สรุป 4 ข้อ วิธีทำแคมเปญ ให้คนจดจำ ฉบับ Burger King

สรุป 4 ข้อ วิธีทำแคมเปญ ให้คนจดจำ ฉบับ Burger King

1 ธ.ค. 2023
ไม่นานมานี้ Burger King เพิ่งเปิดตัวเมนูใหม่ ชื่อว่า “โบโลเนส คอลเลคชัน” ที่นำเอาซอสโบโลเนส หรือซอสแดง ซึ่งเป็นซอสขึ้นชื่อของประเทศอิตาลี มาทำเป็นเมนูใหม่
ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากบรรดาแฟน ๆ 
และหลายแคมเปญที่ผ่านมา Burger King ก็ประสบความสำเร็จ จนเป็นที่จดจำอยู่เป็นประจำ 
เช่น แคมเปญ Real Meat Burger เบอร์เกอร์เนื้อ 100 ชิ้น ที่เป็นไวรัลระเบิดบนโลกออนไลน์
แล้วอะไรคือเคล็ดลับสำคัญ ที่ทำให้หลายแคมเปญของ Burger King ประสบความสำเร็จ ?
BrandCase สรุปให้ จากงานแถลงข่าวล่าสุด ของ Burger King ประเทศไทย..
ทีมการตลาดของ Burger King ได้แชร์เทคนิคการตลาดที่สามารถครองใจผู้บริโภคคนไทย สรุปง่าย ๆ เป็น 4 ข้อ
1. สินค้าต้องทำให้เด่น และแตกต่างจากคู่แข่งก่อน
เช่นในปี 2566 เบอร์เกอร์คิงได้เปิดตัวเมนูใหม่ ๆ ที่แตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ 
ตัวอย่างเช่น
- Hershey’s Chocolate Burger ที่เป็นส่วนผสมระหว่างเมนูของคาวและของหวาน ซึ่งมีความแปลกใหม่
- เมนูไก่ทอดหาดใหญ่และข้าวเหนียว ที่ทำให้ลูกค้าหาซื้อได้ง่ายขึ้น
- พายขนมครก
- The Real Cheeseburger เมนูชีสเบอร์เกอร์ 20 แผ่น
- The Real Meat Burger เมนูเบอร์เกอร์เนื้อ ที่ให้สั่งเนื้อได้ตั้งแต่ 3 ชิ้น ไปจนถึง 100 ชิ้น
และล่าสุดก็มีเมนูใหม่อย่าง “โบโลเนส คอลเลคชัน” (Bolognese Collection) 
ที่นำเอาซอสโบโลเนสซึ่งเป็นซอสขึ้นชื่อของประเทศอิตาลี หรือซอสแดง มาทำเป็นเมนูใหม่
โดยทั้งหมด 3 เมนู ได้แก่ เบอร์เกอร์ไก่ชิ้นยาวซอสแดง ดับเบิ้ลเบอร์เกอร์เนื้อซอสแดง และเฟรนช์ฟรายส์ชีสซอสแดง
2. คอนเทนต์ที่สื่อสารออกมา ต้องทำให้แปลก และแตกต่างจากคู่แข่ง
เบอร์เกอร์คิงยังใช้อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือ การทำแคมเปญการตลาดออนไลน์เพื่อสื่อสารถึงผู้บริโภคแบบเรียลไทม์
เช่น แคมเปญ The Real Burger ที่เป็นการโปรโมตแท็กไลน์ของร้าน Have It Your Way 
เพื่อตอกย้ำว่าเบอร์เกอร์ที่อร่อยที่สุด คือเบอร์เกอร์ในแบบที่เราชอบ 
จนเป็นที่มาของปรากฏการณ์ Real Cheese Burger เบอร์เกอร์ชีสล้วน 20 แผ่น  
และ Real Meat Burger เบอร์เกอร์เนื้อ 100 ชิ้น ที่สร้างกระแสไวรัลบนโลกออนไลน์ไปทั่วประเทศ 
ซึ่งแคมเปญดังกล่าวส่งผลให้ยอดเอนเกจเมนต์บนเฟซบุ๊ก Burger King Thailand เพิ่มขึ้นกว่า 3,000%
ทำให้ Burger King สามารถขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ได้เพิ่มขึ้น 50% 
รวมถึงยอดการลงทะเบียนในแอปพลิเคชันเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า 
และสร้างยอดขายสูงสุดในช่วงระยะเวลาที่ออกแคมเปญให้เพิ่มขึ้น กว่า 20%
3. ตั้งใจฟังผู้บริโภค แล้วเอามาต่อยอดให้ได้
อย่างเช่น ความพิเศษของเมนูใหม่อย่าง “โบโลเนส คอลเลคชัน” มาจากแคมเปญบนเฟซบุ๊ก Burger King Thailand 
ที่ให้ผู้ติดตามช่วยกันตั้งชื่อเมนูใหม่ที่กำลังจะวางจำหน่าย 
โดยการที่เลือกใช้ชื่อเมนูดังกล่าว เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่จะช่วยทำให้ผู้บริโภคจดจำสินค้าได้ง่ายขึ้น 
ซึ่งสะท้อนการเป็นแบรนด์ที่มีคอมมิวนิตีที่แข็งแรง ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค
และเหมือนเป็นการให้ผู้บริโภคได้ มีส่วนร่วมออกความเห็น สร้างอะไรใหม่ ๆ ไปกับแบรนด์ด้วย
4. หลักการทำการตลาด สรุปออกมาได้ 3 ข้อ คือ
- Humanize สร้างแบรนด์ให้มีความเป็นมนุษย์
การสร้างแบรนด์และทำคอนเทนต์ ต้องสื่อสารให้มีความเป็นธรรมชาติ
เสมือนว่าแบรนด์เป็นเพื่อนคนหนึ่งของลูกค้า มีมุกตลกขบขันและโต้ตอบระหว่างกัน ซึ่งจะทำให้ลูกค้ากับแบรนด์มีความใกล้ชิดกันมากขึ้น
และสิ่งนี้ยังทำให้บรรยากาศการโต้ตอบระหว่างแบรนด์กับลูกค้ามีความเป็นกันเองมากขึ้น
ซึ่งช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าถึงข้อมูลอินไซต์ของผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น
- Localize ทำการตลาดโดยให้ความสำคัญกับคนในพื้นที่
หลักการในข้อนี้ก็คือ การพัฒนาสินค้าและบริการอย่างไรก็ได้ให้ตอบโจทย์กับคนในท้องถิ่น
ตัวอย่างเมนูของ Burger King เช่น ไก่ทอดหาดใหญ่ ซึ่งเป็นเมนูที่ถูกปากคนไทยหลายคน
- Personalize ทำการตลาดโดยให้ความสำคัญกับลูกค้า เป็นรายบุคคล
การทำการตลาดที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นรายบุคคล จะทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความใส่ใจ และมีประสบการณ์ร่วมที่ดีกับแบรนด์
ซึ่งเบอร์เกอร์คิงทำการตลาดวิธีนี้ โดยอาศัยการเก็บข้อมูลเชิงลึกจากแอปพลิเคชันของตัวเอง
ทำให้เบอร์เกอร์คิงทราบได้ว่า ลูกค้าแต่ละคนชอบทาน หรือไม่ชอบทานเมนูอะไร
และทำให้การมอบโปรโมชันเพื่อส่งเสริมการตลาดทำได้ตรงใจลูกค้ามากขึ้น
เช่น ถ้าลูกค้าชอบกินไก่ ก็จะส่งโปรโมชันลดราคาเมนูไก่ไปให้
แต่ถ้าลูกค้าไม่กินไก่ ก็จะมอบโปรโมชันลดราคาเมนูอื่นแทน เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้านั่นเอง..
© 2024 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.