ส่องกลยุทธ์ รีแบรนด์อายุเกือบร้อยปี ให้ยังฮิตติดตลาด ฉบับศรีจันทร์

ส่องกลยุทธ์ รีแบรนด์อายุเกือบร้อยปี ให้ยังฮิตติดตลาด ฉบับศรีจันทร์

4 ต.ค. 2021
ส่องกลยุทธ์ รีแบรนด์อายุเกือบร้อยปี ให้ยังฮิตติดตลาด ฉบับศรีจันทร์ | THE BRIEFCASE
ลองนึกเล่น ๆ กันดูว่า ถ้าเราเดินไปที่ร้านขายเครื่องสำอางใหญ่ ๆ อย่าง EVEANDBOY หรือร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven แบรนด์เครื่องสำอางสัญชาติไทยในตำนานที่มีอายุเกือบร้อยปี หรือแบรนด์ที่คุณยายของเราใช้กันตั้งแต่สมัยสาว ๆ ในวันนี้ยังคงมีอยู่ให้เห็นกี่แบรนด์ ?
หากยังนึกไม่ออก หรือนึกแบรนด์เก่าแก่ขึ้นมาในหัวได้น้อยกว่า 3 แบรนด์
นั่นก็แปลว่า แบรนด์เครื่องสำอางไทย ค่อย ๆ หายไปจากชั้นวางสินค้าและความทรงจำเรียบร้อยแล้ว
ด้วยการแข่งขันของตลาดเครื่องสำอางที่สูงมาก หากไม่มีกลยุทธ์ไม้เด็ดมากพอ ก็มักจะโดนแบรนด์ใหม่ ๆ เข้าไปแทนที่ในตลาดได้อย่างง่ายดาย
แต่มีเครื่องสำอางอยู่แบรนด์หนึ่ง ที่ไม่เคยทำตัวเองให้ดูเก่า แถมยังคงจับต้องได้ง่าย
นั่นก็คือ “แบรนด์เครื่องสำอางศรีจันทร์”
ซึ่งแม้จะมีอายุกว่า 70 ปีแล้ว แต่ปัจจุบันก็ยังโดนใจสาว ๆ หลายเจเนอเรชัน และยังตีตลาดต่างประเทศได้อีกด้วย
แบรนด์เครื่องสำอางศรีจันทร์ มีกลยุทธ์อะไร ที่ทำให้ยังแมสในกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ ?
คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่ 3 ของแป้งศรีจันทร์ และปัจจุบันเป็น CEO ของศรีจันทร์ ได้ทำการปัดฝุ่นโครงสร้างบริษัท ระบบการทำงาน และตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งหมด
1. เปลี่ยนกระบวนการทำงาน ให้เป็นระบบและเพิ่มความรวดเร็วมากที่สุด
จากตอนแรกที่ทุกอย่างใช้การจดมือ และมีเซลแค่คนเดียว
แม้แต่สินค้าอย่างผงหอมศรีจันทร์ ที่ไม่มีแม้แต่บาร์โคดบนตัวสินค้า จึงวางจำหน่ายบนศูนย์การค้าไม่ได้ ทำให้คุณรวิศมองหาทางออกสำคัญอย่าง การเร่งนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงาน
ซึ่งการใช้งานคอมพิวเตอร์ นอกจากจะช่วยสร้างความรวดเร็วในกระบวนการทำงานแล้ว
เราสามารถเก็บข้อมูล ตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น
พูดง่าย ๆ ว่าถ้าเราอยากจะมีสินค้าทันยุค แต่กระบวนการทำงานยังเป็นไปอย่างล่าช้า
แม้เราจะมีไอเดียที่ดี หรือมีสินค้าดีมีคุณภาพแค่ไหน แต่ถ้าทำออกมาไม่ทันใจคนซื้อ
ต้องยอมรับว่า สิ่งที่เราตั้งใจทำมาทั้งหมด ก็อาจจะไม่มีความหมายไปเลยก็ได้
2. ทำการบ้านให้หนักว่า “ในวันนี้ ลูกค้าต้องการอะไร”
สิ่งหนึ่งที่ทำให้แบรนด์ตกยุค คือการนำเสนอสินค้าที่ไม่ตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคปัจจุบัน
ซึ่งการทำสินค้าให้ตอบโจทย์คนสมัยใหม่ได้นั้น ก็ต้องหาวิธีให้เราเข้าใจลูกค้าได้มากพอ
โดยคุณรวิศและทีมงานก็ได้ลงพื้นที่ด้วยตัวเอง ศึกษาหาข้อมูลและวิเคราะห์ตลาดกว่า 8 เดือน ในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ เพื่อคุยกับลูกค้า จนทำให้รู้ว่าแท้จริงแล้ว ลูกค้าศรีจันทร์ต้องการอะไร
พูดง่าย ๆ ว่า หากจะทำแบรนด์ให้ทันสมัย คนทำธุรกิจก็ต้องตามให้ทันยุคสมัยเช่นกัน
เพราะลูกค้ามีความต้องการเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ลูกค้าต้องการเมื่อปีที่แล้ว กับสิ่งที่ลูกค้าต้องการในวันนี้ อาจจะไม่เหมือนเดิมก็เป็นได้
ดังนั้น เราจะยึดข้อมูลเก่า ๆ แล้วหวังจะขายลูกค้าในปัจจุบันให้ได้ คงเป็นเรื่องยาก..
3. นอกจาก สินค้าที่ใช่ ยังต้องทำให้คนยุคใหม่ เข้าถึงสินค้าได้ง่าย
คุณรวิศปรับภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งใหญ่ เปลี่ยนจาก “ผงหอมศรีจันทร์” เป็น “ศรีจันทร์”
พร้อมกับเปลี่ยนโลโกและแพ็กเกจจิงใหม่ทั้งหมด เพราะจากข้อมูลที่ได้รับมาจากลูกค้าในพื้นที่ต่าง ๆ
หลายคนต่างบอกว่า รูปโลโกเทวดาดูโบราณ ทำให้ไม่อยากถือออกจากบ้าน
อีกทั้งยังมีหนังโฆษณา ช่วยสร้างการรับรู้ภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์
ซึ่งในช่วงนั้น ต้องยอมรับว่า วิธีนี้ถือว่าช่วยสร้างการรับรู้ใหม่ ๆ ไปสู่ลูกค้าได้มากที่สุด
โดยโฆษณาชิ้นนี้ ใช้เทคนิคการถ่ายทำและตัดต่อที่เปลี่ยนภาพเดิมของ ผงหอมศรีจันทร์ทั้งหมด
เช่น โชว์ให้เห็นเทคโนโลยีเนื้อแป้งโปร่งแสง บอกคุณสมบัติควบคุมความมัน โชว์ตลับพร้อมฝาหมุนแบบพิเศษ และพัฟรูปแบบใหม่
หลังจากนั้น ศรีจันทร์ ก็เริ่มนำสินค้าไปวางขายใน 7-Eleven
รวมทั้งลงพื้นที่แจกสินค้าให้ลูกค้าได้ทดลองใช้ฟรี และยังได้เพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายในการส่งถึงบ้าน
โดยมีโปรโมชันจัดส่งฟรี ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่าย และทั่วถึงทั้งประเทศ
รู้หรือไม่ว่า ในปี 2558 หลังจากที่ปล่อยโฆษณาไปเพียง 10 วัน
ยอดขายของศรีจันทร์ ทรานส์ลูเซนท์ พาวเดอร์ ทะลุ 200,000 ชิ้น
และภายในเดือนเดียวกัน บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ ก็มียอดขายสูงที่สุด นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา..
ผลประกอบการในช่วงนั้นของศรีจันทร์ เติบโตแบบก้าวกระโดด
ปี 2557 รายได้ 159 ล้านบาท ขาดทุน -19 ล้านบาท
ปี 2558 รายได้ 327 ล้านบาท กำไร 34 ล้านบาท
ปัจจุบันนี้ ศรีจันทร์ นอกจากจะเป็นที่รู้จักของกลุ่มคนรุ่นใหม่ในประเทศไทยแล้ว
ยังมีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการมากมายในต่างประเทศ เช่น ไต้หวัน, ฮ่องกง, สปป.ลาว, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น
อ่านมาถึงตรงนี้ จะเห็นได้ว่า คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ผู้นำของศรีจันทร์ คือหนึ่งบุคคลต้นแบบที่ดี ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ และพร้อมที่จะแก้ไขปรับเปลี่ยนธุรกิจให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
ซึ่ง “การปรับตัว” ก็คือหัวใจสำคัญที่ทำให้แบรนด์ยังคงอยู่ และสร้างโอกาสเติบโตต่อไปได้ แม้ว่าแบรนด์จะมีอายุเกือบร้อยปีแล้วก็ตาม
สุดท้ายนี้ หากใครที่อยากทดสอบว่า แบรนด์ศรีจันทร์ ยังแมสจริงหรือไม่
ก็ลองไปถามคนรอบตัว ทั้งรุ่นแม่ และรุ่นลูก ๆ ดูก็ได้ว่า รู้จักแบรนด์ศรีจันทร์ไหม ?
References:
-https://www.voicetv.co.th/read/478806
-https://www.krungsri.com/th/plearn-plearn/srichand-how-to-rebrand-and-go-inter
© 2022 BrandCase. All rights reserved.