
ทิพยประกันชีวิต กำไรครึ่งปี 2569 โต 194% เบื้องหลังไม่ใช่แค่ “ขายประกันได้มากขึ้น” แต่กำลังใช้ AI เปลี่ยนวิธีทำธุรกิจ
18 ส.ค. 2026
ถ้าดูเฉพาะตัวเลขครึ่งปีแรก 2569 ของทิพยประกันชีวิตถือว่าน่าสนใจมาก
- เบี้ยประกันภัยรับรวม 4,247 ล้านบาท โต 23%
- เบี้ยประกันภัยรับใหม่ 3,391 ล้านบาท โต 36.5%
- กำไรสุทธิ 504 ล้านบาท โตถึง 194%
- CAR อยู่ที่ 313%
- เบี้ยประกันภัยรับรวม 4,247 ล้านบาท โต 23%
- เบี้ยประกันภัยรับใหม่ 3,391 ล้านบาท โต 36.5%
- กำไรสุทธิ 504 ล้านบาท โตถึง 194%
- CAR อยู่ที่ 313%
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลข คือ ทิพยประกันชีวิตกำลังวาง AI ไว้ตรงไหนของธุรกิจ
บริษัทใช้แนวคิด “Grow together with AI”
เป็นหนึ่งในแกนสำคัญของการเติบโต
ตั้งแต่การใช้ Big Data และ AI วิเคราะห์ Customer Insights เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า
ไปจนถึงการใช้ AI ช่วยลดงานซ้ำซ้อน ยกระดับบริการ
และทำให้พนักงานมีเวลาไปทำงานที่ต้องใช้ความคิดมากขึ้น
เป็นหนึ่งในแกนสำคัญของการเติบโต
ตั้งแต่การใช้ Big Data และ AI วิเคราะห์ Customer Insights เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า
ไปจนถึงการใช้ AI ช่วยลดงานซ้ำซ้อน ยกระดับบริการ
และทำให้พนักงานมีเวลาไปทำงานที่ต้องใช้ความคิดมากขึ้น
แล้วทำไมต้องสร้าง “นุมาน AI” ขึ้นมาเอง?
ทิพยประกันชีวิตเลือกพัฒนา “นุมาน AI” หรือ In-house AI ขึ้น
ภายในองค์กรในรูปแบบ Sandbox
เปิดให้พนักงานทุกระดับเข้ามาทดลองใช้ได้
ทิพยประกันชีวิตเลือกพัฒนา “นุมาน AI” หรือ In-house AI ขึ้น
ภายในองค์กรในรูปแบบ Sandbox
เปิดให้พนักงานทุกระดับเข้ามาทดลองใช้ได้
ไม่ว่าจะเป็นฝ่าย IT ฝ่ายขาย บัญชี หรือฝ่ายอื่น ๆ
แนวคิดสำคัญคือ ไม่ต้องรอให้ทุกคนเก่ง AI ก่อน
แต่ให้ทุกคนได้ลองใช้ AI จริง
เพราะเมื่อพนักงานเห็นว่า AI ช่วยสรุปข้อมูล ลดเวลาทำงาน
หรือทำให้งานที่ซับซ้อนง่ายขึ้นได้จริง
แต่ให้ทุกคนได้ลองใช้ AI จริง
เพราะเมื่อพนักงานเห็นว่า AI ช่วยสรุปข้อมูล ลดเวลาทำงาน
หรือทำให้งานที่ซับซ้อนง่ายขึ้นได้จริง
AI ก็จะเปลี่ยนจาก “เทคโนโลยีที่น่ากังวล”
เป็น “เครื่องมือที่ช่วยให้ทำงานเก่งขึ้น”
เป็น “เครื่องมือที่ช่วยให้ทำงานเก่งขึ้น”
AI ไม่ได้ถูกวางไว้เพื่อแทนคน นี่อาจเป็นส่วนที่น่าสนใจที่สุดของเคสนี้
ทิพยประกันชีวิตมองว่า AI ไม่ควรเข้ามาแทนที่บุคลากร แต่ควรเข้ามา ปลดล็อกศักยภาพของบุคลากร
จากเดิมที่พนักงานใช้เวลาไปกับงานเชิงกระบวนการและงานซ้ำ ๆ
การให้ AI เข้ามาช่วย แล้วเปลี่ยนเวลาที่เหลือไปสร้าง
Strategy + Innovation + Customer Value
พร้อมวางระบบ AI Governance และใช้หลัก Human in the loop
เพื่อให้มนุษย์ยังเป็นผู้ตรวจสอบและตัดสินใจในขั้นตอนสำคัญ
รวมถึงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูล
ภายใต้มาตรฐาน ISO27001
การให้ AI เข้ามาช่วย แล้วเปลี่ยนเวลาที่เหลือไปสร้าง
Strategy + Innovation + Customer Value
พร้อมวางระบบ AI Governance และใช้หลัก Human in the loop
เพื่อให้มนุษย์ยังเป็นผู้ตรวจสอบและตัดสินใจในขั้นตอนสำคัญ
รวมถึงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูล
ภายใต้มาตรฐาน ISO27001
จาก “บริษัทประกัน” สู่ “องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ AI”
เคสของทิพยประกันชีวิตจึงน่าสนใจตรงที่ AI
ไม่ได้ถูกนำมาใช้เพียงเพื่อให้ภาพลักษณ์ดูทันสมัย
แต่กำลังถูกเชื่อมเข้ากับหลายส่วนของ Business Model
เคสของทิพยประกันชีวิตจึงน่าสนใจตรงที่ AI
ไม่ได้ถูกนำมาใช้เพียงเพื่อให้ภาพลักษณ์ดูทันสมัย
แต่กำลังถูกเชื่อมเข้ากับหลายส่วนของ Business Model
ตั้งแต่
Customer Insight → Product → Service → Employee → Business Performance
Customer Insight → Product → Service → Employee → Business Performance
และนี่คือโจทย์สำคัญของครึ่งปีหลัง 2569
เมื่อผลประกอบการครึ่งปีแรกโตทั้งเบี้ยและกำไรแล้ว
เมื่อผลประกอบการครึ่งปีแรกโตทั้งเบี้ยและกำไรแล้ว
การใช้ AI จะช่วยให้การเติบโตในรอบต่อไป “เร็วขึ้น เก่งขึ้น และยั่งยืนขึ้น” ได้แค่ไหน
นี่คืออีกหนึ่ง Business Case ที่น่าจับตา
#BrandCase #ทิพยประกันชีวิต #TIPLife #GrowTogetherWithAI #AI #BusinessCase #DigitalTransformation #Insurance #นุมานAI
#BrandCase #ทิพยประกันชีวิต #TIPLife #GrowTogetherWithAI #AI #BusinessCase #DigitalTransformation #Insurance #นุมานAI