รู้จัก BYD จากผลิตแบตเตอรี่ให้ NOKIA สู่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของโลก

รู้จัก BYD จากผลิตแบตเตอรี่ให้ NOKIA สู่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของโลก

11 เม.ย. 2022
รู้จัก BYD จากผลิตแบตเตอรี่ให้ NOKIA สู่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของโลก | BrandCase
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “รถยนต์ไฟฟ้า”
คือเมกะเทรนด์ที่มาแรง และถูกพูดถึงมากที่สุดเรื่องหนึ่งในตอนนี้
และช่วงที่ผ่านมาเราก็เห็นค่ายรถยนต์หลายรายรุกตลาดนี้กันอย่างคึกคัก
และประเทศจีน ก็เป็นประเทศหนึ่งที่มีค่ายรถยนต์ที่รุกเข้ามากินส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแบบไม่มีใครยอมใคร
อย่างในไทยที่เราเห็น ก็เช่น
GWM ที่ส่ง ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้าหน้าตาน่ารัก ที่เน้นเจาะตลาดสาว ๆ คนรุ่นใหม่
หรือ MG ที่อดีตเคยเป็นแบรนด์ยุโรป แต่วันนี้ย้ายสัญชาติมาเป็นของคนจีน ก็มีรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเช่น New MG ZS EV เข้ามาทำตลาดในไทย
อีกค่ายที่กำลังน่าจับตามากในตอนนี้ คือ “BYD”
ที่หลาย ๆ คนกำลังลุ้นให้มาตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ทำตลาด และวางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการเสียที
แล้วที่มาที่ไป และความน่าสนใจของ BYD แบรนด์นี้ เป็นอย่างไร ?
เรามาดูกัน..
BYD เป็นบริษัทจากประเทศจีน ที่ก่อตั้งโดยคุณ Wang Chuanfu
ผู้ที่เกิดในครอบครัวชาวนาที่ยากจนในมณฑลอานฮุย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน ตั้งแต่ปี 1995 หรือราว 27 ปีก่อน
โดยชื่อของ BYD นั้น ย่อมาจาก “Build Your Dream” หรือแปลเป็นไทยว่า “สร้างฝันของคุณ”
สำหรับเรื่องราวของคุณ Wang Chuanfu นั้น
คุณพ่อคุณแม่ของเขาได้จากเขาไปตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้เขาถูกเลี้ยงมาโดยพี่ชาย และพี่สาวของเขา
การจากไปของพ่อแม่ ทำให้ชีวิตของคุณ Wang Chuanfu ประสบความยากลำบากมาตั้งแต่เด็ก
เขาต้องขอยืมเงินจากเพื่อนบ้านเพื่อเป็นทุนในการเรียนหนังสือ
แต่ความยากลำบากตั้งแต่เด็ก ทำให้เขามีความมุ่งมั่นในการเรียนอย่างมาก จนกระทั่งเขาเรียนจบปริญญาโท จาก Beijing Non-Ferrous Research Institute
หลังจากเรียนจบ เขาทำงานให้กับหน่วยงานวิจัยของรัฐบาลจีนหลายปี ก่อนที่จะออกมาทำงานในบริษัทเอกชน
ระหว่างนั้นเขาได้ทำการศึกษา และพบว่าอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ในประเทศจีน มีโอกาสจะเติบโตอย่างมากในอนาคต
พอรู้แบบนี้ และตัวเขาก็เริ่มมีประสบการณ์ มีเงินทุน
จึงได้ตัดสินใจก่อตั้งบริษัท BYD Company Limited ขึ้นในปี 1995 โดยบริษัทของเขาเริ่มต้นจากการเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน
ในปี 2002 BYD ก็ได้เซ็นสัญญาเป็นบริษัทซัปพลายเออร์ผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนให้ NOKIA เป็นเจ้าแรกในจีน
และยังเป็นซัปพลายเออร์ให้กับอีกหลายแบรนด์มือถือชื่อดังในสมัยนั้น อย่างเช่น MOTOROLA
ในระยะเวลาไม่ถึง 10 ปี BYD สามารถครองส่วนแบ่งมากกว่า 50% ในตลาดผู้ผลิตแบตเตอรี่สำหรับโทรศัพท์มือถือ อีกทั้งยังเป็นผู้ผลิตถ่านชาร์จรายใหญ่ที่สุดในประเทศจีน
จุดเปลี่ยนของ BYD เกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2002
เมื่อบริษัท BYD ได้ไปซื้อบริษัทรถยนต์ Tsinchuan Automobile เข้ามาเป็นบริษัทลูก
แล้วทำการเปลี่ยนชื่อเป็น “BYD Auto”
ในช่วงแรกนั้น BYD Auto ยังเน้นผลิตและจำหน่ายรถยนต์ที่ใช้น้ำมันอยู่
โดยรูปลักษณ์รถยนต์ของ BYD นั้นจะเน้นไปที่รูปทรงเหมือนรถยนต์จากแบรนด์ญี่ปุ่นและยุโรป
แต่ในปี 2008 BYD Auto สามารถผลิตรถพลังงานไฟฟ้าแบบปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) คันแรกของโลกได้
ชื่อว่า “BYD Auto's F3DM PHEV-60 hatchback”
โดย BYD Auto ใช้ความชำนาญของการเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่มาก่อน มาพัฒนาต่อยอด จนได้รับความสนใจจากผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอย่างมาก
และเรื่องนี้โด่งดังมาก จนทำให้ในปีดังกล่าว คุณวอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนชื่อดังของโลก เข้ามาลงทุนในบริษัท BYD ด้วยมูลค่าราว 7,000 ล้านบาท
ทำให้ในวันนี้ นอกจาก BYD จะเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของโลก BYD ยังเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่
ผลประกอบการของ BYD Company Limited ที่ผ่านมา
ปี 2019 รายได้ 673,000 ล้านบาท กำไร 8,500 ล้านบาท
ปี 2020 รายได้ 825,000 ล้านบาท กำไร 22,300 ล้านบาท
ปี 2021 รายได้ 1,139,000 ล้านบาท กำไร 16,100 ล้านบาท
โดยที่รายได้ของ BYD ในปี 2021 มาจาก
- ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า 51.9%
- ธุรกิจผลิตและประกอบชิ้นส่วนมือถือ 40.5%
- ธุรกิจแบตเตอรี่ และแผงโซลาร์เซลล์ 7.3%
- อื่น ๆ 0.3%
หมายความว่า BYD มีรายได้มาจากการขายรถยนต์ไฟฟ้าเป็นรายได้หลักแล้ว ซึ่งคิดเป็นมูลค่าประมาณ 591,000 ล้านบาท
ปัจจุบัน BYD Company Limited จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น
โดยมีมูลค่าบริษัทปัจจุบัน ประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท
โดยธุรกิจผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของ BYD นั้น มีทั้งผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และรถบัสไฟฟ้า
ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว รถยนต์ไฟฟ้าของ BYD ทำตลาดและถูกวางขายในจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน
ถ้าลองมาดูส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2021 ที่ผ่านมา ข้อมูลจากเว็บไซต์ Canalys
อันดับ 1: Tesla 14%
อันดับ 2: Volkswagen Group 12%
อันดับ 3: SAIC 11%
อันดับ 4: BYD 9%
ส่วนในประเทศไทย ก่อนหน้านี้ ก็ได้มีการนำเอารถยนต์ของ BYD มาใช้แล้วบ้าง
อย่างเช่น BYD รุ่น e6 ที่ถูกนำมาให้บริการในสนามบินสุวรรณภูมิ
และก็น่าติดตามว่า
ภายใต้กระแสรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังมาแรงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างทุกวันนี้
BYD จะสามารถเติบโตไปกับเทรนด์นี้ ได้ดีแค่ไหนในอนาคต
และจะเข้ามารุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทย อย่างเป็นทางการเมื่อไร..
References
-BYD Company Ltd. Annual Report 2021
-http://www.byd.com/en/CompanyIntro.html
-https://finance.yahoo.com/quote/1211.HK/financials?p=1211.HK
-https://daydaynews.cc/en/emotion/681987.html
-https://en.wikipedia.org/wiki/Wang_Chuanfu
-https://dlmag.com/byd-is-the-worlds-largest-electric-vehicle-maker-5-things-you-should-know-about-byd/
-https://markets.businessinsider.com/news/stocks/warren-buffett-berkshire-hathaway-gain-byd-electric-vehicles-investment-2021-1-1029995920
-https://www.canalys.com/newsroom/global-electric-vehicle-market-2021
-https://www.autodeft.com/deftscoop/byd-e6-taxi-vip-ev-thailand
© 2022 BrandCase. All rights reserved.