โมเดลธุรกิจ ปูนซิเมนต์ไทย รายได้หลักตอนนี้ ไม่ใช่ธุรกิจปูน

โมเดลธุรกิจ ปูนซิเมนต์ไทย รายได้หลักตอนนี้ ไม่ใช่ธุรกิจปูน

5 ก.พ. 2024
โมเดลธุรกิจ ปูนซิเมนต์ไทย รายได้หลักตอนนี้ ไม่ใช่ธุรกิจปูน | BrandCase
พอพูดถึง ปูนซิเมนต์ไทย หลายคนอาจจะคิดว่า ธุรกิจหลัก ๆ ของบริษัทนี้ยังคงเป็น ธุรกิจผลิตปูนซีเมนต์
แต่ในตอนนี้ รายได้หลักของปูนซิเมนต์ไทยนั้น ไม่ได้มาจากธุรกิจปูน
แต่เป็นธุรกิจเคมิคอลส์
โมเดลธุรกิจ ปูนซิเมนต์ไทย เป็นอย่างไร ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย หรือ SCC นั้น ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2456 หรือเมื่อ 111 ปีที่แล้ว
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตปูนซีเมนต์ วัสดุก่อสร้างที่สำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศและทดแทนการนำเข้า
หลังจากนั้นธุรกิจของ SCC ก็เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายมาเป็นหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนยักษ์ใหญ่ของตลาดหุ้นไทย
โดยปัจจุบัน SCC เป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาด สูงถึง 320,000 ล้านบาท
แล้ววันนี้ SCC ทำธุรกิจอะไรบ้าง ?
ปัจจุบัน ธุรกิจหลักของ SCC แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ
ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง
โดยธุรกิจนี้จะเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้าง และการจัดจำหน่าย
โดยมีกลุ่มสินค้าหลักอย่าง ปูนซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง และสินค้ากลุ่มเซรามิก ภายใต้แบรนด์อย่าง SCG
โดย SCC นั้นถือเป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ในอาเซียน
ธุรกิจเคมิคอลส์
เกี่ยวกับธุรกิจปิโตรเคมีครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ปิโตรเคมีขั้นต้นจนถึงขั้นปลาย
โดยผลิตภัณฑ์หลักคือ โอเลฟินส์ และเม็ดพลาสติก
รวมถึงธุรกิจบริการท่าเทียบเรือและคลังเก็บผลิตภัณฑ์ ให้บริการคลังเก็บเคมีภัณฑ์ทั้งที่เป็นก๊าซและของเหลว
โดยสินค้าเคมีภัณฑ์ของบริษัท ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ มากมาย เช่น การแพทย์ สาธารณสุข ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า
ปัจจุบัน ธุรกิจเคมิคอลส์ อยู่ภายใต้การบริหารงานของ บมจ.เคมิคอลส์ หรือ SCGC
ธุรกิจแพ็กเกจจิง
เริ่มต้นด้วยการเป็นผู้ผลิตกระดาษคุณภาพสูง ก่อนที่จะต่อยอดมาทำธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ ผลิต ขนส่ง และจัดเก็บเข้าสู่กระบวนการผลิต
โดยธุรกิจแพ็กเกจจิงถูกนำไปใช้เป็น บรรจุภัณฑ์จากเยื่อกระดาษ, บรรจุภัณฑ์จากวัสดุสมรรถนะสูงและพอลิเมอร์, วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ และบรรจุภัณฑ์อาหาร
ปัจจุบัน ธุรกิจแพ็กเกจจิงอยู่ภายใต้การบริหารงานของ บมจ.เอสซีจี แพคเกจจิ้ง หรือ SCGP
ผลประกอบการของ 3 ธุรกิจหลักของ SCC ปี 2566
รายได้
ธุรกิจเคมิคอลส์ 191,482 ล้านบาทธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง 189,348 ล้านบาทธุรกิจแพ็กเกจจิง 129,398 ล้านบาท
กำไร
ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง 13,410 ล้านบาทธุรกิจแพ็กเกจจิง 5,248 ล้านบาทธุรกิจเคมิคอลส์ 589 ล้านบาท
จะเห็นว่าปีที่ผ่านมา ธุรกิจเคมิคอลส์นั้น มีรายได้มากที่สุด แต่กำไรกลับน้อยที่สุด
ซึ่งสาเหตุหลักมาจาก ราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ปรับตัวลดลง เพราะความต้องการสินค้าปิโตรเคมีที่ยังคงอ่อนแอ
รวมไปถึงยังมีกําลังการผลิตสินค้าใหม่ในกลุ่มปิโตรเคมีเพิ่มขึ้น จนกดดันให้ส่วนต่างราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบนั้นลดลง
ทีนี้เมื่อธุรกิจที่สร้างรายได้หลักให้ กลับไม่ทำกำไรเท่าไรนัก
ทำให้ที่ผ่านมา กลุ่ม SCC ก็เริ่มหันมาลงทุน พัฒนานวัตกรรมพลาสติกที่สร้างมูลค่าเพิ่ม
และมีการขยายไปสู่ธุรกิจรีไซเคิลในทวีปยุโรป และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการผลิต เพื่อลดต้นทุน
ทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องราวของ SCC บริษัทปูนไทย ที่ตอนนี้มีรายได้หลักมาจาก ธุรกิจเคมิคอลส์
และปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
หุ้น SCC เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยในปี 2518 ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับที่ตลาดหุ้นไทยเริ่มทำการซื้อขายอย่างเป็นทางการ
ก็หมายความว่า หุ้น SCC อยู่ในตลาดหุ้นไทยมานานถึง 49 ปี แล้วนั่นเอง..
References
-https://www.set.or.th/th/market/product/stock/quote/scc/factsheet
-https://www.set.or.th/th/about/overview/journey
-https://www.scgpackaging.com/th/our-business
-แบบฟอร์ม 56-1 ปี 2562, บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย
-แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี/รายงานประจำปี 2565, บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย
© 2024 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.