบันมีรถ EV Truck ประเภทรถพ่วงแม่ลูก รวมทั้งหมด 22 คัน เพื่อใช้ในการขนส่งจาก 21 สาขา เป็น 60 สาขา ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือตอนล่าง
สามารถลดการใช้น้ำมันได้ 588,157 ลิตร และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 1,611,000 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์
นอกจากนี้ ไทวัสดุมีแผนขยายสถานีชาร์จไฟฟ้าไปยังพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและภาคใต้ภายในปี 2569

4. GO Wholesale
ศูนย์ค้าส่งสินค้าเพื่อธุรกิจอาหารและร้านค้าปลีก ก็มีการนำยานพาหนะไฟฟ้า (EV) ทั้งรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและรถสามล้อไฟฟ้า มาใช้ในการขนส่งสินค้าแบบ Last Mile Delivery เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และลดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ
โดยปัจจุบัน GO Wholesale ใช้ยานพาหนะไฟฟ้าในการขนส่งครอบคลุมทุกสาขาทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น
- รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 86 คัน
- รถสามล้อไฟฟ้า 1 คัน
- และมีแผนที่จะนำยานพาหนะไฟฟ้าขนาดใหญ่ขึ้นมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและยกระดับการให้บริการในอนาคต
- รถสามล้อไฟฟ้า 1 คัน
- และมีแผนที่จะนำยานพาหนะไฟฟ้าขนาดใหญ่ขึ้นมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและยกระดับการให้บริการในอนาคต


5. โรบินสันไลฟ์สไตล์
ศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล เริ่มมีการนำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้ ในการตรวจการณ์ความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร พร้อมกำหนดเป็นมาตรฐานการจัดซื้อทดแทนในทุกสาขา
นอกจากนี้ ยังมีการใช้รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (รถกอล์ฟ EV) เพื่อให้บริการลูกค้าในลานจอดรถ โดยปัจจุบันมีการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 5 คัน ใน 5 สาขา ได้แก่ ภูเก็ต (ฉลอง), ฉะเชิงเทรา, สระบุรี, ราชบุรี, และท็อปส์พลาซ่าพะเยา
และรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า 2 คัน ใน 2 สาขา ได้แก่ ฉะเชิงเทรา และสุพรรณบุรี
6. เซ็นทรัลพัฒนา (CPN)
เจ้าของศูนย์การค้าเซ็นทรัลหลายแห่ง ก็ได้มีการจัดงานกรีนเอ็กซ์โปอย่าง “The Better Futures Project 2025 RE-lifestyle Roadshow” ร่วมกับทาง RIDDARA
เปิดตัวรถกระบะไฟฟ้าพุ่มพวงในรูปแบบ “อิเวนต์เคลื่อนที่ รักโลก รักชุมชน” เดินทางจากเหนือจรดใต้

แนวคิดการจัดอิเวนต์เคลื่อนที่ด้วยรถกระบะไฟฟ้าถือเป็นรูปแบบใหม่ของการจัดงานที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 355 กิโลกรัม/เที่ยว เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 16 ต้น เมื่อเทียบกับการใช้รถบรรทุก 6 ล้อ โดยรถ 1 คัน

เดินทางรวมระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร พร้อมแวะชาร์จไฟฟ้าที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลกว่า 40 สาขา และจุดชาร์จมากกว่า 600 จุดทั่วประเทศ เพื่อจัดกิจกรรมด้านความยั่งยืนที่สนุก เข้าใจง่าย และเข้าถึงผู้คนในหลากหลายพื้นที่
7. โรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา
ให้บริการรถรับส่งภายในพื้นที่ด้วยรถบักกีพลังงานไฟฟ้า (Buggy) เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดต้นทุนเชื้อเพลิง และไม่ก่อมลพิษในบริเวณที่พักลูกค้า
ปัจจุบันมีการใช้งานรถบักกีไฟฟ้ามากกว่า 60 คัน ครอบคลุมหลายแห่ง อาทิ เซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ท ภูเก็ต, เซ็นทารา ซันไรซ่า เรสซิเดนซ์และสวีท ศรีราชา, เซ็นทารา ชานทะเล รีสอร์ทและวิลลา ตราด, เซ็นทาราพัทยา รวมถึงรีสอร์ตในต่างประเทศ เช่น เวียดนาม และมัลดีฟส์

นอกจากนี้ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ บางกอก พระนคร ยังให้บริการรถตุ๊กตุ๊กพลังงานไฟฟ้า สำหรับการเดินทางในเส้นทางถนนข้าวสารและรอบเขตพระนคร
พร้อมทั้งมีบริการจักรยานสำหรับลูกค้าในหลายสาขาและจัดสรรพื้นที่สำหรับจักรยานไฟฟ้าและสกูตเตอร์ไฟฟ้าร่วมกับพันธมิตร เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับลูกค้าและสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงการ Green Transportation ที่ทางกลุ่มเซ็นทรัล กำลังให้ความสำคัญเพื่อไปสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 นั่นเอง..